จุดเด่นของยูเออี คือการจ่ายบอลทะลุกรอบเขตโทษทั้งบอลสั้น บอลยาวทำได้ดีทั้งหมด จะเห็นได้จากสถิติการได้ประตูจากเกมฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกรอบสองทั้งหมด 25 ประตู เป็นการจ่ายบอลทะลุกรอบเขตโทษ 10 ประตู
ส่วนอีก 15 ประตูมาจากการเข้าทำรูปแบบอื่น เซตพีซ 5 ครั้ง เปิดบอล 5 ครั้ง และ ใช้ความสามารถเฉพาะตัวเข้าไปทำประตูอีก 5 ครั้ง แสดงให้เห็นว่า ยูเออี มีการเข้าทำประตูที่หลากหลาย จะเป็นงานหนักสำหรับกองหลังของช้างศึกไทยในวันนี้
แต่จุดอ่อนของ ยูเออี มีให้เห็นเช่นเดียวกัน เพราะความผิดพลาดในการประกบคู่แข่ง โดยเฉพาะแบ็คขวา ที่ทำให้เสีย 3 ประตู จาก 4 ประตู ที่เสียไปในรอบคัดเลือกรอบที่แล้ว น่าจะเป็นช่องโหว่ที่ซิโก้เห็น จึงส่งทั้งชนาธิป, เกริกฤทธิ์, มงคล เพื่อหวังได้ประตูจากความผิดพลาดจุดนี้
แต่ทีมไทยต้องระวังเช่นเดียวกัน เพราะสื่อของยูเออี ชำแหละฟอร์มของทีมชาติไทยออกมา เชื่อว่าโค้ชยูเออีคิดไม่ต่างกัน โดยสื่อยูเออีมองว่า เกมรับไทยยังมีช่องโหว่ รวมถึงกองกลางยังไม่เหนียวแน่น และจังหวะโต้กลับช้าเกินไป แถมยังปล่อยพื้นที่ให้คู่ต่อสู้เล่น นี่เป็นจุดอ่อนที่สื่อยูเออีวิเคราะห์กับผลงานของไทย
โดยโค้ชซิโก้ พยายามแก้ไขข้อบกพร่องเหล่านี้เน้นซ้อมแท็คติกทุกวัน จึงส่งนักเตะชุดที่ดีที่สุดลงสนาม ชุดเดียวกับที่เล่นกับซาอุฯในนัดแรก ด้วยระบบการเล่น 4-2-3-1 คู่เซ็นเตอร์เป็น ธนบูรณ์ กับ กรวิทย์ เพราะซิโก้ต้องใช้ความแข็งแกร่งของกรวิทย์ในการสกัดเกมรุกเจ้าถิ่น