ซาก้า เริ่มต้นฤดูกาล 2026/27 ได้อย่างยอดเยี่ยม โดยทำไป 3 ประตูจาก 6 นัดที่ลงเล่นให้กับอาร์เซน่อลเมื่อฤดูกาลที่แล้ว
แข้งทีมชาติอังกฤษเข้าร่วมอะคาเดมี่ของปืนใหญ่ตั้งแต่อายุ 7 ขวบและประเดิมสนามให้กับชุดใหญ่ครั้งแรกในปี 2018 นับตั้งแต่นั้นมา ซาก้า ลงสนามให้สโมสรไปแล้วกว่า 300 นัด ยิงได้ 84 ประตูในทุกรายการ และช่วยยุติการรอคอยอันยาวนานของอาร์เซน่อลในการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก
แข้งวัย 25 ปี ลงเล่นให้กับสโมสรที่เขารักมาตั้งแต่เด็กไปแล้วกว่า 300 นัด ยิงได้ 84 ประตูในทุกรายการ และช่วยุติการรอคอยอันยาวนานของอาร์เซนอลในการ คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่มีอิทธิพลมากที่สุดของทีมในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา และได้เซ็นเซ็นสัญญาฉบับใหม่ที่มีมูลค่าสูงเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ทำให้กลายเป็นนักเตะที่ได้รับค่าหน่อยสูงสุดในถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม
อย่างไรก็ตาม โอเลียรี่ นักเตะที่ลงสนามให้อาร์เซน่อลมากที่สุดตลอดกาลตั้งคำถามว่า ซาก้า ยังคู่ควรกับสถานะดังกล่าวหรือไม่ โดยระบุว่าเขา "ไม่ใช่ผู้เล่นคนเดิมอีกต่อไปแล้ว"
"ผมชอบเขามากจริงๆ แต่พูดตามตรง เขาไม่ได้อยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุด"
"แต่มีสิ่งหนึ่งที่คิดคือจากการที่ได้เห็นตัวนักเตะเติบโตและก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ตั้งแต่ก่อนที่ทุกคนจะรู้ว่าเขาเก่งกาจแค่ไหน ผมรู้สึกว่าตอนนี้เขาล้มง่านเกินไป"
"เขาจ้องจะรอจังหวะที่มีการปะทะเพียงเล็กน้อยเพื่อทิ้งตัวลงไป ซึ่งต่างจากนักเตะที่เคยเห็นในตอนแรกอย่างสิ้นเชิง เพราะคนคนนั้นมีความมุ่งมั่นและเล่นเกมรุกอย่างเต็มที่ ไม่มีทางยอมให้แบ็กหรือใครก็ตามมาทำให้ล้มลงไปกองกับพื้นได้ง่ายๆ แน่"
"ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไปแล้ว แม้จะยังเป็นนักเตะระดับท็อปอยู่ แต่ใช่คนเดียวกับที่ได้รับสัญญาฉบับใหม่สุดคุ้มค่าจากอาร์เซน่อลจนกลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่รับค่าเหนื่อยสูงที่สุดในประเทศหรือเปล่า? สำหรับตอนนี้คิดว่าไม่ใช่"
เมื่อถูกถามถึงสาเหตุที่ทำให้มองว่าฟอร์มของซาก้าตกลงไป โอเลียรี่ กล่าวต่อว่า "อยากจะตอบตามตรงนะว่าตัวตนของนักเตะนั้นไม่ได้เปลี่ยนไปเลย ซาก้าไม่ได้มีนิสัยหยิ่งผยองหรืออะไรทำนองนั้น"
"ไม่รู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เมื่อมองดูภาพรวมของทีมและความก้าวหน้าต่างๆ รวมถึงฟอร์มการเล่นของคนอื่นๆ และความยอดเยี่ยมของเดแคลน ไรซ์ ในเกมเมื่อวันก่อน (ชนะ ลีดส์) คิดว่าซาก้าจำเป็นต้องยกระดับฟอร์มการเล่นขึ้นมาอีกครั้ง"
"ถ้าทำได้ อาร์เซน่อลจะกลายเป็นทีมที่แข็งแกร่งและน่าเกรงขามยิ่งขึ้นไปอีก"