อาร์เซน่อลแพ้ทางบาเยิร์น? ย้อนรอยคู่ปรับ UCL ที่เจอกันซ้ำแล้วซ้ำอีก

โดย PPTV Online

เผยแพร่

อาร์เซน่อลกับบาเยิร์นกลับมาเจอกันอีกครั้งใน UCL ย้อนดูเส้นทางกว่า 20 ปี กับความพ่ายแพ้สุดเจ็บปวดที่ทำให้คู่นี้กลายเป็นของแสลงของทัพปืนใหญ่

หากพูดถึงคู่แข่งที่แฟนบอลอาร์เซน่อลคุ้นชื่อเป็นอย่างดีในเวทียุโรป ชื่อของทัพเสือใต้ บาเยิร์น มิวนิค คงติดอยู่ในลิสต์ต้น ๆ โดยเฉพาะเมื่อผลจับสลากยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ฤดูกาล 2026/27 

เพิ่งส่งให้ทั้งสองทีมกลับมาเจอกันอีกครั้ง โดยคราวนี้อาร์เซน่อลจะบุกไปเยือนบาเยิร์นฯ ในรอบลีกเฟส 

และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่สองทีมต้องโคจรมาพบกัน เพราะตลอดช่วงเวลากว่า 25 ปีที่ผ่านมา อาร์เซน่อลกับบาเยิร์นเจอกันในแชมเปียนส์ ลีกมาแล้วถึง 15 นัด โดยอาร์เซน่อลชนะ 4 เสมอ 3 และแพ้ 8 เกม
 

บาเยิร์น มิวนิค และอาร์เซน่อล ต้องเจอกันในรอบลีกเฟส Reuters/Manon Cruz
บาเยิร์น มิวนิค และอาร์เซน่อล ต้องเจอกันในรอบลีกเฟส
ตัวเลขนี้อาจทำให้คำว่า “บาเยิร์นคือฝันร้ายของอาร์เซน่อล” ฟังดูมีน้ำหนักขึ้นมาทันที แต่เรื่องราวของคู่นี้ไม่ได้มีแค่ความพ่ายแพ้ เพราะตลอด 15 เกมที่ผ่านมา ทั้งสองทีมต่างเคยสร้างค่ำคืนที่น่าจดจำใส่กันมาแล้ว
 

จุดเริ่มต้นของเรื่องราว

อาร์เซน่อลกับบาเยิร์นพบกันครั้งแรกในแชมเปียนส์ ลีกเมื่อเดือนธันวาคม 2000 เกมที่ไฮบิวรีจบลงด้วยผลเสมอ 2-2 ก่อนที่ฤดูกาลถัดมา บาเยิร์นจะเอาชนะอาร์เซน่อล 1-0 ที่มิวนิค

หลังจากนั้นทั้งสองทีมกลับมาเจอกันอีกครั้งในรอบ 16 ทีมสุดท้ายฤดูกาล 2004/05 บาเยิร์นชนะในบ้าน 3-1 แต่เกมเลกสองที่ลอนดอน อาร์เซน่อลเอาคืนด้วยชัยชนะ 1-0 แม้สุดท้ายจะไม่เพียงพอต่อการพลิกสถานการณ์ให้เข้ารอบก็ตาม

แต่ช่วงเวลาที่ทำให้คู่นี้เริ่มกลายเป็นภาพจำของแฟนบอลปืนใหญ่จริง ๆ เกิดขึ้นในยุค 2010 เป็นต้นมา
 

เมื่อบาเยิร์นเริ่มกลายเป็นของแสลง
ในฤดูกาล 2012/13 อาร์เซน่อลแพ้บาเยิร์น 3-1 ที่บ้านตัวเอง ก่อนสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการบุกชนะ 2-0 ที่มิวนิคในเลกสอง แต่ชัยชนะดังกล่าวก็ยังไม่เพียงพอ เพราะอาร์เซน่อลตกรอบด้วยกฎประตูทีมเยือน

ฤดูกาลถัดมา ทั้งคู่กลับมาเจอกันอีกครั้ง และคราวนี้บาเยิร์นเป็นฝ่ายชนะ 2-0 ที่ลอนดอน ก่อนเสมอกัน 1-1 ในเยอรมนี ส่งบาเยิร์นผ่านเข้าสู่รอบต่อไป

แต่ยังไม่จบแค่นั้น เพราะในฤดูกาล 2015/16 ทั้งสองทีมกลับมาอยู่กลุ่มเดียวกันอีกครั้ง และครั้งนี้อาร์เซน่อลสามารถหยุดบาเยิร์นได้สำเร็จ ด้วยการเปิดบ้านชนะ 2-0 จากประตูของโอลิวิเยร์ ชิรูด์ และเมซุต โอซิล ก่อนบุกไปแพ้ 1-5 ในเกมที่มิวนิค

และนั่นเป็นเหมือนจุดเริ่มต้นของหนึ่งในภาพจำที่เจ็บปวดที่สุดของแฟนปืน

1-5 ที่กลายเป็นภาพจำ

ฤดูกาล 2016/17 อาร์เซน่อลกับบาเยิร์นถูกจับมาเจอกันในรอบ 16 ทีมสุดท้ายอีกครั้ง

เลกแรกที่มิวนิค บาเยิร์นถล่มอาร์เซน่อล 5-1 ก่อนที่สถานการณ์จะยิ่งเลวร้ายในเลกสองที่เอมิเรตส์ เมื่ออาร์เซน่อลแพ้ด้วยสกอร์เดียวกัน 1-5 อีกครั้ง ส่งผลให้บาเยิร์นผ่านเข้ารอบด้วยสกอร์รวม 10-2

