เรือใบแบ่งแต้มหงส์สุดมัน ฝั่งสิงห์บลูเฉือนชนะท้ายเกมโกยแต้มคว้าแชมป์

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ศึกพรีเมียร์ลีกสัปดาห์นี้ กลุ่มลุ้นแชมป์และพื้นที่ฟุตบอลยุโรปขับเคี่ยวกันสนุกในช่วงโค้งสุดท้าย เชลซี, แมนฯยูไนเต็ด และอาร์เซน่อล ต้องเล่นเกมเยือน ขณะที่ แมนฯซิตี้ มีคิวทำศึกบิ๊กแมตช์ พบกับ ลิเวอร์พูล ที่ต้องการชัยชนะเพื่อแซงเจ้าถิ่นขึ้นรั้งอันดับ 3 แทนที่

มาติดตามบทสรุปทุกคู่ ทุกสนาม เริ่มที่คู่แรกประจำสัปดาห์นี้ “เดอะ แบ็คกี้ส์” เวสบรอมวิช อัลเบี้ยน เปิดบ้านพบกับ “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล โดยทั้งสองทีมต่างแพ้มาในนัดล่าสุด ทำให้เกมนี้ โทนี่ พูลิส และลูกทีมหวังล้างตาเรียกความมั่นใจ หลังเกมแรกบุกไปแพ้ อาร์เซน่อล จากประตูชัยของ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ในช่วงก่อนหมดเวลา 4 นาที  ขณะที่ทีมเยือนสถานการณ์ของ อาร์เซน เวงเกอร์ ตกอยู่ใต้ความกดดันหนัก พาทีมแพ้ 6 จาก 9 เกมหลังสุดในทุกรายการ

โดยเกมที่สนามเดอะ ฮอว์ธอร์นส์ แม้ว่าชื่อชั้นจะเป็นรองกว่าแต่เจ้าบ้านกลับทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะลูกกลางอากาศที่เป็นจุดเด่นของทีมใช้เล่นงานแนวรับทีมเยือนจนได้ 2 ประตูจาก เคร็ก ดอว์สัน ในจังหวะเตะมุม ส่วน อาร์เซน่อล ทั้งเกมแม้จะครองบอลบุกได้มากกว่าแต่ก็เจาะไม่เข้า แถมต้องมาเสีย ปีเตอร์ เช็ค และอเล็กซิส ซานเชส 2 ผู้เล่นสำคัญที่มีอาการบาดเจ็บอีก เรียกว่าสู้ไม่ได้ด้วยประการทั้งปวงก่อนแพ้ไป 1-3  อาร์เซน่อล หล่นมารั้งอันดับ 6 มี 50 คะแนน ส่วนเวสบรอมฯ เก็บเพิ่มเป็น 43 คะแนนรั้งอันดับ 8

เรือใบแบ่งแต้มหงส์สุดมัน ฝั่งสิงห์บลูเฉือนชนะท้ายเกมโกยแต้มคว้าแชมป์

มาที่สองทีมผลงานดีต่อเนื่อง แชมป์เก่า เลสเตอร์ ซิตี้ ภายใต้การคุมทีมของ เคร็ก เช็คสเปียร์ เก็บชัยชนะด้วยสกอร์ 3-1 มาแล้ว 2 นัดติดในเกมกับ ลิเวอร์พูล และฮัลล์ ซิตี้ โดยเกมในสัปดาห์นี้ต้องบุกไปเยือน “ขุนค้อน” เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ทีมในโซนครึ่งตารางล่าง ริยาด มาห์เรซ และเจมี่ วาร์ดี้ กลับมามีบทบาทสำคัญกับทีมช่วยกันซัดคนละประตูให้ทีมนำห่าง 3-1 แม้ว่า อังเดร อายิว จะยิงไล่มา 2-3 ในช่วงครึ่งหลังแต่ก็ไล่ไม่ทัน จบเกม เลสเตอร์ คว้าชัยมี 30 คะแนนอยู่อันดับ 15 ส่วน เวสต์แฮม ผลงานย่ำแย่ 5 นัดหลังสุดยังไม่ชนะใครแพ้ 3 เสมอ 2  

