45 ปีเสือใต้ไร้บัลลงดอร์! "เคน" จะเปลี่ยนประวัติศาสตร์บาเยิร์นได้ไหม?

โดย PPTV Online

เผยแพร่

แม้บาเยิร์นจะคว้าแชมป์ยุโรปมาแล้วหลายครั้ง แต่กลับไม่มีนักเตะคว้าบัลลงดอร์มานาน 45 ปี แล้วแฮร์รี่ เคนจะเปลี่ยนประวัติศาสตร์นี้ได้หรือไม่?

แฮร์รี่ เคน อาจเป็นคนที่พาบาเยิร์น มิวนิค กลับมามีลุ้นบัลลงดอร์ในรอบ 45 ปี แต่เรื่องน่าแปลกคือ ท่ามกลางกระแสลุ้นรางวัลส่วนตัว แฟนบอลจำนวนไม่น้อยกลับไม่ได้มองว่านี่เป็นเรื่องใหญ่ เพราะสำหรับพวกเขา ความสำเร็จของทีมอาจสำคัญกว่าการมีนักเตะคนไหนได้รับการยกย่องว่าเก่งที่สุดในโลก

โดยเรื่องนี้สื่อดังจากเมืองผู้ดีอย่างดิ แอธเลติก ลงพื้นที่พูดคุยกับผู้คนในมิวนิค สิ่งที่พบกลับเป็นความรู้สึกเฉย ๆ มากกว่าความตื่นเต้น ชายท้องถิ่นคนหนึ่งถึงกับดูสงสัยว่าทำไมเรื่องนี้จึงเป็นประเด็นสำคัญ 
 

แฮร์รี่ เคน ผู้ท้าชิงบัลลงดอร์ Reuters/NTB
แฮร์รี่ เคน

ขณะที่แฟนบอลที่แวะเวียนมาร้านขายสินค้าของสโมสรก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับรางวัลมากนัก

แน่นอนว่าพวกเขาชื่นชมเคน ทั้งผลงานในสนาม ความเป็นมืออาชีพ และการวางตัว แต่ในสายตาของแฟนบอลเหล่านี้ เคนพิสูจน์คุณค่าของตัวเองไปแล้ว โดยไม่จำเป็นต้องมีบัลลงดอร์มาเป็นเครื่องยืนยัน (?)

ที่จริงแล้ว บาเยิร์นมีทีมระดับแถวหน้าของยุโรปมาแล้วหลายยุค คว้าแชมเปียนส์ลีกในปี 2001, 2013 และ 2020 พร้อมผลิตนักเตะฝีเท้าระดับตำนานมากมาย ทว่าตลอดช่วงเวลาเหล่านั้น กลับไม่มีใครคว้ารางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของโลกมาครองได้เลย

ส่วนหนึ่งเป็นเพราะช่วงปี 2009 ถึง 2021 เป็นยุคที่ ลิโอเนล เมสซี่ และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ผลัดกันครองบัลลงดอร์ โดยมีเพียง ลูก้า โมดริช ที่สอดแทรกขึ้นมาคว้ารางวัลได้ในปี 2018 เท่านั้น แม้บาเยิร์นจะประสบความสำเร็จบนเวทียุโรป แต่ก็ไม่มีนักเตะจากทีมชุดแชมป์เหล่านั้นคนไหนจบอันดับสูงกว่าอันดับ 3 เลย

ตัวอย่างเช่นปี 2020 คือเคสที่น่าเสียดายที่สุด เพราะ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ถูกยกให้เป็นตัวเต็งอย่างชัดเจน หลังพาบาเยิร์นคว้าทริปเปิลแชมป์ ทั้งบุนเดสลีกา เดเอฟเบ โพคาล และแชมเปียนส์ลีก พร้อมยิง 55 ประตูจาก 47 นัดในทุกรายการ แต่สุดท้ายรางวัลกลับถูกยกเลิกเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19

ซึ่งหากไม่นับเลวานดอฟสกี้ บาเยิร์นแทบไม่เคยมีผู้ท้าชิงที่โดดเด่นเท่าเคนนับตั้งแต่ยุคของ คาร์ล-ไฮนซ์ รุมเมนิกเก้ ซึ่งเป็นนักเตะบาเยิร์นคนสุดท้ายที่คว้าบัลลงดอร์ในปี 1981

