แผนลับของคล็อปป์! ทำไม"เยอรมนี" เรียกนักเตะถึง 44 คน?

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เรียก 44 คนทำไม? เบื้องหลังแผนของคล็อปป์ ที่ใช้ทีมชาติชุดนี้ค้นหาคำตอบและวางรากฐานให้เยอรมนียุคใหม่

44 คน! นี่คือจำนวนที่ เยอร์เก้น คล็อปป์ เลือกนักเตะติดทีมชาติในการประกาศรายชื่อทีมชาติเยอรมนีครั้งแรกของเขา ถือว่ามากกว่าขนาดทีมทั่วไปเกือบเท่าตัว โดยเขาแบ่งนักเตะออกเป็น 2 กลุ่ม เพื่อรับมือเนชันส์ ลีก 4 นัดที่กำลังจะมาถึง

แต่เบื้องหลังตัวเลขนี้ไม่ใช่การเรียกมาแบบหว่านแห คล็อปป์กำลังใช้ช่วงเวลาที่มีจำกัดเพื่อทำความรู้จักนักเตะให้ได้มากที่สุด ทั้งคนที่กำลังฟอร์มดี ดาวรุ่งที่ยังไม่เคยติดทีมชาติ และผู้เล่นที่อาจกลายเป็นกำลังหลักของเยอรมนีในอนาคต
 

ทีมชาติเยอรมัน ในการคุมทีมของคล็อปป์ Reuters/Heiko Becker
ทัพอินทรีเหล็ก

โดย 24 คนแรกจะลงเล่นกับเนเธอร์แลนด์และกรีซ ก่อนที่นักเตะส่วนใหญ่จะกลับสโมสร แล้วอีก 20 คนจะเข้ามาเติมสำหรับเกมกับเซอร์เบียและกรีซอีกครั้ง

ซึ่งมีเพียง ‘ฟินน์ ดาห์เมน’ ผู้รักษาประตูของเอาก์สบวร์กเท่านั้น ที่อยู่ในทั้งสองกลุ่มนี้ ฟังดูเหมือนเรื่องใหญ่เกินจำเป็น แต่จริง ๆ แล้วนี่อาจเป็นวิธีที่คล็อปป์กำลังใช้เพื่อแก้ปัญหาหลายอย่างพร้อมกัน

เพราะหลังเยอรมนีจบฟุตบอลโลก 2026 ด้วยการตกรอบจากการแพ้ปารากวัย บรรยากาศรอบทีมชาติเต็มไปด้วยคำถาม และคล็อปป์ก็เข้ามารับงานในช่วงที่ทีมต้องการการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน

สิ่งแรกที่เขาทำจึงไม่ใช่การเลือก “11 ตัวจริงที่ดีที่สุด” แต่คือการเปิดประตูให้กว้างที่สุด เพราะจากนักเตะ 44 คน มีผู้เล่นถึง 16 คนที่ยังไม่เคยลงสนามให้ทีมชาติเยอรมนีชุดใหญ่ และหลายคนไม่ได้มาจากทีมระดับหัวแถวของยุโรปด้วยซ้ำ

ชื่ออย่าง ซาอิด เอล มาลา จากโคโลญจน์, เฟลิกซ์ ไคเดล จากเอลเวอร์สแบร์ก, มิคา บาวร์ จากเซลติก รวมถึงนักเตะจากไฟรบวร์กหลายคน สะท้อนให้เห็นว่าคล็อปป์ไม่ได้มองแค่ชื่อเสียงหรือประสบการณ์ในเวทีใหญ่เขากำลังมองว่า ใครกำลังเล่นฟุตบอลได้ดี และดูมีแววในตอนนี้ แค่นั้น

นี่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ เพราะในช่วงก่อนหน้านี้ทีมชาติเยอรมนีถูกตั้งคำถามเรื่องการเปิดโอกาสให้ผู้เล่นหน้าใหม่ ขณะที่การคัดเลือกมักให้น้ำหนักกับประสบการณ์ในระดับสูง โดยเฉพาะฟุตบอลยุโรป คล็อปป์จึงกำลังส่งสัญญาณใหม่ออกมาอย่างชัดเจนว่า ‘เล่นให้ดี แล้วประตูทีมชาติจะเปิดให้คุณ’

ไม่ว่าคุณจะมาจากบาเยิร์น มิวนิค, โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ หรือสโมสรที่ไม่ได้อยู่บนจุดสูงสุดของวงการฟุตบอลเยอรมันก็ตาม และนั่นทำให้การเรียก 44 คนครั้งนี้ มันคือการเปลี่ยนวิธีคิด

คล็อปป์เองยอมรับว่า เขาไม่ได้ต้องการเลือกทีม A และทีม B แต่ต้องการให้ทั้งสองกลุ่มมีความสมดุลทั้งตำแหน่ง ประสบการณ์ และบุคลิก พร้อมย้ำว่าเป้าหมายคือการชนะทั้ง 4 เกม

