หลังจาก “จิ้งจอกสีฟ้า” เลสเตอร์ ซิตี้ ผ่านศึกพรีเมียร์ลีกกลางสัปดาห์ นัดที่ 23 ของฤดูกาล เมื่อคืนที่ผ่านมาด้วยการบุกไปพ่าย เบิร์นลี่ 1-0 แม้ว่าจะจัดชุดใหญ่ที่นำโดย เจมี่ วาร์ดี้ ,ริยาด มาห์เรซ ,ดาเนี่ยล ดริ้งวอเตอร์ หรือแม้แต่กัปตันทีมอย่าง เวสต์ มอร์แกน ทำให้มีเพียง 21 แต้มจาก 23 เกมรั้งอันดับ 16 ห่างโซนตกชั้นเพียง 3 แต้ม
หากย้อนกลับไปในฤดูกาล 2015-2016 ซึ่งเป็นฤดูกาลแห่งเทพนิยายของจิ้งจอกสีฟ้า พลพรรคเลสเตอร์ ซิตี้ เล่นด้วยความกระหายแพ้เพียง 2 เกม เก็บไป 47 แต้ม จาก 23 เกม นำเป็นจ่าฝูงโดยมี แมนฯ ซิตี้ ตามหลังอยู่ 3 แต้มที่ 44 แต้ม
ทั้งนี้หากนำคะแนนของเลสเตอร์ จากฤดูกาลที่แล้ว (2015-2016) มาเปรียบเทียบกับฤดูกาลปัจจุบัน (2016-2017) จิ้งจอกตัวนี้จะรั้งอันดับที่ 4 ตามหลัง สเปอร์ส และอาร์เซน่อล ที่มี 47 คะแนนเท่ากัน เนื่องจากมีประตูได้เสียน้อยกว่า 13 และ 10 ประตู ตามลำดับ
อย่างไรก็ตาม สำหรับฟอร์มที่ตกต่ำของ เลสเตอร์ ซิตี้ ในฤดูกาลนี้ ผู้สันทัดกรณีด้านฟุตบอล วิเคราะห์ไว้ว่า 1.อาจเนื่องมาจากนักเตะหมดแรงจูงใจและความกระหายแชมป์ 2.อาจเป็นเพราะเลสเตอร์ ซิตี้ เล็กเกินไปสำหรับนักเตะบางคน 3.การขาดหายไปของ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ในแดนกลาง และ 4.เคลาดิโอ รานิเอรี่ เน้นฟุตบอลยุโรปมากเกินไป
Paul ELLIS / AFP
Lindsey Parnaby / AFP
ADRIAN DENNIS / AFP