ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม F
โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ รองแชมป์บุนเดสลีก้า เยอรมัน บุกไปเยือน ลีเกีย วอร์ซอว์ จากโปแลนด์
เริ่มเกมมาได้ไม่ถึง 7 นาที อุสมาน เดมเบเล่ ครอสเข้ามาให้ มาริโอ เกิทเซ่ โขกขึ้น ดอร์ทมุนด์นำก่อน 1-0
จากนั้นนาที 15 เสือเหลืองได้ฟรีคิก และเป็น โซคราติส ปาปาสทาโทพูลอส ที่โหม่งเข้าไป เป็นประตูที่ 2 ของทีมเยือน
ไม่ถึง 2 นาที ต่อมา ก็มีประตูที่ 3 ทันที มาร์ค ชเมลเซอร์ ได้ยิง แต่ติดเซฟ บอลมาเข้าทาง มาร์ค บาร์ตร้า ซ้ำเข้าไปไม่เหลือ ดอร์ทมุนด์ หนีห่าง 3-0 และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้
ครึ่งหลังเริ่มได้ 5 นาทีเศษ อุสมาน เดมเบเล่ ได้ส่อง บอลไปติดแต่ยังมาเข้าทาง ราฟาเอล เกร์เรโร่ ยิงเข้าไปให้ เสือเหลือง นำ 4-0
จากนั้น นาที 76 กอนซาโล่ กาสโตร มาทำประตูที่ 5 ก่อนที่ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง จะกระชากบอลขึ้นมา และซัดตุงตาข่าย เป็นประตูตอกฝาโลง ให้ ดอร์ทมุนด์ บุกมาถล่ม วอร์ซอว์ 6-0 เก็บ 3 แต้ม ขึ้นเป็นจ่าฝูงกลุ่ม F
ส่วนอีกคู่ในกลุ่มเดียวกัน ราชันชุดขาว เรอัล มาดริด เปิดบ้านรับการมาเยือนของ สปอร์ติ้ง ลิสบอน
ครึ่งแรกเสมอกัน 0-0 แต่พอเปิดครึ่งหลังมา เป็นทีมเยือนที่ทำเซอร์ไพรส์ ออกนำไปก่อน โดยได้ประตูจากบรูโน่ เซซาร์ ในนาที 48
ก่อนหมดเวลา 2 นาที เอเลียส ทำฟาวล์ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ทำให้ มาดริด ได้ฟรีคิก และ โรนัลโด้ ก็ลงโทษด้วยการซัดเข้าไป เป็นประตูตีเสมอให้เจ้าบ้าน
ช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 5 อัลบาโร่ โมราตา โขกประตูชัย ให้ มาดริด เฉือนชนะ ลิสบอน 2-1 คว้า 3 แต้มแรกได้สำเร็จ