ก่อนหน้านี้ โอลิเวอร์ คาห์น เคยจบอันดับ 3 ในปี 2001 ส่วน ฟรองค์ ริเบรี และ อาร์เยน ร็อบเบน ต่างก็เป็นนักเตะระดับท็อปของโลก แต่ไม่เคยครองความยิ่งใหญ่ต่อเนื่องในแบบที่เมสซี่และโรนัลโด้ทำได้

สำหรับเคน เขามีคุณสมบัติที่ทำให้ตัวเองเป็นผู้ท้าชิงรางวัลได้อย่างเต็มตัว ทั้งการยิงประตูอย่างสม่ำเสมอและบทบาทสำคัญกับทีมระดับแถวหน้าทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติ 

ยิ่งไปกว่านั้น เขายังเป็นนักเตะที่มีส่วนร่วมกับเกมมากกว่าการรอจบสกอร์ จึงแทบไม่มีนักเตะบาเยิร์นในอดีตคนไหนที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับบัลลงดอร์ครบถ้วนเท่าเขา

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจคือกระแสสนับสนุนเคนกลับไม่ได้เข้มข้นอย่างที่หลายคนคาด ทั้งจากบาเยิร์นเอง วงการฟุตบอลเยอรมัน ตลอดจนสื่อเยอรมันและอังกฤษ แม้จะมีผู้เชี่ยวชาญ 

อดีตนักเตะของสโมสร และเพื่อนร่วมทีมชาติอังกฤษออกมาแสดงความเห็นว่าเขาคู่ควรกับรางวัล แต่กระแสสนับสนุนก็ไม่ได้ถูกผลักดันให้กลายเป็นแคมเปญอย่างจริงจัง 

ตัวเคนเองก็ไม่ได้พยายามสร้างกระแสให้ตัวเองมากนัก เขาเลือกปล่อยให้ผลงานในสนามเป็นคำตอบ มากกว่าจะพูดถึงโอกาสคว้ารางวัลส่วนตัว

หากเคนคว้าบัลลงดอร์ได้จริง ความสำเร็จครั้งนี้จะมีความหมายต่อบุนเดสลีกาด้วย เพราะนักเตะคนสุดท้ายที่คว้ารางวัลขณะค้าแข้งอยู่กับสโมสรในเยอรมนีคือ มัทธีอัส ซามเมอร์ ของโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เมื่อปี 1996 นับเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานที่สุดเมื่อเทียบกับลีกใหญ่ของยุโรป

การมีผู้ชนะจากบุนเดสลีกาย่อมช่วยเพิ่มภาพลักษณ์และมูลค่าทางการตลาดให้กับลีก แต่ฝ่ายจัดการแข่งขันกลับไม่ได้แสดงท่าทีผลักดันเรื่องนี้อย่างหวือหวา มาร์ค เลนซ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบุนเดสลีกาเผยกับ ดิ แอธเลติก ว่า

“แฮร์รี่ เคน มีฤดูกาลที่ยอดเยี่ยม และยังคงสร้างผลงานอันโดดเด่นให้กับบุนเดสลีกาอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากฝีเท้าและบุคลิกของเขา เขาจะเป็นผู้ชนะบัลลงดอร์ที่คู่ควรอย่างยิ่ง และไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่แฮร์รี่เป็นหนึ่งในผู้ท้าชิงที่แข็งแกร่งจากบุนเดสลีกาสำหรับรางวัลปีนี้”

โดยท่าทีของบุนเดสลีกาแตกต่างจากกระแสสนับสนุนนักเตะบางคนอย่าง ลามีน ยามาล ซึ่งมีทั้งสื่อท้องถิ่นและอินฟลูเอนเซอร์ช่วยกันผลักดันชื่อของเขาอย่างเห็นได้ชัด

ขณะเดียวกัน บนโลกออนไลน์ แฟนบอลบาเยิร์นบางส่วนก็แสดงความไม่พอใจเมื่อเห็นกระแสสนับสนุนนักเตะคนอื่น แต่ความรู้สึกเหล่านั้นดูเหมือนจะมาจากความภักดีต่อเคนและสโมสรมากกว่าความผูกพันกับบัลลงดอร์โดยตรง

ทางดิแอธเลติก จึงลองสำรวจความคิดเห็นจากแฟนบอลบาเยิร์นใน Reddit ด้วยคำถามง่าย ๆ ว่า รางวัลบัลลงดอร์สำคัญกับพวกเขามากแค่ไหน คำตอบส่วนใหญ่แทบเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่สำคัญเลย..