เหตุผลอีกด้านก็เป็นเรื่องของเวลา คล็อปป์ไม่ได้คุมทีมในบุนเดสลีกามานานถึง 11 ปี และไม่ได้คุมทีมใดเลยนับตั้งแต่ปี 2024 การกลับมาสู่ฟุตบอลเยอรมันในฐานะกุนซือทีมชาติจึงหมายความว่า เขาต้องรีบทำความรู้จักนักเตะและเช็กฟอร์มของผู้เล่นในลีกอีกครั้ง 

แต่ช่วงเวลาที่เขามีกับทีมชาติมีจำกัดมาก การเรียกนักเตะจำนวนมาก จึงช่วยให้คล็อปป์ได้เห็นฝีเท้าของผู้เล่นหลายคนในเวลาเดียวกัน 

ว่าใครพร้อมสำหรับระดับทีมชาติ ใครกำลังอยู่ในช่วงฟอร์มดีที่สุด ใครมีศักยภาพที่จะพัฒนาไปเป็นกำลังหลักในอีก 2-3 ปี และใครที่อาจถูกมองข้ามไปก่อนหน้านี้

คล็อปป์บอกอย่างชัดเจนว่า เป้าหมายของเขาคือการเตรียมนักเตะเหล่านี้ให้พร้อมขึ้นไปอยู่ในระดับสูงสุดในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า และย้ำว่าการประกาศครั้งนี้ไม่ใช่ขั้นตอนสุดท้าย แต่มันคือ จุดเริ่มต้น

ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ การเปลี่ยนแปลงไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในรายชื่อ มันกำลังเกิดขึ้นในบรรยากาศรอบทีมชาติด้วย

หนึ่งในเรื่องที่ถูกพูดถึงมากคือปฏิกิริยาของนักเตะหน้าใหม่ หลังได้รับโทรศัพท์จากคล็อปป์เพื่อบอกว่าพวกเขาถูกเรียกติดทีมชาติ

ตัวอย่างเช่น ยูเนส เอบนูทาลิบ กองหน้าของไอน์ทรัค แฟรงก์เฟิร์ต ถึงกับเล่าว่ามีน้ำตาคลอหลังได้รับสาย เพราะเมื่อไม่กี่ปีก่อนเขายังเล่นฟุตบอลในระดับดิวิชันสี่ของเยอรมนีอยู่เลย

ส่วน บัมบาเซ คอนเต้ กองกลางของฮอฟเฟนไฮม์ ถึงกับหัวเราะอยู่นานหลังได้รับข่าวว่าตัวเองกำลังจะถูกเรียกเข้าสู่แคมป์ทีมชาติ

เรื่องเหล่านี้อาจดูเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ แต่สำหรับทีมชาติที่เพิ่งผ่านช่วงเวลาน่าผิดหวังมา มันมีความหมายเพราะคล็อปป์กำลังทำให้คนรู้สึกว่า การติดทีมชาติเยอรมนีเป็นเรื่องที่ยังมีความฝันอยู่จริง

และมันไม่ได้หยุดแค่เรื่องฟุตบอล เพราะคล็อปป์ยังพูดถึงสิ่งที่เขาเรียกว่า “Positive Patriotism” หรือความภาคภูมิใจในชาติในมุมที่เปิดกว้าง โดยต้องการให้ธงชาติเยอรมนีเป็นสัญลักษณ์ของความสุข ความหลากหลาย และการเปิดรับ มากกว่าจะถูกผูกไว้กับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

การเรียกนักเตะหน้าใหม่จำนวนมาก สร้างทั้งทางเลือกใหม่ให้คล็อปป์และเรื่องราวให้แฟนบอลติดตาม ที่สำคัญ เขายังสามารถทดลองผู้เล่นหลายคนได้โดยไม่ต้องแบ่งเป็นทีมชุดใหญ่กับทีมชุดสองอย่างชัดเจน เพราะทั้งสองกลุ่มยังมีเป้าหมายเดียวกัน คือชนะเกมและเปิดโอกาสให้นักเตะได้แสดงฝีเท้า

แน่นอนว่า การได้รับโอกาสไม่ได้แปลว่าทุกคนจะก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักของเยอรมนีในอนาคต คล็อปป์ย้ำว่าทุกอย่างต้องพิสูจน์กันด้วยผลงาน ประตูทีมชาติยังเปิดกว้างสำหรับคนที่ไม่ได้ถูกเรียกครั้งนี้ แต่สุดท้ายแล้วนักเตะต้องแสดงให้เห็นด้วยตัวเองว่าพวกเขาพร้อมสำหรับระดับนี้

นี่จึงอาจเป็นหัวใจสำคัญของทีมชาติเยอรมนียุคใหม่ คล็อปป์ไม่ได้บอกว่าเขารู้แล้วว่าเยอรมนีต้องใช้ใคร แต่เขากำลังออกไปค้นหาคำตอบจากฟอร์มในสนาม จากนักเตะรุ่นใหม่ และจากคนที่ยังไม่เคยได้รับโอกาส 

44 คนจึงอาจดูเยอะเกินไป แต่สำหรับคล็อปป์ มันคือจุดเริ่มต้นของการค้นหาทีมที่มีพลังและความเชื่อใหม่ หลังความผิดหวังในฟุตบอลโลก..
 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