วันนี้ ( 22 ก.พ.61) วินเทอร์เทสต์ หรือการทดสอบสนาม ที่ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นที่น่าพอใจ โดยนักบิดส่วนใหญ่ออกปากชมว่าการปรับสนามและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ จัดว่าอยู่ในระดับที่ดี แม้จะยังต้องมีการปรับเล็กๆน้อยๆ ตามคำขอของ FIM หรือสหพันธ์จักรยานยนต์ระหว่างประเทศ เพื่อความปลอดภัยสูงสุด แต่โดยรวมถือว่าผ่านฉลุย พร้อมสำหรับจัดแข่งโมโตจีพี รายการไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ เดือนตุลาคมนี้ อย่างที่ได้แจ้งไปก่อนหน้านี้ว่า วินเทอร์เทสต์ ไม่ใช่แค่การทดสอบสนามและรถของนักบิดแต่ละค่ายเท่านั้น แต่ยังเป็นการประเมินว่าจำนวนรอบสนามในการแข่งขันด้วย ล่าสุด Dorna Sports เจ้าของลิขสิทธิ์การแข่งขันโมโตจีพี ยืนยันแล้วว่า ไทยแลนด์กรังด์ปรีซ์ จะแข่งกัน 26 รอบสนาม ส่วนโมโต2 แข่ง 24 รอบสนาม และ โมโต3 ซึ่งมีนักบิดไทยอย่าง “ชิพ” นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ ลงแข่งด้วยนั้น จะแข่งกันทั้งหมด 22 รอบสนาม การประกาศจำนวนรอบสนามของไทย ถือว่าเป็นสนามสุดท้าย เพราะก่อนหน้านี้ ได้มีการประกาศลดจำนวนรอบไปถึง 7 สนาม
เมื่อเทียบเฉพาะจำนวนรอบสนาม (ไม่ใช่ระยะทางรวม) ที่จะแข่งกันในฤดูกาล 2018 จำนวนรอบที่น้อยที่สุด คือ 20 รอบ เท่ากัน 4 สนาม คือกาตาร์ กรังด์ปรีซ์, อเมริกัน กรังด์ปรีซ์, บริติช กรังด์ปรีซ์ และมาเลเซียน กรังด์ปรีซ์ เพราะ 4 สนามนี้ ระยะทางต่อรอบค่อนข้างยาว เกิน 5 กิโลเมตรทั้งนั้น ขณะที่ ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ สนามช้างฯ ระยะทาง 4.554 กิโลเมตร ถือว่าอยู่ในระดับกลางๆ 26 รอบสนาม ส่วนรายการที่แข่งด้วยจำนวนรอบมากที่สุดคือ เยอรมัน กรังด์ปรีซ์ 30 รอบสนาม เพราะระยะทาง 1 รอบสนาม แค่ 3.7 กิโลเมตรเท่านั้น สั้นกว่าสนามช้างฯ เกือบ 1 กิโลเมตร ซึ่งการประเมินจำนวนรอบสนามที่ใช้แข่งมีหลายปัจจัย หลักๆ คือเรื่องความปลอดภัยและเวลารวมของการแข่งขัน
นอกจากนี้ ก็มีข่าวที่น่ายินดี เมื่อโมโตจีพี ประกาศอย่างเป็นทางการว่า ฮาฟิซห์ ซยาห์ริน นักบิดวัย 23 จากมาเลเซีย จะเป็นอาเซียนคนแรกที่ได้ลงแข่งแบบฟูลไทม์หรือตลอดทั้งฤดูกาลให้กับทีม Yamaha Tech 3 หลังทำผลงานได้น่าประทับใจในวินเทอร์เทสต์ที่บุรีรัมย์ ซึ่งเจ้าตัวจะไปทดสอบสนามครั้งสุดท้ายที่กาตาร์ ต้นเดือนมีนาคม ก่อนลงแข่งอย่างเป็นทางการในกาตาร์ กรังด์ปรีซ์ วันที่ 18 มีนาคมนี้ PPTV HD 36 ถ่ายทอดสด