ขณะที่ “ท็อฟฟี่สีน้ำเงิน”เอฟเวอร์ตัน 5 นัดหลังชนะ 3 เสมอ 1 แพ้ 1 สตาร์เด่นอย่าง โรเมกู ลูกากู ฤดูกาลนี้ฟอร์มดีต่อเนื่องจนมีข่าวว่าเจ้าตัวจะไม่ต่อสัญญาและเตรียมย้ายทีมเพื่อหาความสำเร็จในซีซั่นหน้า จนทาง ​โรนัลด์ คูมัน กุนซือของทีมออกอาการไม่พอใจ แต่ทว่าในเกมเปิด กูดิสันปาร์ค พบกับ ฮัลล์ ซิตี้ ดาวยิงเบลเยียมยังคงออกสตาร์ทเป็นตัวจริง ก่อนยิง 2 ประตู ช่วยให้ทีมชนะขาดลอย 4-0 พร้อมขยับขึ้นไปรั้งดาวซัลโวเดี่ยวที่ 21 ประตู

ด้านทีมผลงานแย่ เบิร์นลีย์ การบุกเสมอกับ ซันเดอร์แลนด์ 0-0 ทำให้พวกเขาเก็บชัยชนะไม่ได้ 6 เกมติด แพ้ 3 เสมอ 3 ส่วนวัตฟอร์ด และ สวอนซี ซิตี้ ต้องเล่นเกมเยือนทั้งคู่ ก่อนแพ้ต่อ คริสตัล พาเลช 0-1 และบอร์นมัธ 0-2 ตามลำดับ  โดย “แตนอาละวาด” วัตฟอร์ด การแพ้นัดล่าสุดทำให้พวกเขามีแต้มเดียวจาก 4 เกมอยู่ในอันดับ 14

ขณะที่ สวอนซี ฟอร์มไม่คงเส้นคงวา เสียประตูมากสุดในลีก ปัจจุบันอยู่อันดับ 17 มีคะแนนห่างทีมในโซนตกชั้น 3 คะแนนเท่านั้น เป็นอีกหนึ่งทีมที่ผลงานย่ำแย่เมื่อเทียบกับฤดูกาลก่อน ต้องลุ้นเหนื่อยสำหรับ “ทัพหงส์ขาว” ในอีก 9 นัดสุดท้ายซึ่งมีเกมใหญ่รออยู่พบกับ สเปอร์ และแมนฯยูไนเต็ด

ดูทีมผลงานดีกับทีมผลงานแย่กันแล้ว ที่ต้องลุ้นหนักคือกลุ่มลุ้นแชมป์ และพื้นที่ฟุตบอลยุโรป หลังจากที่อาร์เซน่อล พลาดท่าแพ้ 1-3 ทำให้ แมนฯยูไนเต็ด ที่มีคิวบุกริเวอร์ไซด์สเตเดี้ยมเยือน มิดเดิ้ลสโบรช์ ที่เพิ่งเปลี่ยนโค้ชจาก ไอตอร์ การันก้า มาเป็น สตีฟ อักนิว ในการดิ้นรนหนีตกชั้น

ด้านทีมเยือนของโชเซ มูรินโญ เพิ่งผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายศึกยูฟ่า ยูโรปา ลีก และได้พักเพียง 3 วันก่อนเกมนี้ หมดสิทธิ์ใช้งาน ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กับ อันเดร์ เอร์เรรา ที่ติดโทษแบน ส่วน ปอล ป็อกบา มีอาการบาดเจ็บจากเกมที่พบรอสตอฟ โดยกุนซือชาวโปรตุเกส ปรับเปลี่ยนทัพส่ง ไมเคิล คาร์ริค ยืนคู่กับ มารูยาน เฟลไลนี แดนกลางในระบบ 3-4-3

รูปเกมแม้เจ้าถิ่นจะทำได้ดีในช่วง 15 นาทีแรก แต่หลังจากนั้น แมนฯยูไนเต็ด ครองเกมได้หมดนำ 2-0 แม้ว่า “โบโร่” จะตีไข่แตกได้ในช่วงก่อน 10 นาทีสุดท้าย แต่ก็เจาะแนวรับ 3 คนของแมนฯยูไม่ได้ ก่อนที่ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ บิคตอร์ บัลเดส จะพลาดลื่นในจังหวะเตะเปิดเกม อันโตนีโอ วาเลนเซีย รับส้มหล่นยิงปิดกล่อง 3-1 แมนฯยูไนเต็ด เก็บเพิ่มเป็น 52 คะแนนขยับแซง อาร์เซน่อล ขึ้นไปรั้งอันดับที่ 5 ของตาราง

