เริ่มที่ “โปรเม” เอรียา จุฑานุกาล นักกอล์ฟสาวมือ 2 ของโลก ได้รับฉายา “สาวน้อยร้อยล้าน”
จากผลงานคว้าแชมป์แอลพีจีเอทัวร์ถึง 5 รายการ คว้ารางวัลนักกอล์ฟยอดเยี่ยมแห่งปี พร้อมโบนัส 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทำเงินรางวัลสูงถึง ราว 91.8 ล้านบาท
มาที่อีกเม “เมย์” รัชนก อินทนนท์ นักแบดมินตันสาวมือ 5 ของโลก ได้รับฉายา “นางฟ้าตกสวรรค์” เมื่อช่วงต้นปี รัชนก คว้าแชมป์ระดับซุปเปอร์ซีรีส์ 3 รายการติดต่อกัน ภายใน 3 สัปดาห์ ส่งผลให้เธอผงาดขึ้นเป็นมือ 1 โลก แต่ก่อนแข่งโอลิมปิกเกมส์ เกือบถูกตัดสิทธิ์เพราะถูกตรวจพบสารต้องห้าม แต่ผู้บริหารสมาคมกีฬาแบดมินตันฯ ต่อสู้จนทำให้เธอได้ไปแข่งโอลิมปิกเกมส์ที่บราซิล แต่ รัชนก กลับทำผลงานน่าผิดหวัง ตกรอบอย่างไม่มีลุ้น
“ปีโป้” สิโรจน์ ฉัตรทอง นักเตะทีมชาติไทย ได้รับฉายา “ช้างถึกเลี่ยมทอง” ปีโป้ ไม่เคยเล่นฟุตบอลระดับเยาวชนทีมชาติ แต่ฟอร์มไปเข้าตา“ซิโก้” ตอนเล่นให้กับอุบลยูเอ็มที จึงเรียกไปติดทีมชาติ ด้วยสไตล์การเล่นบู๊ ดุดัน สร้างความปั่นป่วนให้แผงหลังทีมคู่ต่อสู้ แถมยังทำ 2 ประตูในเกมรับชิงชนะเลิศซูซูกิคัพช่วยให้ไทยคว้าแชมป์ จึงได้รับฉายานี้ไป
“บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ได้รับฉายา “นายกจับสลาก” หลังจากการที่ บิ๊กอ๊อด เป็นนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ คนแรกตั้งแต่มีการแข่งขันฟุตบอลเกิดขึ้นในประเทศไทย หรืออาจจะครั้งแรกของโลกไม่ผิดนัก ที่มีการตัดสินหาแชมป์ด้วยการจับสลาก ในการแข่งขันฟุตบอลเอฟเอคัพ และฟุตบอลลีกดิวิชั่น 2 เพื่อหาทีมเลื่อนชั้น
“ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ผู้ฝึกสอนทีมฟุตบอลชาติไทย ได้รับฉายา “กุนซือ Waiting list” สัญญาฉบับปัจจุบันของซิโก้ จะสิ้นสุดลงในเดือนกุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ แต่นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่ายังไม่ได้คิดจะปลด แต่จะหารือเรื่องสัญญากันหลังเทศกาลปีใหม่ เท่ากับว่าอนาคตของ “ซิโก้” ยังไม่แน่นอน เปรียบเสมือนผู้โดยสารเครื่องบินที่ถูกขึ้นบัญชี Waiting list รอตั๋วที่นั่งว่าง ซึ่งจะมีหรือไม่มีก็ยังไม่รู้
