เกมนี้ดอร์ทมุนเริ่มต้นได้ดีกว่า นาที 12 ได้ประตูนำก่อนจาก จังหวะที่ ราฟาเอล เกร์เรโร่ ดีดต่อปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมย็อง พุ่งเข้าชาร์จตุงตาข่าย อีก 6 นาทีต่อมาสกอร์ไหลเป็น 2-0 จากจังหวะฟรีคิกของ นูริ ซาฮิน ที่เปิดเข้าไป แต่เป็นทาง เบนฌาแม็ง สต็อมบูลี่ ของชาลเก้ ที่กระโดดสกัดผิดเหลี่ยมเข้าประตูตัวเองไป เท่านั้นไม่พออีกแค่ 2 นาทีต่อมา ดอร์ทมุนด์ หนีห่างเป็น 3-0 เมื่อ โอบาเมยัง ใช้ความเร็วก่อนเปิดให้ มาริโอ เกิทเซ่ ขึ้นโหม่งบอลเบียดเสาเข้าประตูไป ต่อมานาทีที่ 25 ดอร์ทมุนด์ยังไม่หนำใจ มาบวกเพิ่มอีกประตูจากจังหวะการวอลเลย์ซ้ำอย่างสุดสวยของ ราฟาเอล เกร์เรโร่ หมดครึ่งแรกเจ้าบ้าน ตุนสกอร์ไว้ 4-0
มาต่อครึ่งหลังเรียกว่าเป็นหนังคนละม้วน ชาลเก้ กลับมามีสมาธิและตีไข่แตกได้ในนาทีที่ 61 จากการโหม่งของ กุยโด้ บวร์กชตัลเลอร์ อีก 4 นาทีต่อมาช่องว่างของเหลือแค่ 2 ลูกเมื่อ เยฟเก้น โคนอปลิยันก้า เปิดบอลให้ อามีน ฮาริท ซัดให้ ชาลเก้ กลับมาสู่เกม ต่อมาสถานการณ์ของทีมเยือนดูดีขึ้นมาอีกเมื่อ ดอร์ทมุนด์ ต้องเหลือ 10 คนในนาทีที่ 72 เนื่องจาก โอบาเมยัง ทำฟาวล์ ฮาริท โดนใบเหลืองที่สอง เป็นใบแดงไล่ออกจากสนาม และ ชาลเก้ ก็อาศัยความได้เปรียบไล่มาเป็น 3-4 ในนาทีที่ 86 จนได้จากการทำประตูของ ดาเนียล คาลิจิวรี่
ชาลเก้ ยิ่งเล่นยิ่งได้ใจ ทดเจ็บท้ายเกม นาทีที่ 4 ชาลเก้ ก็ตามตีเสมอได้จริงๆ จากการขึ้นโขกของ นัลโด้ จบเกมกลายเป็นเกมสุดมันส์เสมอไป 4-4 ดอร์ทมุนด์ ยังอยู่อันดับ 5 ยังคงต้องตามหาฟอร์มเก่งต่อไป ส่วน ชาลเก้ อยู่ที่ 3 ของตาราง