วันนี้ (19 ธ.ค. 59) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกมนัดชิงชนะเลิศ ระหว่าง คาชิม่า แอนท์เลอร์ส เจ้าภาพพบกับ เรอัล มาดริด สู้กันสนุกสูสี
มาดริด ขึ้นนำเร็ว ตั้งแต่ นาที 9 ลูก้า โมดริช ยิงติดเซฟก่อนจังหวะแรก ผู้รักษาประตู แอนท์เลอร์ส ปัดเข้าทาง คาริม เบนเซม่า ยิงให้ มาดริด นำ 1-0 แต่เกมมาเปลี่ยน เมื่อ ช่วงท้ายครึ่งแรกนาที 43 โชมะ โดอิ เปิดยัดไปให้ ชิบาซากิ จับแล้วยิงให้ แอนท์เลอร์ส ตีเสมอ 1-1
เกมครึ่งหลัง เริ่มเพียง 1 นาที ชิบาซากิ เลี้ยงหลบเข้าซ้าย ยิงเสียบเสาให้ แอนท์เลอร์ส แซง 2-1 แต่แล้ว นาที 57 แอนท์เลอร์ส เสียจุดโทษ เพราะ ชูโตะ ยามาโมโตะ ไปทำฟาล์ว ลูคัส บาสเกซ ในเขตโทษ และเป็น คริสเตียโน่ โรนัลโด้ สังหารจุดโทษ ให้มาดริด กลับมาเสมอ 2-2
ทั้งคู่เสมอ กันในเวลาปกติ 2-2 ต้องต่อเวลาพิเศษ เพื่อตัดสินแชมป์ เกมช่วงต่อเวลาพิเศษ เดินมาถึงนาที 97 แอนท์เลอร์ส เสียบอลกลางสนามง่ายๆ คาริม เบนเซม่า จ่ายทะลุช่องให้ โรนัลโด้ หลุดขึ้นไปยิง
และนาที 103 โรนัลโด้ คนเดิม ทำแฮตทริกของตัวเอง ในเกมนี้ ให้ เรอัลมาดริด ชนะ แอนท์เลอร์ส 4-2 คว้าแชมป์สโมสรโลก สมัย 2 ต่อจากปี 2014 ขณะที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เป็นนักเตะคนแรกที่ทำแฮตทริกในนัดชิง และ เป็นดาวซัลโวสูงสุดของรายการนี้ ยิงไป 4 ประตู ก็รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมไปตามระเบียบ
ส่วน คาชิม่า แอนท์เลอร์ส ทีมเจ้าภาพ ที่เป็นทีมเอเชียทีมแรกที่เข้ามาถึงรอบชิง แม้จะคว้ารองแชมป์ แต่ฟอร์มการเล่นก็ประทับใจแฟนบอลและได้รับรางวัลแฟร์เพลย์ด้วย
TORU YAMANAKA / AFP