ลิเวอร์พูลกำลังเดินหน้าเสริมแนวรุกครั้งสำคัญ หลัง “บรัดเลย์ บาร์กโกล่า” ปีกทีมชาติฝรั่งเศสของปารีส แซงต์-แชร์กแมง กลายเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของทีม โดยมีรายงานว่าดีลอาจมีมูลค่าสูงถึง 120 ล้านปอนด์ (100 ล้านปอนด์ + โบนัสอีก 20 ล้านปอนด์)
การขยับครั้งนี้สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า ลิเวอร์พูลต้องการเติมคุณภาพให้แนวรุก หลังการจากไปของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่ฝากผลงาน 257 ประตูตลอด 9 ปีกับสโมสร
แม้ทีมจะยังมีตัวเลือกอย่างโคดี้ กัคโป, เฟเดริโก เคียซ่า, ริโอ เอ็นกูโมฮา และวิคเตอร์ มูนญอซ แต่บาร์กโกล่ามีสิ่งที่แตกต่างออกไป นั่นคือประสบการณ์ในระดับสูงและความสามารถในการสร้างความแตกต่างด้วยตัวเอง
บาร์กโกล่าคือใคร?
บาร์กโกล่าย้ายจากลียงมาอยู่กับเปแอสเชในปี 2023 และพัฒนาตัวเองขึ้นมาเป็นหนึ่งในแนวรุกคนสำคัญของทีม
ตลอดช่วงเวลาที่อยู่กับเปแอสเช เขาลงสนามไปแล้ว 152 นัด ทำ 39 ประตู และ 37 แอสซิสต์ พร้อมคว้าแชมป์มากมาย รวมถึงแชมเปียนส์ลีก 2 สมัยติดต่อกัน
ในระดับทีมชาติ เขามีชื่ออยู่ในทีมฝรั่งเศสชุดฟุตบอลโลก 2026 และทำไป 3 ประตูจาก 8 นัด แม้จะต้องแย่งตำแหน่งกับแนวรุกฝรั่งเศสคนอื่น ๆ อย่างเดซีเร ดูเอ้ และอุสมาน เดมเบเล่
ตำแหน่งหลักของบาร์กโกล่าคือ ปีกซ้าย แต่เขาสามารถขยับไปเล่นฝั่งขวาหรือยืนตรงกลางได้เช่นกัน
จุดที่ทำให้บาร์กโกล่าน่าสนใจคือ แม้ตำแหน่งหลักจะอยู่ริมเส้น แต่รูปแบบการเล่นของเขามีความเป็นกองหน้าอยู่ไม่น้อย
ก่อนอายุ 17 ปี บาร์กโกล่าเคยเล่นเป็นกองหน้ามาก่อน และประสบการณ์นั้นยังสะท้อนออกมาในเรื่องการเคลื่อนที่และการหาพื้นที่ในกรอบเขตโทษ
เขาเปลี่ยนโอกาสเหล่านั้นเป็น 11 ประตูในลีก และไม่มีผู้เล่นของเปแอสเชหรือปีกคนอื่นในลีกเอิงที่มีค่า xG สูงกว่าเขาในฤดูกาลดังกล่าว
ที่สำคัญคือ บาร์กโกล่าไม่ได้รอให้เพื่อนสร้างโอกาสให้เท่านั้น เขาสามารถสร้างโอกาสให้ตัวเองด้วยการพาบอลเข้าใส่กองหลัง
เขามีค่าเฉลี่ยการพาบอลที่จบด้วยการยิงถึง 2.06 ครั้งต่อ 90 นาที ซึ่งเป็นตัวเลขที่โดดเด่นมากเมื่อเทียบกับผู้เล่นใน 5 ลีกใหญ่ยุโรป
หากมองผ่านข้อมูลของ Opta บาร์กโกล่ามีรูปแบบการเล่นที่ใกล้เคียงกับ หลุยส์ ดิอาซ มากที่สุดในบรรดาปีกจาก 5 ลีกใหญ่ยุโรปฤดูกาลที่ผ่านมา โดยมีค่าความคล้ายกันถึง 78%
แต่เมื่อเปรียบเทียบกับซาลาห์ จะเห็นชัดว่าบาร์กโกล่าไม่ได้เข้ามาเพื่อทำหน้าที่แทนอดีตดาวยิงลิเวอร์พูลแบบตรงเป๊ะขนาดนั้น
บาร์กโกล่ามีค่าเฉลี่ยการดวลตัวต่อตัวและการพาบอลผ่านคู่แข่งสูงกว่าซาลาห์ ขณะที่ซาลาห์ยังเหนือกว่าในเรื่องการสร้างโอกาส การเปิดบอล และการจ่ายบอลทะลุช่อง
พูดง่าย ๆ คือ ซาลาห์มีความเป็นผู้สร้างเกมจากริมเส้นมากกว่า ขณะที่บาร์กโกล่าเน้นใช้ความเร็วและการเลี้ยงบอลเพื่อพาตัวเองผ่านคู่แข่งและเข้าไปสร้างอันตรายในพื้นที่สำคัญ และนี่อาจเป็นสิ่งที่ลิเวอร์พูลต้องการในยุคใหม่
ทำไมบาร์กโกล่าถึงเข้ากับอิราโอล่า?
