5. ไมเคิล เฟลป์ส
อดีตนักว่ายน้ำชาวอเมริกันวัย 31 ปี ฝากผลงานก่อนอำลาวงการในโอลิมปิกเกมส์ 2016 ที่ประเทศบราซิล ไว้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการกวาด 5 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน นอกจากนี้เจ้าตัวยังเป็นเจ้าของเหรียญโอลิมปิกมากที่สุดในโลกด้วยสถิติ 23 เหรียญตลอดกาล
ล่าสุด ช่วงปลายปี 2016 เฟลป์ส ขึ้นรับรางวัล ไลฟ์ไทม์ แอคชีพเมนท์ หรือรางวัล นักกีฬาที่ส่งผลกระทบกับวงการกีฬาอย่างมาก ที่จัดโดยสำนักข่าวชื่อดังอย่าง BBC ในงานประกาศรางวัลนักกีฬายอดเยี่ยม ประจำปี 2016 ซึ่ง เฟลป์ส ถูกโหวตจากผลงานสุดยิ่งใหญ่ที่ฝากไว้ในมหกรรมกีฬาโลก อย่างโอลิมปิก เกมส์ นั่นคือ 23 เหรียญทอง จากการเข้าแข่งขัน 5 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2000 ด้วยวัยเพียง 15 ปี
4. แอนดี้ เมอร์เรย์
นักเทนนิสชาวสหราชอาณาจักร วัย 29 ปี ทำผลงานดีอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี 2016 เริ่มจากการคว้าแชมป์วิมเบิลดันเป็นสมัยที่ 2 ต่อด้วยการป้องกันแชมป์โอลิมปิก และทำคะแนนสะสมอันดับโลก แซง โนวัค ยอโควิช ขึ้นเป็นมือ 1 ของโลกเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา
ก่อนที่จะมารับรางวัลนักกีฬายอดเยี่ยมแห่งปี 2016 จากสื่อชื่อดังอย่าง BBC และรางวัลในปีนี้เป็นสมัยที่ 3 ที่ เมอร์เรย์ ได้รางวัลต่อจากปี 2013 และ 2015 มากที่สุดที่เคยมีคนทำได้
สำหรับการขึ้นมือหนึ่งของ เมอร์เรย์ ด้วยสถิติ ชนะรวด 18 นัด โดย 17 นัดที่ชนะอยู่ในระยะเวลาเพียง 31 วัน ที่สำคัญ 12 รายการที่ลงเล่นเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ 11 รายการ หลังจากการยกเครื่องภายใต้โค้ชใหม่ของ เมอร์เรย์ คว้าแชมป์ไปแล้ว 7 รายการ ใน 5 ประเทศ และเป็นนักเทนนิสสหราชอาณาจักรคนแรกที่ครองมือ 1 ของโลก
3. ยูเซน โบลต์
ราชาลมกรด ชาวจาไมก้า วัย 29 ปี เจ้าของฉายา “Lightning Bolt” หรือสายฟ้าฟาด ทำผลงานยอดเยี่ยมในริโอ เกมส์ 2016 ด้วยการคว้า 3 เหรียญทอง ในการแข่งขันวิ่งทางเรียบระยะ 100 , 200 และ 4*100 เมตรชาย โดยในระยะ 100 เมตร โบลต์ คว้าเหรียญทอง ด้วยการเฉือน จัสติน กัทลิน นักวิ่งจากสหรัฐอเมริกา เพียง 0.08 วินาที
สำหรับ ระยะ 200 เมตร ยูเซน โบลต์ ควบทิ้งห่างคู่แข่งทุกลู่วิ่ง ผงาดคว้าเหรียญทองวิ่งระยะ 200 เมตรชาย ด้วยเวลา 19.79 วินาที ซึ่งระยะนี้เป็นระยะที่เจ้าตัวชอบและถนัดที่สุด ส่วน 4*100 เมตร โบลต์ นำทีมชาติจาไมก้า คว้าเหรียญทอง ตามคาด ด้วยเวลา 37.27 วินาที ร่วมกับเพื่อนร่วมทีมอย่าง อซาฟา เพาเวลล์ ,โยฮัน เบลค และ นิคเคิ่ล แอชมีเด้ ขณะที่เหรียญเงินตกเป็นของทีมชาติญี่ปุ่น และทีมชาติแคนาดา คว้าเหรียญทองแดง
3 เหรียญทอง ในริโอเกมส์ 2016 ถือว่าเป็นเหรียญที่ 9 ของเจ้าตัวตลอดการลงแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ ตั้งแต่ ปักกิ่งเกมส์ 2008 และลอนดอนเกมส์ 2012 ล่าสุด ยูเซน โบลต์ ขึ้นรับรางวัลนักกรีฑาชายยอดเยี่ยมของโลก ในงานประกาศรางวัลของสหพันธ์กรีฑานานาชาติประจำปี 2016 ที่โมนาโก ประเทศฝรั่งเศส นับเป็นนักกรีฑาที่คว้ารางวัลนี้ได้มากที่สุด รวม 6 สมัย
