โดยแมนฯซิตี้ ได้ประตูขึ้นนำนาทีที่ 43 ลูกากูผิดพลาดโหม่งลูกเปิดของ เควิน เดอ บรอยน์ เข้าปากประตูตัวเอง บอลเข้าทาง ดาบิด ซิลบา ตวัดเข้าประตูโล่งๆ ทำให้ทีมเยือนขึ้นนำ 1-0 ประตู แต่ 5 นาทีถัดมา แมนฯยูไนเต็ด ไล่มาตีเสมอทดเจ็บครึ่งแรก จาก มาร์กอส โรโฮ เปิดบอลยาวขึ้นมา ผ่านนิโคลัส โอตาเมนดี้ ที่โหม่งพลาด จนเลยมาที่ ฟาเบียน เดลฟ์ แต่สกัดพลาดอีก สุดท้ายบอลมาถึง มาร์คัส แรชฟอร์ด งัดด้วยเท้าขวาเข้าประตู ทำให้เจ้าบ้านตีเสมอ 1-1 ประตู
ทั้งนี้ต่อมาครึ่งหลังเริ่มได้ 10 นาที แมนฯซิตี้ กลับมานำอีกครั้ง 2-1 ประตู จาก ดาบิด ซิลบา ฟรีคิกโยนเข้าหน้าประตู แต่ โรเมลู ลูกากู สกัดบอลพลาดอีกเตะไปโดนหลัง คริส สมอลลิง บอลเด้งกลับมาหา นิโคลัส โอตาเมนดี้ ซัดขวาจ่อๆ เข้าประตู ก่อนหมดเวลา 5 นาที เจ้าถิ่นน่าจะตีเสมอ จากการซ้ำของมาต้า แต่กลับยิงไปติดเซฟ ครบ 90 นาที แมนฯซิตี้ บุกชนะ แมนฯยูไนเต็ด 2-1 ประตู เป็นการชนะ 14 นัดติดของซิตี้ และเป็นการหยุดสถิติไร้พ่ายในบ้านไว้ที่ 40 นัดในทุกรายการ
ขณะที่หลังจากแมนฯซิตี้ บุกชนะแมนฯยูไนเต็ด ภาพที่ถูกเผยแพร่ผ่านสื่อทั้งภาพของ เอแดร์สัน อยู่ในอุโมงค์กำลังจะเดินออกจากสนาม ดูร่าเริง ยิ้มแย้ม ไม่ต่างจากภาพของ โอตาเมนดี้ และ ภาพที่ ซาเน่ โพสต์ในห้องแต่งตัวของทีมเยือน นักเตะฉลองกันอย่างสนุกสนาน ขณะเดียวกันแฟนบอล ยูไนเต็ดต่างรุมจวก ลูกากู ที่มีส่วนเสียถึง 2 ลูก โดยแฟนบอลเหน็บลูกากูว่า ทำ 2 แอสซิสต์ให้ซิตี้ และ ลูกากู เป็นกองหน้าให้แมนฯซิตี้ หรือ จบความหวังในการลุ้นแชมป์ มอบแชมป์ให้เค้าเถอะ
Oli SCARFF / AFP