"คาร์ริค" ออกก็ไม่จบ! ทำไมปัญหาแมนยูอาจมากกว่าแค่เรื่องโค้ช?

โดย PPTV Online

เผยแพร่

แม้เปลี่ยนผู้จัดการทีมมาหลายคน แต่ทำไมแมนฯ ยูไนเต็ดถึงยังวนเวียนอยู่กับปัญหาเดิม หรือถึงเวลาแล้วที่สโมสรต้องมองให้ลึกกว่าคนข้างสนาม?

ทุกครั้งที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเจอวิกฤตหรือผลงานย่ำแย่ คำถามที่ตามมาแทบจะเป็นเรื่องเดิมเสมอ นั่นคือโค้ชควรอยู่ต่อหรือถึงเวลาต้องเปลี่ยนคนใหม่ แต่ถ้ามองให้มากกว่าผลการแข่งขัน จึงเป็นเรื่องน่าคิดว่า

ต่อให้ ไมเคิล คาร์ริค ต้องออกจากตำแหน่งจริง ๆ แมนฯ ยูไนเต็ดจะดีขึ้นได้แค่ไหน หากปัญหาที่ทำให้สโมสรตกอยู่ในวังวนเดิมยังไม่เคยได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง....?
 

นักเตะแมนยูกับการผิดหวัง Reuters/Chris Radburn
พลพรรคปีศาจแดง

โดยเสียงโห่ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด หลังเกมที่ทีมทำผลงานน่าผิดหวัง ด้วยการแพ้คาบ้านต่อบอร์นมัธไป 0-3 แฟนบอลปีศาจแดงไม่ได้พุ่งเป้าไปที่คาร์ริคเพียงคนเดียว 

แม้พวกเขาจะผิดหวังกับสิ่งที่เห็นในสนาม แต่ระหว่างที่คาร์ริคเดินออกไป เสียงร้องเรียกให้เจ้าของสโมสรขายทีม รวมถึงเสียงวิจารณ์ เซอร์จิม แรตคลิฟฟ์และฝ่ายบริหารก็ดังขึ้นอย่างชัดเจน 

ภาพนี้สะท้อนว่าแฟนบอลจำนวนไม่น้อยมองปัญหาของแมนฯ ยูไนเต็ดไกลกว่าแค่ปัญหาเรื่องโค้ช พวกเขาอาจคิดว่าโค้ชมีส่วนต้องรับผิดชอบ แต่ไม่เห็นด้วยหากความล้มเหลวทั้งหมดจะถูกโยนให้คนคนเดียว

ซึ่งแน่นอนว่า คาร์ริคไม่อาจหลีกเลี่ยงคำถามเรื่องผลงานของตัวเองได้ เมื่อทีมยังเล่นได้อย่างขาดความต่อเนื่อง เกมรุกสร้างโอกาสได้ไม่มากพอ ขณะที่เกมรับก็ยังมีข้อผิดพลาดให้เห็น ทั้งการป้องกันลูกตั้งเตะและความผิดพลาดส่วนบุคคล 

ปัญหาเหล่านี้เป็นสิ่งที่โค้ชต้องหาทางแก้ และหากทีมไม่สามารถยกระดับผลงานได้ ตำแหน่งของเขาก็ย่อมตกอยู่ภายใต้แรงกดดัน

แต่ประเด็นสำคัญคือ ปัญหาในสนามเหล่านี้จะถูกแก้ได้ด้วยการเปลี่ยนโค้ชเพียงอย่างเดียวหรือไม่ เพราะตลอดทศวรรษที่ผ่านมา แมนฯ ยูไนเต็ดผ่านกุนซือมาแล้วหลายรูปแบบ ตั้งแต่เดวิด มอยส์ ที่ถูกคาดหวังให้สานต่อยุคของเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน,

หลุยส์ ฟาน กัล ที่ขึ้นชื่อเรื่องแนวทางแท็กติก, โชเซ่ มูรินโญ่ ที่มีบุคลิกและความเด็ดขาด โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ซึ่งเป็นตำนานของสโมสร ไปจนถึงเอริก เทน ฮาก และรูเบน อโมริม ที่เข้ามาพร้อมแนวคิดฟุตบอลของตัวเอง

โค้ชเหล่านี้แตกต่างกันทั้งบุคลิก วิธีเล่น และประสบการณ์ แต่หลายคนกลับลงเอยด้วยการไม่สามารถพาแมนฯ ยูไนเต็ดกลับไปแข่งขันเพื่อความสำเร็จได้อย่างสม่ำเสมอ 

เมื่อคนที่เข้ามาแก้ปัญหามีแนวทางแตกต่างกัน แต่สโมสรยังกลับมาติดอยู่ในวังวนเดิม ก็ยิ่งทำให้เกิดคำถามว่า สิ่งที่เหมือนกันในความล้มเหลวเหล่านี้คืออะไรกันแน่

ส่วนหนึ่งอาจอยู่ที่โครงสร้างการบริหารสโมสร เพราะการสร้างทีมฟุตบอลระดับท็อปไม่ได้ขึ้นอยู่กับผู้จัดการทีมเพียงคนเดียว แต่ต้องอาศัยการทำงานร่วมกันระหว่างโค้ช ฝ่ายสรรหานักเตะ ผู้บริหาร และผู้กำหนดทิศทางระยะยาว ทุกฝ่ายต้องเห็นตรงกันว่าสโมสรต้องการเล่นฟุตบอลแบบไหน ควรสร้างทีมด้วยนักเตะประเภทใด 

