เวลาทีมคู่แข่งเหลือผู้เล่นเพียง 10 คน ทีมที่มีผู้เล่นมากกว่าย่อมได้เปรียบ ทั้งในแง่ของจำนวนนักเตะและโอกาสในการเปิดเกมบุกเข้าใส่ แต่ข้อได้เปรียบนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าจะคว้าชัยชนะได้ง่ายเสมอไป เพราะหลายทีมเลือกถอยลงไปตั้งรับให้แน่นขึ้น จนกลายเป็นโจทย์ยากสำหรับฝ่ายที่ต้องหาทางเจาะแนวรับ
อย่างไรก็ตาม สำหรับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สถานการณ์แบบนี้กลับน่าตั้งคำถามยิ่งกว่าเดิม เพราะหลายครั้งที่คู่แข่งถูกไล่ออกจากสนาม พวกเขากลับไม่สามารถเปลี่ยนความได้เปรียบให้เป็นชัยชนะได้
แถมบางเกมยังลงเอยด้วยความพ่ายแพ้เสียด้วยซ้ำ
ทำไมทัพปีศาจแดงถึงดูเล่นได้ยากกว่าเดิม ทั้ง ๆ ที่คู่แข่งมีตัวผู้เล่นน้อยกว่า? ไปวิเคราะห์พร้อมกัน
ตัวอย่างล่าสุดเกิดขึ้นในเกมที่แมนฯ ยูไนเต็ดเปิดบ้านพบสเปอร์ส โดยเจ้าถิ่นขึ้นนำ 1-0 จาก ไบรอัน เอ็มเบอโม่ ก่อนที่ โรดริโก เบนตันกูร์ จะถูกไล่ออกจากสนามในนาทีที่ 78 ทำให้สเปอร์สเหลือผู้เล่นเพียง 10 คน
ตอนนั้นแมนฯ ยูไนเต็ดต้องการเพียงรักษาความได้เปรียบเอาไว้ในช่วงเวลาที่เหลือ แต่กลับทำไม่สำเร็จ เมื่อ โดมินิค โซลันกี้ ยิงประตูตีเสมอให้สเปอร์สในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ จบเกมด้วยผลเสมอ 1-1
และความผิดหวังครั้งนี้ยังเกิดต่อเนื่องจากเกมก่อนหน้า เพราะแมนฯ ยูไนเต็ดเพิ่งแพ้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-1 และนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 1-2 ทั้งสองนัดเป็นเกมที่คู่แข่งเหลือผู้เล่น 10 คนเช่นกัน
หากมองแค่ผลการแข่งขัน อาจคิดว่านี่เป็นเพียงความบังเอิญ แต่เมื่อพิจารณาตัวเลขแล้ว ปัญหานี้ก็ชวนให้ตั้งคำถามมากขึ้น
โดยข้อมูลจาก Opta Analyst เผยว่านับตั้งแต่เริ่มฤดูกาลก่อนหน้า แมนฯ ยูไนเต็ดลงเล่น 7 นัดในทุกรายการที่คู่แข่งถูกไล่ออกจนเหลือ 10 คน พวกเขาชนะเพียง 3 นัด และแพ้ถึง 3 นัด คิดเป็นอัตราชนะ 42.9% เท่านั้น ขณะที่อัตราชนะในเกมที่คู่แข่งเล่นครบ 11 คนอยู่ที่ 47.7%
ที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือ เมื่อคู่แข่งเหลือ 10 คน แมนฯ ยูไนเต็ดกลับมีอัตราแพ้สูงถึง 42.9% เทียบกับเพียง 20.5% ในเกมที่คู่แข่งไม่มีใครถูกไล่ออก