อีกหนึ่งจุดที่ทำให้ลิเวอร์พูลสนใจบาร์กโกล่าคือเกมที่ไม่มีบอล
ฤดูกาลที่ผ่านมา เขาติดอันดับต้น ๆ ของ 5 ลีกใหญ่ยุโรปในด้านการแย่งบอลคืนในพื้นที่สุดท้าย ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการเพรสซิ่งและการทำงานหนักหลังเสียบอล
คุณสมบัตินี้น่าสนใจอย่างมากสำหรับลิเวอร์พูลภายใต้ อันโดนี่ อิราโอล่า ที่ต้องการให้ทีมเล่นฟุตบอลเชิงรุกและกดดันคู่แข่งอย่างเข้มข้น
เมื่อมีเวียร์ตซ์ที่สามารถจ่ายบอลทะลุแนวรับ และกองหน้าอย่างอิซัคหรือเอกิติเก้ที่พร้อมโจมตีพื้นที่ตรงกลาง ลิเวอร์พูลอาจต้องการปีกที่สามารถวิ่งทะลุแนวรับและทำให้คู่แข่งต้องถอยลึก
แน่นอน..บาร์กโกล่ามีคุณสมบัตินั้น เขาไม่จำเป็นต้องยืนรอบอล แต่สามารถวิ่งเข้าไปในพื้นที่ว่าง รับบอลแล้วพุ่งเข้าใส่กองหลัง หรือเคลื่อนตัวเข้าไปในกรอบเขตโทษเพื่อจบสกอร์ด้วยตัวเอง
แล้ว 120 ล้านปอนด์จะคุ้มไหม?
ตัวเลขระดับนี้ย่อมมาพร้อมกับความคาดหวังมหาศาล แต่สิ่งที่ทำให้บาร์กโกล่าน่าสนใจคือเขายังอายุเพียง 23 ปี และมีแนวโน้มพัฒนาขึ้นได้อีก
จากดาวรุ่งของลียง เขากลายเป็นนักเตะที่คว้าแชมป์แชมเปียนส์ลีกกับเปแอสเชมาแล้วถึงสองครั้ง และเริ่มมีบทบาทกับทีมชาติฝรั่งเศส
ความเร็ว การดวลตัวต่อตัว การเคลื่อนที่ การยิงประตู และการเพรสซิ่ง ทำให้เขามีคุณสมบัติของแนวรุกยุคใหม่ที่ค่อนข้างครบเครื่อง
สำหรับลิเวอร์พูล ดีลนี้จึงไม่ใช่แค่การหาตัวแทนซาล่าห์ แต่เป็นการเติมนักเตะที่จะช่วยเปลี่ยนวิธีการเล่นของแนวรุกทั้งแผง
บาร์กโกล่าอาจไม่ใช่ซาลาห์คนใหม่ และนั่นอาจเป็นเรื่องดีด้วยซ้ำ
เพราะภายใต้ยุคของอิราโอล่า ลิเวอร์พูลอาจไม่ได้กำลังสร้างทีมที่ต้องการใครสักคนมาแทนที่ตำนานคนเก่า แต่กำลังสร้างแนวรุกในรูปแบบใหม่ขึ้นมา และบาร์กโกล่าอาจเป็นหนึ่งในชิ้นส่วนสำคัญที่สุดของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้