และจะพัฒนาทีมให้ไปถึงเป้าหมายได้อย่างไร หากทิศทางเหล่านี้ไม่ชัดเจน หรือการตัดสินใจในแต่ละส่วนไม่สอดคล้องกัน โค้ชคนใหม่ก็อาจต้องเริ่มต้นสร้างทุกอย่างขึ้นมาใหม่อีกครั้ง แทนที่จะได้ต่อยอดจากสิ่งที่สโมสรมีอยู่แล้ว

ผลที่ตามมาคือ เมื่อผลงานไม่เป็นไปตามเป้าหมาย การเปลี่ยนโค้ชกลายเป็นทางออกที่เห็นได้ง่ายและทำได้ทันที แต่การเปลี่ยนคนคุมทีมไม่ได้หมายความว่าระบบสนับสนุนรอบตัวเขาจะเปลี่ยนตามไปด้วย 

โค้ชคนใหม่อาจนำแนวทางการเล่นที่ดีกว่าเข้ามาได้ อาจทำให้ทีมมีวินัยขึ้นหรือสร้างบรรยากาศใหม่ในห้องแต่งตัว แต่หากยังต้องทำงานภายใต้ข้อจำกัดเดิม มีการวางแผนเสริมทัพที่ไม่ตอบโจทย์ หรือไม่มีความต่อเนื่องในการสร้างทีม ปัญหาเดิมก็มีโอกาสกลับมาได้อีก

เรื่องการเงินก็เป็นอีกส่วนที่ไม่ควรมองข้าม หนี้สินที่สะสมมาตั้งแต่ตระกูลเกลเซอร์เข้าซื้อสโมสรในปี 2005 ยังคงเป็นประเด็นที่ส่งผลต่อความรู้สึกของแฟนบอล ขณะเดียวกัน ความไม่พอใจต่อการบริหารของ INEOS ก็เพิ่มขึ้นจากหลายเรื่อง 

ตั้งแต่การจัดการตั๋วเข้าชมไปจนถึงการเสริมทัพ นี่ไม่ได้หมายความว่าปัญหาทุกอย่างของแมนฯ ยูไนเต็ดเกิดจากเจ้าของหรือผู้บริหารเพียงฝ่ายเดียว แต่แสดงให้เห็นว่าความเชื่อมั่นของแฟนบอลต่อคนที่กำหนดอนาคตสโมสรนั้นกำลังถูกตั้งคำถามมากขึ้นเรื่อย ๆ

สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้แต่ลิซานโดร มาร์ติเนซ นักเตะของทีม ก็เคยตั้งคำถามว่าทำไมสโมสรถึงเอาแต่เปลี่ยนผู้จัดการทีม โดยไม่หันกลับไปตรวจสอบส่วนอื่นด้วย 

เพราะการตำหนิโค้ชหรือนักเตะเป็นเรื่องง่าย แต่การมองหาต้นตอของปัญหาที่อยู่ลึกกว่านั้นต้องอาศัยการยอมรับและตรวจสอบการตัดสินใจของคนในระดับอื่นเช่นกัน

ดังนั้น หากคาร์ริคต้องออกจากตำแหน่งจริง ๆ  สิ่งที่แมนฯ ยูไนเต็ดควรทำไม่ใช่เพียงหาชื่อผู้จัดการทีมคนใหม่ที่ดูมีศักยภาพกว่าเดิม แต่ต้องตอบให้ได้ด้วยว่าจะสร้างสโมสรให้มีทิศทางที่ชัดเจนขึ้นอย่างไร 

ใครเป็นผู้รับผิดชอบการสร้างทีมระยะยาว การสรรหานักเตะจะสอดคล้องกับแนวทางฟุตบอลหรือไม่ และจะทำอย่างไรให้มาตรฐานของสโมสรไม่ได้ขึ้นอยู่กับผู้จัดการทีมเพียงคนเดียว

เพราะท้ายที่สุดแล้ว คาร์ริคอาจเป็นคนที่ต้องรับผิดชอบต่อผลงานในสนาม แต่เขาไม่ใช่คนเดียวที่มีอำนาจกำหนดอนาคตของแมนฯ ยูไนเต็ด หากสโมสรเลือกแก้ปัญหาด้วยการเปลี่ยนคนข้างสนามทุกครั้งที่ผลงานตกต่ำ 

โดยไม่แตะต้องข้อบกพร่องในระดับโครงสร้าง การมาของโค้ชคนใหม่ก็อาจเป็นเพียงการเริ่มต้นวังวนเดิมอีกครั้ง

คำถามจึงอาจไม่ใช่แค่ว่าใครควรมาแทนคาร์ริค แต่คือแมนฯ ยูไนเต็ดพร้อมหรือยังที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งที่อยู่เหนือผู้จัดการทีมด้วย เพราะถ้าคนข้างสนามเปลี่ยนไป แต่ระบบที่อยู่เบื้องหลังยังเหมือนเดิม การกลับไปสู่ความสำเร็จในแบบยุคป๋าเฟอร์กี้ก็อาจทำได้ยาก

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

SPORTS CORNER

SPORTS CORNER

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