ถ้าพูดถึงเกมรุกของเชลซีในยุคหนึ่ง ชื่อของ MAZARCA คงเป็นภาพจำที่แฟนบอลยังไม่ลืม ฆวน มาต้า, เอแดน อาซาร์ และออสการ์ สามตัวรุกที่เต็มไปด้วยเทคนิค ความคิดสร้างสรรค์
และความเข้าใจเกม จนเคยทำให้เกมรุกของสิงห์บลูส์มีเสน่ห์ในแบบที่หาได้ยาก
แต่เวลาผ่านไป เชลซีกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ สามประสานก็หายไปตามกาลเวลา เกมรุกติด ๆ ขัด ๆ แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าพวกเขาอาจกำลังมีสามประสานชุดใหม่ที่พร้อมสร้างเรื่องราวของตัวเองขึ้นมา
ในเกมที่เชลซีบุกชนะฟูแล่ม 3-2 เมื่อคืนที่ผ่านมา ทั้งสามคนต่างมีส่วนร่วมกับประตูของทีม และช่วยกันสร้างผลงานที่ทำให้แฟนบอลเริ่มมองเห็นความเป็นไปได้บางอย่างในแนวรุกของทีม
เพราะนี่ไม่ใช่แค่การเอานักเตะชื่อดังสามคนมายืนอยู่ในสนามพร้อมกัน แต่ทั้งสามคนมีบทบาทที่แตกต่างกัน และสามารถเติมเต็มกันได้อย่างน่าสนใจ
เริ่มจาก โคล พาลเมอร์ ที่ยังคงเป็นศูนย์กลางความคิดสร้างสรรค์ของเชลซี เขาเป็นนักเตะที่สามารถรับบอลระหว่างไลน์ ขยับออกด้านข้าง หรือถอยลงมาเชื่อมเกม ก่อนใช้การจ่ายบอลและการพาบอลเข้าเขตโทษสร้างความแตกต่างได้ในพริบตา
เกมกับฟูแล่มสะท้อนเรื่องนี้ได้อย่างชัดเจน เมื่อโคล พาลเมอร์มีส่วนร่วมทั้งในจังหวะสร้างประตูและการทำประตูของตัวเอง ความสามารถในการอ่านพื้นที่และตัดสินใจในพื้นที่สุดท้าย ทำให้เขายังคงเป็นหนึ่งในนักเตะที่แนวรับคู่แข่งต้องระวัง
ขณะที่ ชูเอา เปโดร เข้ามาเติมอีกมิติให้เกมรุก เพราะเขาไม่ได้เป็นเพียงกองหน้าที่รออยู่ในกรอบเขตโทษ แต่ยังสามารถถอยลงมาเชื่อมเกม เคลื่อนที่ออกจากตำแหน่ง และโจมตีพื้นที่ว่างด้านหลังแนวรับได้ด้วย
ประตูและแอสซิสต์ของเขาในเกมกับฟูแล่มจึงสะท้อนคุณสมบัติได้เป็นอย่างดี ชูเอา เปโดรสามารถเป็นทั้งคนจบสกอร์และคนสร้างโอกาสให้เพื่อนร่วมทีม ซึ่งทำให้การเล่นร่วมกับโคล พาลเมอร์มีความหลากหลายมากขึ้น
ส่วนคนที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ มอร์แกน โรเจอร์ส เพราะเขาเข้ามาเติมทั้งพลัง การเคลื่อนที่ และความสามารถในการพาบอลขึ้นหน้า โรเจอร์สสามารถเล่นในพื้นที่กว้าง ขยับเข้ามาตรงกลางเพื่อเชื่อมเกม หรือพาบอลกินพื้นที่จนบีบให้แนวรับคู่แข่งต้องถอยตาม
การทำประตูได้ในเกมแรกในพรีเมียร์ลีกกับเชลซีจึงเป็นการออกสตาร์ตที่ยอดเยี่ยม และที่สำคัญคือ โรเจอร์สดูเหมือนจะปรับตัวเข้ากับการเล่นร่วมกับโคล พาลเมอร์และชูเอา เปโดรได้อย่างรวดเร็ว ตรงนี้เองที่ทำให้สามประสาน CPR เริ่มน่าสนใจ
โคล พาลเมอร์คือมันสมองและศูนย์กลางความคิดสร้างสรรค์ ชูเอา เปโดรคือคนที่สามารถเชื่อมเกมและจบสกอร์ ส่วนมอร์แกน โรเจอร์สคือพลัง การเคลื่อนที่ และความสามารถในการพาบอลเข้าสู่พื้นที่สุดท้าย
ทั้งสามคนจึงไม่ได้มีหน้าที่ซ้ำกัน แต่กลับมีคุณสมบัติที่สามารถนำมาประกอบกันได้อย่างลงตัว
แน่นอนว่าแฟนเชลซีอาจยังไม่สามารถเรียก CPR ว่าเป็นสามประสานระดับเดียวกับ MAZARCA ได้ เพราะมาต้า, อาซาร์ และออสการ์ต้องใช้เวลาสร้างความเข้าใจร่วมกัน จนกลายเป็นหนึ่งในภาพจำสำคัญของเชลซี แต่ CPR เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น
และเกมกับฟูแล่มก็เพิ่งส่งสัญญาณแรกให้เห็นว่า CPR อาจไม่ใช่แค่ชื่อเล่นของสามตัวรุก แต่กำลังกลายเป็นความหวังใหม่ในเกมรุกของเชลซี
จาก MAZARCA ในวันนั้น สู่ CPR ในวันนี้ คำถามต่อไปคือ สามคนนี้จะใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะทำให้ชื่อของตัวเองกลายเป็นภาพจำบทใหม่ของสิงห์บลูส์ได้สำเร็จ?