ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ทีมอื่นในพรีเมียร์ลีก อาทิ เชลซี แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ ลิเวอร์พูล ต่างแย่งกันไล่ล่านักเตะในแนวรุก ไม่ว่าจะเป็นกองหน้าหรือปีก แต่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กลับต่างออกไป เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือของทีมเคยประกาศไว้แล้วว่า เป้าหมายหลักในการซื้อตัวซัมเมอร์นี้คือฟูลแบ็ก หรือแบ็กซ้ายและขวา ซึ่งเขาก็ทำตามที่พูดจริงๆ แถมยังไม่เสียเวลานานด้วย แม้ค่าตัวของแต่ละคน จะคละกันไปตามดีกรีความสามารถ แต่เมื่อรวมๆกันแล้ว ค่าตัวของนักเตะในแนวรับของ แมนฯ ซิตี้ เกือบ 250 ล้านปอนด์ หรือ กว่า 1 หมื่นล้านบาททีเดียว
เริ่มจากผู้รักษาประตู เอแดร์สัน โกล์บราซิลเลียน ที่ซื้อมาจาก เบนฟิก้า ในซัมเมอร์นี้ 35 ล้านปอนด์ หรือ 1,610 ล้านบาท อีกหนึ่งคนที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นานก็คือ ไคล์ วอล์คเกอร์ แบ็กขวาจากสเปอร์ส 50 ล้านปอนด์ หรือ 2,300 ล้านบาท โดยนิโคลัส โอตาเมนดี้ เซ็นเตอร์แบ็กที่ย้ายมาจากบาเลนเซีย เมื่อปี 2015 ด้วยค่าตัว 32 ล้านปอนด์ หรือ 1,472 ล้านบาท และจอห์น สโตนส์ ได้ตัวจากเอฟเวอร์ตัน ปีที่แล้ว 48 ล้านปอนด์ หรือ 2,208 ล้านบาท ด้านเบนจามิน เมนดี้ แบ็กซ้ายจากโมนาโก ที่เพิ่งเปิดตัวไปวันก่อน ย้ายมาด้วยค่าตัว 52 ล้านปอนด์ หรือ เกือบ 2,400 ล้านบาท ซึ่งรายล่าสุดก็คือ ดานิโล่ แบ็กขวาจาก เรอัล มาดริด ที่สามารถเล่นในแดนกลางได้เช่นกัน โดยคาดว่าค่าตัวอยู่ที่ 26.5 ล้านปอนด์ หรือ กว่า 1,200 ล้านบาท
ทั้งนี้ การเสริมแนวรับ จะทำให้ เป๊ป สามารถวางแท็กติกการเล่นได้สะดวกยิ่งขึ้น เพราะด้วยสไตล์ที่เน้นเกมรุกอยู่แล้ว พอได้แนวรับแน่นๆ ก็ยิ่งทำให้มีความมั่นใจในการเสริมทีม