แน่นอนว่าจำนวนเกมทั้งสองกลุ่มแตกต่างกันมาก โดยเฉพาะเกมที่คู่แข่งเหลือ 10 คนซึ่งมีเพียง 7 นัดเท่านั้น จึงยังไม่อาจสรุปได้เด็ดขาดว่านี่คือปัญหาประจำทีม แต่ตัวเลขก็สะท้อนให้เห็นว่า แมนฯ ยูไนเต็ดกำลังใช้ประโยชน์จากความได้เปรียบนี้ได้ไม่ดีเท่าที่ควร
อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจคือ แม้แมนฯ ยูไนเต็ดจะมีโอกาสยิงเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 14.4 ครั้ง เป็น 19.1 ครั้งต่อ 90 นาที เมื่อคู่แข่งเหลือ 10 คน แต่จำนวนประตูกลับลดลงจาก 1.63 เหลือ 1.55 ประตูต่อ 90 นาที ขณะที่คุณภาพของโอกาสยิงก็ลดลงเช่นกัน โดยค่า xG เฉลี่ยต่อการยิงหนึ่งครั้งลดจาก 0.122 เหลือ 0.095
ตัวเลขนี้ชี้ให้เห็นว่า การยิงมากขึ้นไม่ได้หมายความว่าทีมจะเข้าใกล้ประตูมากขึ้นเสมอไป เพราะเมื่อคู่แข่งเสียผู้เล่น พวกเขามักปรับแผนถอยลงไปตั้งรับให้แน่นขึ้น ปิดพื้นที่ตรงกลาง และบังคับให้ฝ่ายตรงข้ามหาทางเจาะแนวรับที่มีพื้นที่ว่างน้อยกว่าเดิม
สำหรับทีมที่ต้องการใช้ความได้เปรียบให้เกิดผลดี การครองบอลเพียงอย่างเดียวจึงไม่เพียงพอ แต่ต้องเคลื่อนบอลให้เร็ว ใช้พื้นที่ด้านข้าง และสร้างโอกาสยิงจากตำแหน่งที่มีคุณภาพด้วย
อย่างไรก็ตาม ปัญหาของแมนฯ ยูไนเต็ดอาจไม่ได้มีเพียงเรื่องแท็กติก เพราะเมื่อทีมถูกคาดหวังให้เป็นฝ่ายชนะ การมีผู้เล่นมากกว่าก็มาพร้อมแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะเมื่อยังทำประตูไม่ได้ หรือมีสกอร์นำเพียงลูกเดียว
เกมกับสเปอร์สเป็นตัวอย่างที่ชัดเจน แมนฯ ยูไนเต็ดได้เปรียบทั้งสกอร์และจำนวนผู้เล่น แต่กลับรักษาผลการแข่งขันเอาไว้ไม่ได้ ขณะเดียวกัน การเสียประตูในช่วงท้ายเกมก็เป็นอีกประเด็นที่น่ากังวล เพราะทำให้ความได้เปรียบที่สร้างมาตลอดทั้งเกมหายไปในเวลาเพียงไม่กี่นาที
ถึงอย่างนั้น ก็ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าปัญหาทั้งหมดเกิดจากสภาพจิตใจของนักเตะ เพราะอีกความเป็นไปได้คือคุณภาพของทีมยังไม่ดีพอ หรือสภาพความฟิตยังไม่เอื้อให้รักษาระดับการเล่นได้ตลอด 90 นาที
ท้ายที่สุด ปัญหาของแมนฯ ยูไนเต็ดอาจไม่ใช่แค่การเจาะทีมที่เหลือผู้เล่น 10 คนไม่ได้ แต่คือการรับมือกับความคาดหวังที่มาพร้อมความได้เปรียบ พวกเขาต้องหาทางสร้างโอกาสที่มีคุณภาพ พร้อมรักษาความแน่นอนในเกมรับจนเกมจบ
เพราะในวันที่คู่แข่งเสียเปรียบ แมนฯ ยูไนเต็ดควรเป็นฝ่ายกุมความได้เปรียบให้ได้ ไม่ใช่ปล่อยให้โอกาสคว้าสามแต้มหลุดมือซ้ำแล้วซ้ำเล่า..