โดยผลงานก่อนหน้านี้ 3 นัดหลังสุดที่พบกัน เจ้าบ้านไม่สามารถเอาชนะ "ทัพหงส์ขาว" ได้เลย ทำให้อันโตนีโอ คอนเต้ ตัองจัดทัพชุดใหญ่หวังแก้มือ ก่อนที่จะโชว์ฟอร์มเยี่ยมสมราคาจ่าฝูง เอาชนะทีมเยือนไปด้วยสกอร์ 3-1 เชส ฟาเบรกัส ที่เกมนี้ลงสนามเป็นตัวจริงแทนที่ เนมานย่า มาติช ซัดเบิกร่องนาทีที่ 19 ก่อนที่ เฟร์นานโด ยอเรนเต้ จะมาโขกตีเสมอ 1-1 ช่วงท้ายครึ่งแรก กลับมาครึ่งหลังเจ้าถิ่นเร่งเปิดเกมรุกได้ประตูเพิ่มจาก เปโดร โรดริเกซ และดีเอโก้ คอสต้า เชลซี เก็บเพิ่มเป็น 63 คะแนน ทิ้งห่างอันดับ 2 เป็น 10 คะแนน
ขณะที่อีกสนามจากกรุงลอนดอน ทอตแนม ฮอทสเปอร์ ก่อนเกมรั้งอันดับ 3 เปิดไวต์ฮาร์ตเลน รับมือ สโต๊ค ซิตี้ รูปเกมเจ้าบ้านเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด แฮร์รี เคน ดาวยิงตัวเก่งซัดแฮตทริก หลังผ่านเพียง 37 นาที ก่อนที่ เดเล่ อาลี จะมายิงประตูย้ำชัย 4-0 ในช่วงท้ายครึ่งแรก สเปอร์ เก็บ 3 คะแนนสำคัญ ขยับแซง แมนฯซิตี้ ขึ้นไปรั้งอันดับ 2 ของตาราง มี 53 คะแนน
ส่วนอีกหนึ่งทีมที่ช่วงหลังผลงานยอดเยี่ยมไม่แพ้ใครมาแล้ว 8 นัดติดในลีก "ทอฟฟีสีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ ซันเดอร์แลนด์ ทีมบ๊วยของตาราง โดยเกมนี้ อิดริสซา กูเอเย และ โรเมลู ลูกากู ซัดคนละประตูนาทีที่ 40 และ 80 ช่วยให้ เอฟเวอร์ตัน ชนะ ซันเดอร์แลนด์ 2-0 รั้งอันดับ 7 พร้อมรักษาสถิติไร้พ่าย 9 นัดติดในลีก
บิ๊กแมตช์! เกมมันเดย์ไนท์ “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ แชมป์เก่าที่ทำผลงานได้น่าผิดหวังในฤดูกาลนี้ และเพิ่งปลด เคลาดิโอ รานิเอรี ไปสดๆร้อนๆ โดยให้ เคร็ก เชคสเปียร์ รับหน้าที่เป็นกุนซือชั่วคราว เจอศึกหนักพบกับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ผลปรากฏว่าเจ้าถิ่นคืนฟอร์มแชมป์คว้าชัย 3-1 จากผลงานของ เจมี วาร์ดี้ 2 ประตู และ แดนนี ดริ้งค์วอเตอร์ อีก 1 ประตู ส่วนทีมเยือน "หงส์แดง" ได้จาก ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ นาทีที่ 68 แต่ก็ไล่ไม่ทัน เลสเตอร์ ซิตี้ เก็บเพิ่มเป็น 24 คะแนน ขยับจากอันดับ 17 ขึ้นมารั้งอันดับ 15 ของตาราง
แมนฯซิตี้ และอาร์เซน่อล ไม่มีโปแกรมแข่งขัน ส่วนทางด้าน แมนฯยูไนเต็ด กับ เซาแธมป์ตัน ลงหวดกันในนัดชิงอีเอฟแอลคัพ หรือชื่อเดิม ลีกคัพ โดยสุดท้ายเป็น"ปีศาจแดง" ที่เฉือนชนะ 3-2 คว้าแชมป์เป็นสมัยที่ 5 ทำให้สัปดาหนี้ ลงแข่งขันกันทั้งหมด 8 คู่ ทีมกลางตารางที่ไม่น่าห่วงตกชั้น วัตฟอร์ด เสมอกับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 1-1 ขณะที่ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ได้ประตูชัยจาก แกเร็ธ แม็คออลีย์ พาทีมชนะ บอร์นมัธ 2-1
กลุ่มท้ายตาราง คริสตัล พาเลซ หลังแพ้มา 2 นัดติด ก็กลับมาชนะ มิดเดิลสโบรห์ 1-0 จากผลงานของ แพทริก ฟานอันโฮลท์ แบ็กซ้ายตัวใหม่ ส่งผลให้ขยับขึ้นมาหนึ่งอันดับจาก 19 ขึ้นมา 18 มี 22 คะแนน ส่วน ฮัลล์ ซิตี้ อันดับ 19 แม้จะเก็บได้เพียงแต้มเดียวจากผลเสมอเบิร์นลี่ย์ 1-1 แต่ก็เป็นแต้มที่สำคัญในการดิ้นรนหนีตกชั้น
นอกจากกลุ่มลุ้นแชมป์ที่ขับเคี่ยวไล่บี้ เชลซี จ่าฝูงกันแล้ว ท้ายตารางปีนี้ก็น่าลุ้นเช่นกัน คะแนนจากอันดับ 19 ขึ้นมาอันดับ 14 ห่างกันเพียง 4 คะแนนเท่านั้น ทีมใดพลาดเก็บแต้มไม่ได้มีผลต่ออันดับทันที
ต้องติดตามกันต่อในสัปดาห์หน้าว่าจะเป็นอย่างไร โดยมีโปรแกรมบิ๊กแมตช์รออยู่ ลิเวอร์พูล เปิดบ้าน พบ อาร์เซน่อล ส่วนทาง "ปีศาจแดง" แมนฯยูไนเต็ด ที่คว้าแชมป์แรกไปแล้วในฤดูกาลนี้ จะเปิดโอลแทรฟฟอร์ด พบกับ บอร์นมัธ เวลา 19.30 น. สดทาง PPTVHD ช่อง 36 ของเรานี่เอง แฟนๆฟุตบอลห้ามพลาด!
---Tum Thunder---