โดยฟุตบอลยูโร 2020 มีความพิเศษเพราะมีเจ้าภาพร่วมถึง 12 ชาติ ก่อนหน้านี้ มีบรัสเซลส์ของเบลเยี่ยมด้วย แต่ล่าสุด สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป หรือ ยูฟ่า ตัดสินใจยกเลิกสิทธิ์เป็นเจ้าภาพของกรุงบรัสเซลส์ แล้วเลือกให้กรุงลอนดอน ได้จัดเกมรอบแบ่งกลุ่ม 3 นัด และรอบ 16 ทีมสุดท้าย 1 นัด เพิ่มเติมจากเดิมที่เคยได้รับสิทธิ์จัดในรอบรองชนะเลิศ 2 นัด และชิงชนะเลิศ 1 นัด ก่อนหน้านี้แล้ว
ทั้งนี้เหตุผลที่ยูฟ่าถอดบรัสเซลส์ออก จากการเป็นเจ้าภาพเพราะ การสร้างสนามแห่งใหม่ ยูโรสเตเดี้ยม 60,000 ที่นั่งล่าช้ากว่ากำหนดมาก ก่อนหน้านี้สนาม ปริ๊นซิพาลิตี้ สเตเดี้ยม ในกรุงคาร์ดิฟฟ์ , เวลส์ และเฟรนด์ อารีน่า ในกรุงสต็อกโฮล์ม , สวีเดน เป็นสองเมืองที่อยู่ในลิสต์มีลุ้นได้สิทธิ์จัดแทนที่บรัสเซลส์ แต่สุดท้ายยูฟ่ากลับเลือกสนามเวมบลีย์แทน ซึ่งการประกาศครั้งนี้สร้างความผิดหวังให้กับทางเวลส์เป็นอย่างมาก เนื่องจากพวกเขามั่นใจว่าสนามของตนเองมีความพร้อมมากเพียงพอ เนื่องจากเคยจัดการแข่งขันระดับนานาชาติมาแล้วมากมาย
ขณะที่สำหรับสนามที่จะได้ใช้จัดแมตช์เปิดสนาม ยูฟ่าได้เลือกสนามโอลิมปิก สเตเดี้ยม กรุงโรม,อิตาลี ส่วนรอบชิงชนะเลิศ เลือก เวมลีย์ กรุงลอนดอน อังกฤษ นอกจากนี้ ยูฟ่าได้มีการกำหนดชาติที่จะเป็นเจ้าภาพในแต่ละกลุ่มในรอบสุดท้ายด้วย ซึ่งแบ่งได้ตามนี้
กลุ่มเอ : บากู(อาร์เซอร์ไบจาน), โรม(อิตาลี)
กลุ่มบี : โคเปนเฮเก้น(เดนมาร์ก), เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก(รัสเซีย)
กลุ่มซี : อัมสเตอร์ดัม(ฮอลแลนด์), บูคาเรสต์ (โรมาเนีย)
กลุ่มดี : กลาสโกว์(สกอตแลนด์), ลอนดอน(อังกฤษ)
กลุ่มอี : บิลเบา(สเปน), ดับดิน(ไอร์แลนด์)
กลุ่มเอฟ : บูดาเปสต์(ฮังการี), มิวนิค(เยอรมนี)