สองทีมรองจ่าฝูง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ และ แมนฯซิตี้ มี 56 คะแนนจาก 27 นัดเท่ากันแต่ สเปอร์ ได้เปรียบเรื่องลูกได้เสีย เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ และลูกทีมได้เล่นในถิ่นไวท์ ฮาร์ท เลน พบกับ เซาแธมป์ตัน ก่อนชนะไป 2-1 เก็บเพิ่มเป็น 59 คะแนนตามหลังจ่าฝูง 10 คะแนน พร้อมสร้างความกดดันให้กับ แมนฯซิตี้ ที่ลงเล่นตามหลังเจองานหนักพบ ลิเวอร์พูล ที่เอติฮัด สเตเดี้ยม

เกมเปิดแลกกันอย่างสนุกสูสี มีจังหวะปะทะหนักท่ามกลางสายฝนในช่วงครึ่งแรกแต่ยังทำอะไรกันไม่ได้ กลับมาครึ่งหลัง กาแอล กลิชี่ ไปทำฟาว์ล โรเบอร์โต้ เฟอร์มิโน ในเขตโทษ ไมเคิล โอลิเวอร์ ไม่ลังเลเป่าให้ทีมเยือน หลังปฏิเสธจังหวะที่ ซาดิโอ มาเน่ โดน นิโคลัส โอตาเมนดี้ เข้าสลัดจากข้างหลังจนทำให้ มาเน่ พลาดโอกาสทำประตู เจมส์ มิลเนอร์ รับหน้าที่สังหารไม่พลาดยิงทีมเก่า จากนั้น ซิตี้ เปิดเกมรุกใส่หนักตีเสมอสำเร็จจาก เซร์คิโอ อเกวโร หลังจากนั้นทั้งสองทีมสร้างสรรค์โอกาสยิงขึ้นนำแต่ยังเฉี่ยวไปเฉี่ยวมา จบเกมเสมอแบ่งแต้มกันอย่างสุดมัน แมนฯซิตี้ มี 57 คะแนนตามหลัง สเปอร์ 2 คะแนน ส่วน ลิเวอร์พูล พลาดขยับแซง ซิตี้ ยังคงรั้งอันดับ 4 เช่นเดิม มี 56 คะแนน

เรือใบแบ่งแต้มหงส์สุดมัน ฝั่งสิงห์บลูเฉือนชนะท้ายเกมโกยแต้มคว้าแชมป์

เรือใบแบ่งแต้มหงส์สุดมัน ฝั่งสิงห์บลูเฉือนชนะท้ายเกมโกยแต้มคว้าแชมป์

ปิดท้ายสัปดาห์นี้ที่จ่าฝูง “สิงห์โตน้ำเงินคราม” เชลซี มีคิวบุกเยือน “ช่างปั้นหม้อ” สโต๊ก ซิตี้ ทีมเยือนเกมนี้แม้จะขาด เอเด็น อาซาร์ ที่ได้รับบาดเจ็บแต่ผู้เล่นตัวหลักรายอื่นยังอยู่กันครบ ก่อนได้ประตูชัยจาก แกรี่ เคฮิลล์ เก็บ 3 คะแนนสำคัญกลับบ้านได้สำเร็จ

เชลซี เริ่มเข้าใกล้ดวงดาวมากขึ้นทุกทีหลังผ่าน 28 นัด มี 69 คะแนน โดยลูกทีมของอันโตนีโอ คอนเต้ สามารถพลิกสถานการณ์จากที่จะเก็บได้เพียงแต้มเดียว ก่อนกลับมาคว้าชัยได้อีกหนึ่งเกม

นอกจากฝีเท้าที่ดีแล้ว “ดวง” คำๆนี้ใช้ได้ทุกยุคทุกสมัย สำหรับทีมที่จะคว้าแชมป์ ถ้าจะขยายความพูดเป็นภาษาชาวบ้านก็ “ทีมจะคว้าแชมป์ ทำอะไรก็ดีไปหมดแหละ!” ถ้ารักษาผลงานคงเส้นคงวาเช่นนี้ 10 นัดสุดท้ายมีโปรแกรมใหญ่ 2 เกมกับ แมนฯซิตี้ และ แมนฯยูไนเต็ด ที่เหลือก็พบทีมในกลางและท้ายตารางที่ชื่อชั้นต่ำกว่า หากผลงานไม่ผิดฟอร์มจริงๆ ก็ไม่น่าพลาดที่ เชลซี จะคว้าแชมป์สมัยที่ 5

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เข้มข่าวค่ำ

เข้มข่าวค่ำ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