เมื่อปีที่แล้ว สมาคมฟุตบอลไทยฯ ถูกสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย หรือ เอเอฟซี ลงโทษปรับ 30,000 ดอลล่าสหรัฐ หรือกว่า 1 ล้านบาท จากกรณีที่แฟนบอลไทยจุดพลุแฟร์ในสนามราชมังคลากีฬาสถาน เกมนัดชิงชนะเลิศ ซูซูกิคัพ เมื่อปีที่แล้ว แถมในเกมเยาวชน 16 ปีชิงแชมป์เอเชีย เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ที่สนามเอสซีจีสเตเดี้ยม ไทย ยังเคยถูกลงดทษปรับจากเอเอฟซี มาแล้ว 4 แสนบาท จากกรณีจุดพลุแฟลร์ และในปีเดียวกัน เคยถูกฟีฟ่า คาดโทษจากการจุดพลุแฟลร์ของแฟนบอลเกมอุ่นเครื่องกับคูเวต ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน
จากความผิดด้วยเหตุจุดพลุแฟลร์ที่เกิดขึ้นซ้ำซาก และการถูกลงโทษปรับเมื่อต้นปีเป็นสัญญาณชี้ให้เห็นว่า สมาคมฟุตบอลไทย จะถูกลงโทษกรณีพลุแฟลร์ ไม่ได้อีก เพราะจะถูกลงโทษมากกว่าการปรับ ดังนั้นเอเอฟซี จึงเจ้าหน้าที่มาจับตาเป็นพิเศษเรื่องการวางระบบการรักษาความปลอดภัยของสมาคมกีฬาฟุตบอล และป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย
สำหรับเกมนี้ฝ่ายจัดการแข่งขันได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ 1400 นายมาดูแลความเรียบร้อย โดย 600 นายจะดูแลอยู่รอบนอก และ 800 นายอยู่ภายในสนาม ผู้บริหารสมาคมกีฬาฟุตบอลเชื่อว่าจะไม่มีเหตุการณ์เหมือนที่ผ่านมา
เพราะหากเกิดเหตุซ้ำรอยเดิมนั่นหมายความว่า บทลงโทษจาก AFC จะไม่ใช่เพียงแค่การปรับ แต่จะไปถึงการแบนห้ามใช้สนามเหย้า หรือ ห้ามแฟนบอลเข้าชมเกม ซึ่งบทลงโทษทั้ง 2 อย่างจะทำให้ทีมชาติไทยเสียเปรียบคู่แข่งอย่างชัดเจน