“เมสซี่เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ ได้รับฉายา “ลิงน้อยสอยป้า” หลังจากชนาธิปประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการว่าคบหาเป็นแฟนกับ “เมย์” พิชญ์นาฏ สาขากร ดาราสาว ต่างก็แสดงความหวานออกสื่อจนใครต่อใครอิจฉา แต่ด้วยวัยที่ห่างกันเกือบ 12 ปี เพื่อน ๆ มักเรียกแฟนสาวของ ชนาธิป ว่า “ป้า” ส่วนตัวเขาเองเป็นนักเตะไซส์เล็ก ก็ได้รับฉายาว่า “ลิงน้อย”
“เจ้าตั้ม” ธนบูรณ์ เกษารัตน์ นักฟุตบอลทีมชาติไทย ได้รับฉายา “แข้งทองฝังเพชร” จากดีลประวัติศาสตร์ ระหว่าง “กว่างโซ้งมหาภัย” เชียงราย ยูไนเต็ด ที่ซื้อธนบูรณ์ จาก “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัว 50 ล้านบาท นับว่าเป็นค่าตัวที่แพงที่สุดในวงการฟุตบอลเมืองไทย
“เจ้าสด” ฉัตร์ชัย บุตรดี นักกีฬามวยสากลทีมชาติไทย ได้รับฉายา “ฉัตร์ (ปล้น) ชัย” โอลิมปิกเกมส์รอบ 16 คนสุดท้าย ฉัตร์ชัย พบกับ วลาดิเมียร์ นิกิติน จากรัสเซีย ปรากฏว่านักชกไทยเป็นฝ่ายเดินไล่ถลุงอยู่แทบจะฝ่ายเดียว แต่ผลสุดท้ายกลับเป็นฝ่ายพ่ายคะแนน 1-2 เสียง ชนิดค้านสายตาคนทั้งโลก
“น้องแต้ว” พิมศิริ ศิริแก้ว นักกีฬายกน้ำหนักหญิงทีมชาติไทย ได้รับฉายา “นางรอง 2 สมัย” พิมศิริ เจ้าของเหรียญเงินโอลิมปิกเกมส์ 2012 ลงแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2016 รุ่น 58 กก.หญิง ด้วยความหวังเหรียญทอง แต่สุดท้ายก็ต้องหลีกทางให้รุ่นน้อง “น้องฝ้าย” สุกัญญา ศรีสุราช ที่ลงชิงชัยในรุ่นเดียวกันคว้าเหรียญทอง โดยน้องแต้วถอนตัวไม่ยกครั้งสุดท้ายในท่าคลีนแอนด์เจิร์ก ทำให้ได้เหรียญเงินมาครองอีกสมัย
“น้องณี” สุธิยา จิวเฉลิมมิตร นักกีฬายิงเป้าบินทีมชาติและมือ 1 ของโลก ได้รับฉายา “มือปืนเป้าหนี” เพราะทำผลงานยอดเยี่ยมมาตลอดปี แต่ในโอลิมปิกเกมส์ 2016 กลับตกรอบแรก
“บิ๊กเสือ” สกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ได้รับฉายา “ผู้ว่าฯ หลักกรู” บิ๊กเสือ เป็นประธานอนุกรรมการพิจารณาคัดเลือกผู้รับรางวัล ด้านกีฬาดีเด่น วันกีฬาแห่งชาติ แต่หลายรางวัลกลับค้านสายตาคนกีฬาอย่างมาก พิจารณาแบบไม่ยึดตามหลักเกณฑ์ ยึดแต่ “หลักกรู” เอาความคิดตัวเองเป็นที่ตั้ง สร้างความลำบากใจกับอนุกรรมการเป็นอย่างมาก
“บิ๊กเอ๋” กิตตน์สมบัติ เอื้อมมงคล นายกสมาคมกีฬาเทนนิสฯ ได้รับฉายา “งาบเงียบ” ในการเลือกตั้งนายกสมาคมกีฬาเทนนิสฯ ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่า สุวัจน์ ลิปตพัลลภ ซึ่งนั่งเก้าอี้นี้มาหลายสมัย จะโดนโค่นจากตำแหน่งอย่างไม่รู้ตัว ซึ่งทุกฝ่ายไม่มีการระแคะระคาย หรือมีข่าวลือมาก่อน