แฟนบอลบางคนมองว่าการมีนักเตะบาเยิร์นคว้ารางวัลนี้อาจช่วยเพิ่มแรงดึงดูดให้สโมสรเวลาต้องการเซ็นสัญญากับนักเตะใหม่ในอนาคต แต่สำหรับอีกหลายคน รางวัลส่วนบุคคลไม่ได้มีความหมายมากพอที่จะต้องให้ความสำคัญถึงขนาดนั้น

ทัศนคติเช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยไม่มีเหตุผล คิต โฮลเดน นักข่าวชาวอังกฤษ-เยอรมันจาก Der Tagesspiegel มองว่า ความรู้สึกต่อต้านบัลลงดอร์เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมฟุตบอลเยอรมันที่ให้ความสำคัญกับทีมมากกว่าความสำเร็จของคนใดคนหนึ่ง

โฮลเดนอธิบายว่า แฟนบอลจำนวนหนึ่งมองการต่อต้านบัลลงดอร์เป็นส่วนหนึ่งของแนวคิดที่ไม่เห็นด้วยกับฟุตบอลสมัยใหม่ ขณะที่บาเยิร์นเองก็วางตัวเป็นสโมสรใหญ่ที่สุขุม ไม่จำเป็นต้องวิ่งตามกระแสของสโมสรอื่นหรือการยกย่องนักเตะเป็นรายบุคคล

แต่เบื้องหลังนั้นยังมีค่านิยมที่หยั่งรากลึกกว่านั้น ฟุตบอลเยอรมันให้ความสำคัญกับการเล่นเป็นทีมมาโดยตลอด แม้แต่ตำนานอย่าง ฟรานซ์ เบ็คเคนบาวเออร์, แกร์ด มุลเลอร์, อูเว เซเลอร์ และ ฟริตซ์ วอลเทอร์ ก็ยังเป็นภาพแทนของนักเตะที่เล่นเพื่อทีม ถ่อมตัว และติดดิน

แนวคิดที่ให้ความสำคัญกับส่วนรวมจึงเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จในฟุตบอลเยอรมันด้วย โดยเฉพาะกับบาเยิร์น ทีมชุดยิ่งใหญ่ของสโมสรไม่เคยพึ่งพานักเตะเพียงคนเดียว แม้จะมีผู้เล่นที่โดดเด่นเป็นพิเศษ แต่พวกเขาก็มักเป็นคนที่พร้อมทำทุกอย่างเพื่อทีม และนี่อาจเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เคนเข้ากับสโมสรแห่งนี้ได้ดี

หากย้อนกลับไปในช่วงแรกที่เคนย้ายมาเล่นในเยอรมนี สื่อท้องถิ่นยังคงตั้งคำถามเกี่ยวกับตัวเขา และมักพูดถึงเพียงจำนวนประตูที่ทำได้ รวมถึงคู่แข่งที่เขายิงใส่ แต่เมื่อเวลาผ่านไป บาเยิร์นพัฒนาจนกลายเป็นทีมที่แข็งแกร่งขึ้น ขณะเดียวกันบทบาทของเคนก็ขยายออกไปมากกว่าการทำประตู มุมมองที่มีต่อเขาจึงเปลี่ยนตามไปด้วย

ทุกวันนี้ สิ่งที่ทำให้เคนได้รับการยอมรับไม่ได้มีเพียงความเฉียบคมหน้าประตูเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเข้าสกัด การจ่ายบอล และการวิ่งช่วยทีมอย่างต่อเนื่อง แม้อายุจะเข้าสู่ช่วง 30 ปีแล้วก็ตาม

นี่จึงเป็นเรื่องย้อนแย้งที่น่าสนใจ คุณสมบัติที่ทำให้เคนกลายเป็นผู้ท้าชิงบัลลงดอร์ ไม่ได้มีเพียงความสามารถเฉพาะตัว แต่ยังรวมถึงการเล่นเพื่อส่วนรวม ซึ่งเป็นค่านิยมเดียวกับที่ทำให้แฟนบอลบาเยิร์นจำนวนมากไม่ได้มองว่ารางวัลส่วนบุคคลนี้สำคัญนัก

เพราะสำหรับพวกเขา สิ่งที่ทำให้เคนมีคุณค่าอาจไม่ใช่การได้รับการยกย่องว่าเป็นนักเตะที่ดีที่สุดในโลก แต่คือการเป็นส่วนหนึ่งของทีมที่ประสบความสำเร็จต่างหาก

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