สองเกมนี้จึงกลายเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ชื่อของบาเยิร์นถูกผูกเข้ากับคำว่า “ฝันร้าย” ในความทรงจำของแฟนอาร์เซน่อล เพราะไม่ใช่แค่การแพ้ แต่เป็นการแพ้ด้วยสกอร์ขาดถึงสองนัดติดต่อกัน

เวลาผ่านไปหลายปี ทั้งสองทีมกลับมาเจอกันอีกครั้งในรอบก่อนรองชนะเลิศฤดูกาล 2023/24 ซึ่งเป็นครั้งแรกที่อาร์เซน่อลกลับมาถึงรอบนี้ของแชมเปียนส์ ลีกในรอบหลายปี

เลกแรกที่เอมิเรตส์จบลงด้วยผลเสมอ 2-2 ก่อนที่เกมตัดสินในมิวนิคจะจบลงด้วยชัยชนะของเจ้าบ้าน 1-0 จากประตูของโยชัว คิมมิช ทำให้บาเยิร์นผ่านเข้ารอบด้วยสกอร์รวม 3-2

สำหรับอาร์เซน่อล นี่อาจเป็นความพ่ายแพ้ที่เจ็บปวด แต่ก็แตกต่างจากหลายครั้งก่อน เพราะทีมของมิเกล อาร์เตต้าไม่ได้ถูกถล่มเหมือนในอดีต และสามารถต่อกรกับบาเยิร์นได้ตลอดทั้งสองเกม

ที่สำคัญคือเรื่องราวไม่ได้จบลงตรงนั้น
เพราะในลีกเฟสของแชมเปียนส์ ลีก ฤดูกาล 2025/26 ทั้งสองทีมกลับมาเจอกันอีกครั้ง และคราวนี้อาร์เซน่อลสามารถเปิดบ้านเอาชนะบาเยิร์น 3-1 ได้สำเร็จ

ชัยชนะนัดนั้นมีความหมายมากกว่าสามแต้ม เพราะมันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2015 ที่อาร์เซน่อลเอาชนะบาเยิร์นได้ โดยก่อนหน้านั้นทีมจากเยอรมนีเป็นฝ่ายชนะถึง 5 จาก 6 เกม และยิงได้ถึง 18 ประตูจาก 5 นัดล่าสุดก่อนเกมดังกล่าว

พูดอีกแบบคือ อาร์เซน่อลเริ่มเปลี่ยนเรื่องราวของคู่นี้จาก “เจอบาเยิร์นแล้วต้องระวัง” มาเป็น “เจอบาเยิร์นก็สามารถเอาชนะได้”

แล้วทำไมถึงยังเรียกว่าเป็นฝันร้าย?

ถ้ามองจากสถิติล้วน ๆ คำตอบยังค่อนข้างชัด บาเยิร์นชนะ 8 จาก 15 เกม และอาร์เซน่อลชนะเพียง 4 ครั้ง ที่สำคัญ ในช่วงหนึ่งบาเยิร์นสามารถเอาชนะอาร์เซน่อลได้อย่างต่อเนื่องและขาดลอย จนเกิดภาพจำจากเกม 5-1 ถึงสองครั้ง

แต่ถ้ามองฟุตบอลในบริบทปัจจุบัน การเรียกบาเยิร์นว่าเป็น “ฝันร้าย” อาจไม่ตรงกับภาพที่เห็นอีกต่อไป

อาร์เซน่อลในยุคอาร์เตต้ากลายเป็นทีมที่มีความสม่ำเสมอในเวทียุโรปมากขึ้น หลังจากกลับมาเล่นแชมเปียนส์ ลีกในฤดูกาล 2023/24 พวกเขาเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ จากนั้นไปถึงรอบรองชนะเลิศใน 2024/25 และล่าสุดจบฤดูกาล 2025/26 ด้วยการเป็น รองแชมป์ยุโรป

ขณะเดียวกัน บาเยิร์นก็ยังคงเป็นหนึ่งในทีมระดับแถวหน้าของยุโรป และชื่อของพวกเขายังคงปรากฏอยู่ในกลุ่มทีมวางอันดับต้น ๆ ของแชมเปียนส์ ลีก ฤดูกาล 2026/27 เช่นเดียวกับอาร์เซน่อล

ดังนั้น การเจอกันครั้งใหม่จึงไม่ได้เป็นแค่การเปิดบทเก่าของ “อาร์เซน่อลกับฝันร้ายบาเยิร์น” แต่เป็นการวัดว่าทีมของอาร์เตต้าเดินมาไกลจากอดีตแค่ไหน

เพราะถ้าย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน การเจอบาเยิร์นหมายถึงความทรงจำเรื่องสกอร์ 1-5 และการตกรอบซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่วันนี้อาร์เซน่อลสามารถเอาชนะบาเยิร์น 3-1 ได้ และเพิ่งผ่านเส้นทางแชมเปียนส์ ลีกจนถึงรอบชิงชนะเลิศมาแล้ว

บางทีบาเยิร์นอาจยังเป็นคู่แข่งที่อาร์เซน่อลไม่อยากเจอมากที่สุด แต่คำว่า “ฝันร้าย” อาจกำลังกลายเป็นเพียงความทรงจำจากอดีต

และเมื่อทั้งสองทีมถูกจับมาเจอกันอีกครั้งในฤดูกาล 2026/27 โดยอาร์เซน่อลจะไปเยือนมิวนิคในลีกเฟส ความน่าสนใจจึงไม่ได้อยู่แค่ว่า “บาเยิร์นจะย้ำแค้นได้หรือไม่”

แต่อยู่ที่ว่า อาร์เซน่อลในยุคใหม่ จะสามารถเขียนตอนต่อไปของเรื่องราวนี้ด้วยตัวเองได้หรือยัง
 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