ยินดริช เตอร์ปิชอฟสกี้ กุนซือสลาเวีย ปราก ยังไม่มี ลูคัส โปรว็อด ที่ไม่ฟิตเป็นแค่สำรอง ส่วน แอนจ์ เอ็นเกสซ็อง ที่ถูกเปลี่ยนตัวออกในเกมที่ถล่ม ยาโบลเน็ค 5-0 ได้ออกสตาร์ตที่ข้างสนามก่อนเท่านั้น
มิเกล อาร์เตต้า ปรับทีม 6 ตำแหน่งจากเกมบุกเฉือนชนะ ลิเวอร์พูล 1-0 วิคตอร์ โยเคเรส, เอเบริชี่ เอเซ่, มิเกล เมริโน่, มาร์ติน ซูบิเมนดี้, ปิเอโร่ ฮินคาปิเย่ และ เบน ไวท์ ทั้งหมดได้ลงตัวจริง ส่วน วิลเลียม ซาลิบา สลักอาการเจ็บ มีชื่อสำรอง
นาทีที่ 9 อาร์เซน่อล บุกนำ 1-0 อย่างรวดเร็ว จากจังหวะวางบอลยาวโดยตรงจาก ดาบิด ราย่า แนวรับสลาเวีย ปราก ปล่อยให้บอลยาวตกพื้น ก่อนที่วิคตอร์ โยเคเรสจะใช้ความแข็งแกร่งเบียดบังแนวรับคู่แข่ง แล้วตวัดบอลทะลุช่องไปให้โนนี่ มาดูเอเก้ หลุดเดี่ยว เข้าไปยิงลอดขา นาซาร์ ดอมชัค เข้าไป แม้ลูกนี้มีการเช็ก VAR เล็กน้อยในจังหวะล้ำหน้า แต่สุดท้ายยืนยันเป็นประตู
นาทีที่ 15 อาร์เซน่อล เกือบบวกประตูเพิ่ม มาร์ติน ซูบิเมนดี้สะกิดลูกครอสเข้าหาประตู และดูเหมือนว่าวิคตอร์ โยเคเรส กำลังจะชาร์จจ่อๆ เข้าประตูไป แต่คราวนี้ นาซาร์ ดอมชัค ป้องกันไว้ได้
นาทีที่ 24 มาร์ติน ซูบิเมนดี้ วางบอลยาวอย่างสวยงามออกไปทางริมเส้นให้ โนนี่ มาดูเอเก้ ซึ่งจัดการสร้างโอกาสขึ้นมาได้อีกครั้งด้วยการเปิดบอลอย่างแม่นยำ วิคตอร์ โยเคเรส ที่ซึ่งยืนรออยู่ที่เสาสองโหม่งบอลย้อนกลับมาให้ มิเกล เมริโน่ แต่ เมริโน่ กลับโหม่งบอลไปตกหลังคาตาข่าย
นาทีที่ 27 เบน ไวท์ จ่ายบอลอย่างสวยงามเข้าสู่เขตโทษให้ มิเกล เมริโน่ ซึ่งยืนอยู่ห่างจากประตูเพียงไม่กี่หลา จังหวะนี้ยังไงก็ต้องเป็นประตู แต่ดาวเตะทีมชาติสเปน ยิงด้วยเท้าขวา ไปถูก นาซาร์ ดอมชัค โชว์ซูเปอร์เซฟป้องกันไว้ได้!