2. คริสเตียนโน่ โรนัลโด้
จอมสับแดนฝอยทองกับผลงานปี 2016 ในระดับสโมสร โรนัลโด้ พา “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด คว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2015-16 สมัยที่ 11 เป็นประวัติศาสตร์สโมสร และในฤดูกาล 2015-2016 ลงเล่น 55 นัด ทำไป 51 ประตู แอสซิสต์ 17 ครั้ง รวมทุกรายการ สำหรับฤดูกาลปัจจุบัน โรนัลโด้ พา เรอัล มาดริด รั้งจ่าฝูงลาลีกา นำบาร์ซ่า 3 คะแนน ซัดไปคนเดียว 10 ประตู
นอกจากนั้นแล้ว คริสเตียนโน่ โรนัลโด้ ยังเป็นกำลังสำคัญที่พา ราชันชุดขาว ผงาดคว้าแชมป์ ฟีฟ่า คลับ เวิร์ล คัพ หรือฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก เป็นสมัยที่ 2 ของทีม อีกทั้งเจ้าตัวยังสามารถทำประตูที่ 500 ในการเล่นฟุตบอลอาชีพอีกด้วย นอกจากระดับสโมสรแล้ว ระดับทีมชาติ จอมทัพรายนี้ พาทีมชาติโปรตุเกส พลิกโผทุกสำนักเฉือนชนะเจ้าภาพทีมชาติฝรั่งเศส คว้าแชมป์ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือ ยูโร 2016 ได้สำเร็จเป็นครั้งแรกของชาตอีกด้วย
ด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยมตลอดทั้งปี ทำให้ โรนัลโด้ ได้รับรางวัลฟุตบอลทองคำ หรือบัลลงดอร์ ปี 2016 ที่จัดโดย นิตยสาร ฟรองซ์ ฟุตบอล แซงหน้าผู้ท้าชิงอีก 2 คน อย่าง ลีโอเนล เมสซี่ และ อองตวน กรีซมันน์ โดยบัลลงดอร์ โดยรางวัลบัลลงดอร์ ในปีนี้ถือเป็นสมัยที่ 4 ของเจ้าตัว ซึ่งต่อจากปี 2008, 2013, 2014
1. ทัพช้างศึกไทย
อันดับต้องยกให้ ทีมฟุตบอลทีมชาติไทยภายใต้การกุมบังเหงียนของ โค้ชซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เริ่มจากการผ่านเข้ารอบ 12 ทีมสุดท้าย ในศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกโซนเอเชีย อยู่สายบี ร่วมกับ ซาอุดิอาระเบีย ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย ยูเออี และอิรัก แม้การแข่งขันใน 4 นัดแรกทีมชาติไทยจะปราชัยทั้งหมด แต่นัดล่าสุด นัดที่ 5 ขุนพลช้างศึก สามารถแบ่งแต้มกับ ออสเตรเลีย ขาประจำบอลโลก ได้อย่างมีลุ้นมีเสียว
จากนั้น ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ทีมชาติไทย สามารถป้องกันแชมป์ ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน หรือ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016 ได้อย่างยิ่งใหญ่ในสนามราชมังคลากีฬาสถาน และเป็นการชูถ้วยใบนี้เป็นสมัยที่ 5 มากที่สุดในภูมิภาคอาเซียน อีกทั้งผลงานส่วนตัวของนักเตะ อย่างเจ ชนาธิป ที่ได้รับรางวัลผู้เล่นทรงคุณค่าสองสมัยติด เป็นประวัติศาสตร์ชาติไทย มุ้ย ธีรศิลป์ รางวัลดาวซัลโวสูงสุด และ 23 ขุนพลช้างศึก กับรางวัลแฟร์เพลย์ และตำแหน่งแชมป์ ถวายแด่ในหลวง ร.๙ และในหลวง ร.๑๐
ขอขอบคุณภาพจาก : @andymurray ,@m_phelps00 ,@usainbolt ,@cristiano