มหาอำนาจบาสนักเรียน” คือคำจำกัดความที่ดีที่สุด เมื่อพูดถึง โรงเรียนทิวไผ่งาม สถาบันการศึกษาย่านธนบุรี ที่คว้าแชมป์บาสเกตบอลนักเรียนทุกแชมป์ในระดับประเทศ มายาวนานร่วม 30 ปี แต่ทุกจุดเริ่มต้น ย่อมมีจุดจบ ข่าวใหญ่ของวงการยัดห่วงไทย เมื่อบอร์ดบริหารโรงเรียนทิวไผ่งาม ตัดสินใจยุบทีมบาสโรงเรียน หลังจากมีการเปลียนแปลงหลักสูตรการศึกษาเข้าสู่ระบบโรงเรียนอินเตอร์เต็มตัว และผู้ถือหุ้นใหม่จากแคนาดา ให้เหตุผลว่า งบประมาณในการสนับสนุนกีฬาบาสเกตบอลต่อปีใช้มากเกินไป
”โค้ชโจ” สุนทรพงษ์ มะวิญธร ผู้ที่คลุกคลีปลุกปั้นลูกศิษย์มากกว่า 600 คน ตลอดระยะเวลา 30 ปีของตำนานบาสทิวไผ่งาม ทำเนียบนักยัดห่วงทีมชาติไทยนับไม่ถ้วนล้วนผ่านมือการเจียระไนของโค้ชโจสมัยร่วมทีมโรงเรียนทิวไผ่งาม แต่เมื่อถามว่าใจหายมั้ย เมื่อต่อจากนี้ไปจะไม่มีชื่อของทิวไผ่งามอีกแล้ว คำตอบกลับน่าแปลกใจ เมื่อโค้ชโจ ดูทำใจได้ และยอมรับว่า ทุกอย่างย่อมมีการเปลี่ยนแปลง แต่ส่วนตัวรู้สึกภูมิใจมากที่เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความสำเร็จทั้งแชมป์ของโรงเรียน และต่อยอดนักบาสหัวกะทิสู่รั้วทีมชาติ
ขณะที่ นักบาสเก่าและนักบาสปัจจุบันกว่า 200 คน นัดรวมตัวเพื่ออำลาทีมบาสโรงเรียน ซึ่งมีนักบาสทีมชาติไทยหลายคน ที่เคยเป็นศิษย์เก่าก็มาด้วย ทั้งเจโอ รัชเดช เครือทิวา และแฝดปอยปาล์ม ดรัญพงศ์-ดรงค์พันธุ์ อภิรมย์วิไลชัย โดยปอย ผู้ที่เป็นลูกหม้อตัวจริง ซ้อมที่นี่มานานร่วม 20 ปี ตั้งแต่เป็นบาสนักเรียน จนเป็นบาสอาชีพ น่าจะเป็นตัวแทนตอบคำถามเรื่องนี้ได้ดีที่สุด ปอยบอกว่า ทิวไผ่งาม สร้างให้เขามีทุกอย่างในวันนี้
หลังจากนี้ นักบาสทิวไผ่งามทุกคน จะย้ายยกทีมไปศึกษาต่อและแข่งขันให้กับโรงเรียน นนทบุรี วิทยาลัย โดยโค้ชโจ ที่แม้จะยังคงสอนหนังสืออยู่ที่ทิวไผ่งามเหมือนเดิม แต่หลังโรงเรียนเลิก ก็จะตามไปช่วยสอนให้กับลูกศิษย์เก่าด้วย โค้ชโจย้ำว่า งานนี้ไม่มีค่าจ้าง แต่เป็นการทำด้วยใจ เพื่อลูกศิษย์
คำพูดของโค้ชโจ “ทุกงานเลี้ยง ย่อมมีวันเลิกรา” ดูจะเป็นข้อสรุปได้ชัดเจนที่สุดว่านับจากนี้แม้จะไม่มีชื่อของทีมบาสฯทิวไผ่งามอีกแล้ว แต่ผลผลิตและชื่อเสียงของทิวไผ่งามก็จะยังคงเป็นที่จดจำและเป็นตำนานต่อไป
นฤดล ยุกิจภูติ ถ่ายภาพ
ยศภาคย์ เรืองไพศาล รายงาน