นาทีที่ 36 สลาเวีย ปราก เพิ่งมีโอกาสทอง จากลูกทุ่มไกลพุ่งลึกเข้าไปในเขตโทษของอาร์เซน่อล และเป็น โทมัส โฮเลส ที่เข้าถึงบอลได้ก่อน แต่บอลกระดอนตัวออกหลังอย่างน่าเสียดาย
นาทีที่ 38 อาร์เซน่อล ขยับนำ 2-0 เป็นจังหวะที่ สลาเวียส ปราก กัดจังหวะที่อาร์เซนอลพยายามบุกเข้าเขตโทษได้ แต่ก็เสียบอลคืนให้อาร์เซนอลไปอย่างรวดเร็ว เดแคลน ไรซ์ จ่ายบอลให้ มิเกล เมริโน่ ทำชิ่ง วิคเตอร์ โยเคเรส ก่อนจะสลัดตัวประกบแล้วปั่นบอลโค้งเสียบมุมเสาไกลเข้าไปอย่างสวยงาม และถือเป็นประตูที่ 2 ของดาวเตะทีมชาติสวีเดนจากการลงเล่นสามนัด
นาทีที่ 42 กาเบรียล กาเบรียล มากัลเญส ซึ่งเติมขึ้นมาอยู่ใกล้ปากประตูได้โหม่งซ้ำทันที แต่บอลถูกสกัดออกมาจากเส้นประตูได้สำเร็จ อาร์เซน่อล ยังไม่ได้ประตูที่ 3
จบครึ่งแรก อาร์เซน่อล ที่ครองบอลได้มากถึง 60% นำอยู่ 2-0
กลับมาครึ่งหลัง ผ่านไป 22 วินาที ออสการ์ คูเบี้ยค แนวรับเจ้าถิ่น มีพื้นที่ว่างในแดนของอาร์เซนอล จึงตัดสินใจยิงไกล แต่ ดาบิด ราย่า ยังรับไว้ได้
นาทีที่ 51 ดาบิด ราย่า มาเซฟ ลูกยิงไกลของ เอ็มมานูเอล อายาโอซี่ เอาไว้ได้ นี่เป็นถือโอกาสที่ 2 ของสลาเวีย ปราก ในครึ่งหลัง
นาทีที่ 58 เอ็มมานูเอล อายาโอซี่ ที่กระชากบอลผ่าน โนนี่ มาดูเอเก้ ก่อนตัดสินใจยิง หน้ากรอบเขตโทษ แต่เอซรี่ คอนซ่า เข้ามาสกัดบอลออกหลังไปได้
เกมผ่าน 65 นาที ตอนนี้เปอร์เซ็นต์การครองบอลค่อนข้างสูสีกัน โดยความแม่นยำในการผ่านบอลของอาร์เซนอลลดลงจาก 87 % เหลือ 74 %นับตั้งแต่เริ่มครึ่งหลัง การเล่นกับบอลของดูติดขัดไปบ้าง ขณะที่สลาเวีย ปราก กำลังกดดันต่อเนื่องเพื่อลุ้นประตูตีไข่แตก
นาทีที่ 72 โอกาสลุ้นครั้งแรกของอาร์เซนอลในครึ่งหลัง โนนี่ มาดูเอเก้กระชากบอลผ่านคู่ประกบทางฝั่งขวา ก่อนจะซัดเต็มแรงจากมุมแคบ แต่ นาซาร์ ดอมชัค ยังไม่ปล่อยให้พลาดเป็นประตูที่ 3
นาทีที่ 75 สลาเวีย ปราก เกือบได้ประตูตีตื้น จากจังหวะที่ ดาบิด ราย่าออกมาตัดบอลลูกเตะมุมพลาด ทำให้ยูราเซ็กโหม่งบอลตรงสู่ประตู แต่ กาเบรียล มากัลเญสยังตามมาสกัดบอลออกจากเส้นไว้ได้ทันจากนั้น วิคตอร์ โนวัคตามซ้ำจังหวะสอง แต่รายายังปัดบอลออกไปได้มีการเช็ก VAR! จังหวะหลังจากโหม่งบอล โนวัค ถูกเมริโนเข้าปะทะ แต่ไม่ได้เป็นจุดโทษ
นาทีที่ 84 สลาเวีย ปราก ยังไม่ได้ประตูตีไข่แตกจากลูกเปิดบอลจากฝั่งขวาเข้ามา ออสการ์ คูเบี้ยค โหม่งบอลย้อนไปที่หน้าปากประตูได้ดี โดยจังหวะนี้ ดาบิด ราย่า ปัดบอลไปชนเสา ก่อนจะคว้าบอลไว้ได้บนเส้นประตู ถือเป็นการเซฟที่ยอดเยี่ยมจริงๆ!
นาทีที่ 90 วิคตอร์ โนวัค มายิงประตูตีไข่แตกให้ สลาเวีย ปราก จบเกม อาร์เซน่อล บุกมาชนะ 2-1
ผ่าน 4 นัด อาร์เซน่อล มี 10 คะแนน รั้งอันดับ 3 ของตาราง ส่วนสลาเวีย ปราก มี 1 คะแนนเท่าเดิม อยู่อันดับ 34
รายชื่อผู้เล่น 11 คนแรกของทั้งสองทีม
สลาเวีย ปราก (4-2-3-1) : นาซาร์ ดอมชัค - โทมัส วุลเช็ค, โทมัส โฮเลส, เดวิด ซิม่า, ออสการ์ คูเบี้ยค - เดวิด โมเสส, มิชาล ซาดิเล็ค - เอ็มมานูเอล อายาโอซี่, มูบารัค ซูเลมาน, ดานิเยล สตวร์ม - วิคตอร์ โนวัค
อาร์เซน่อล (4-2-3-1) : ดาบิด ราย่า - เบน ไวท์, เอซรี่ คอนซ่า, กาเบรียล มากัลเญส, ปิเอโร่ ฮินคาปิเย่ - เดแคลน ไรซ์, มาร์ติน ซูบิเมนดี้ - โนนี่ มาดูเอเก้, มิเกล เมริโน่, เอเบริชี่ เอเซ่ - วิคตอร์ โยเคเรส