หลังเกมนัดชิงคาราบาว คัพ ที่อาร์เซน่อลแพ้ต่อแมนเชสเตอร์ ซิตี้ไปถึง 0-3 แบบหมดรูป ทำให้เก้าอี้ของขงเบ้งเมืองน้ำหอมเริ่มสั่นคลอนอีกครั้ง แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาต้องเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้ และไม่ใช่ครั้งแรกที่ป้าย Wenger out ถูกชูขึ้นมารอบสนามอีกครั้ง แต่มันเกิดขึ้นมานานกว่า 5-6 ปีแล้ว แต่ในทุก ๆ ครั้งเวนเกอร์ก็จะสามารถเอาตัวรอดไปได้ ไม่ว่าด้วยโควต้าแชมเปี้ยนส์ ลีก หรือบอลถ้วยอย่างเอฟเอ คัพ
แต่ดูเหมือนฤดูกาลนี้ตัวช่วยเหล่านั้นจะไม่เหลือให้กับเขาอีกต่อไป..เอฟเอคัพ ตกรอบตั้งแต่นัดแรกที่ลงเล่นด้วยการแพ้ทีมต่ำชั้นกว่าอย่างน็อตติ้งแฮม ฟอเรสไปถึง 4-2 ส่วนโควต้าประจำตำแหน่งอย่างอันดับ 4 ยิ่งไม่ต้องไปหวังเพราะห่างกับสเปอร์สอันดับ 4 อยู่ถึง 10 แต้ม (อาร์เซน่อลเหลือนัดตกค้าง 1 เกม เจอกับแมนฯซิตี้) ถ้วยที่ใกล้เคียงที่สุดอย่าง "ลีก คัพ" ที่แฟนบอลปืนใหญ่คาดหวังก็หลุดลอยไปแล้วเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
ตอนนี้จะเหลือเพียงถ้วยเดียวที่ยังพอมีลุ้น นั่นคือ "ยูโรป้า ลีก" ซึ่งเป็นเหมือนทางลัดที่จะพาลูกทีมของเวนเกอร์กลับสู่ฟุตบอลยุโรปถ้วยใหญ่อีกครั้ง แต่พอมองไปที่คู่แข่งที่จะเจอในรอบ 16 ทีมสุดท้ายแฟนบอลคงได้แต่ถอนหายใจ เพราะทีมที่พวกเขาต้องเจอคือ เอซี มิลาน ที่ตอนนี้ฟอร์มดีไม่แพ้ใครมาแล้วถึง 12 นัด และถึงแม้จะผ่านเอซีมิลานไปได้ ในรายการนี้ยังมีทีมบิ๊กๆอย่างแอตฯมาดริด,ดอร์ทมุนด์,ลาซิโอ รอขัดแข้งขัดขาอยู่
หากจะมองไปทางไหนตอนนี้อาร์เซน่อลก็มืดแปดด้าน ไม่เห็นหนทางที่จะพาทีมกลับเข้าสู่ยุครุ่งเรืองได้อีกเลย ทั้งที่กุนซือในตอนนี้ คือคนเดียวกับที่พาทีมคว้าแชมป์ยุคไร้พ่าย , พาทีมทะลุไปถึงนัดชิงแชมเปี้ยนส์ ลีกปี 2006 , กุนซือที่คว้าแชมป์เอฟเอคัพ 7 สมัยมากที่สุดในประวัติศาสตร์ แต่ทุกอย่างกลับกำลังถอยหลังลงคลอง
สิ้นฤดูกาลนี้เราอาจได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของทีมจากลอนดอนเหนือ เพราะตอนนี้ชายผู้เป็นตำนานของสโมสรกำลังทำลายสิ่งที่เขาสร้างมาเองกับมือ การร้างแชมป์พรีเมียร์ลีก 15 ฤดูกาล, ได้เพียงแชมป์เอฟเอคัพ 3 สมัยจาก 14 ปีหลังสุด , อาจพลาดโควต้าแชมป์เปี้ยนลีกเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน คงเป็นเหตุผลที่เพียงพอแล้วกับการปลดกุนซือพันนัดออกจากตำแหน่ง