โมฮัมเหม็ด ซาล่าห์ เกิดเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 1992 อายุ 25 ปี ปัจจุบันค้าแข้งกับสโมสรลิเวอร์พูล ลง 28 นัด ยิงไป 24 ประตู เริ่มเล่นในฟุตบอลระดับเยาวชนกับทีม เอล โมคาวลูน ในตำแหน่งกองหน้า ก่อนจะย้ายมาค้าแข้งในลีกยุโรปกับทีม เอฟซี บาเซิล, เชลซี, ฟิออเรนติน่า, โรม่า และลิเวอร์พูล ตามลำดับ ติดทีมชาติอียิปต์มาตั้งแต่ชุด ยู-20, ยู-23 และทีมชาติชุดใหญ่ ลงให้ทีมชาติไปแล้วทั้งสิ้น 56 นัด ยิงไป 32 ประตู โดยล่าสุด ซาล่าห์ช่วยซัดจุดโทษในช่วงท้ายเกมให้กับทีมชาติอียิปต์ ส่งผลให้พวกเขาเข้าไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ในรอบ 28 ปี
สำหรับ โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ เริ่มต้นเล่นฟุตบอลระดับเยาวชนกับทีม เอล โมคาวลูน ตั้งแต่ปี 2006-2010 และเริ่มจรดปากกาเซ็นสัญญาเริ่มต้นอาชีพค้าแข้งครั้งแรกกับสโมสรเดียวกัน โดยซาล่าห์อยู่กับ เอล โมคาวลูน 2 ปี ฝากผลงานไว้ที่ ลง 38 นัด ยิง 11 ประตู ก่อนจะออกไปหาความท้าทายใหม่ในลีกยุโรปกับทีม เอฟซี บาเซิล ทีมดังจากลีกสวิตเซอร์แลนด์ โดยในฤดูกาลแรกภายใต้สีเสื้อบาเซิล ซาลาห์ก็ไม่ทำให้แฟนบอลผิดหวัง ช่วยทีมคว้าแชมป์ สวิสส์ ซูเปอร์ลีก หรือ แชมป์ลีกสูงสุดของลีกสวิตเซอร์แลนด์ไปได้ในทันที สำหรับซาลาห์อยู่กับบาเซิลได้เพียง 2 ฤดูกาล ก็เตะตาแมวมองของเชลซีเข้าอย่างจัง โดยมีลิเวอร์พูลโดดร่วมวงแจม ก่อนสุดท้ายจะเป็นเชลซีที่ปาดหน้าลิเวอร์พูลคว้าตัวดาวเตะชาวอียิปต์ไปร่วมทีม ในราคา 11 ล้านปอนด์
โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ แทบจะไม่ได้รับโอกาสจากกุนซือ โชเซ่ มูรินโญ่ มากเท่าไหร่นัก โดยลงสนามในเกมลีกไปทั้งสิ้น 13 นัด ยิงไปเพียง 2 ประตู แต่มีรายชื่อเป็น 1 ในขุนผลชุดแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2014-2015 รวมถึงลีกคัพ 2014-2015 แม้ในฤดูกาลนั้นเขาจะไม่ค่อยมีส่วนร่วมกับทีมมากนักก็ตาม ก่อนในท้ายที่สุด ซาล่าห์ จะตัดสินใจออกผจญภัยในดินแดนแห่งใหม่ “อิตาลี”
ในดินแดนมักกะโรนี แทบจะเรียกได้ว่าเป็นการชุบชีวิตครั้งใหม่ให้กับชายที่ชื่อ โมฮัมเหม็ด ซาลาห์เลยก็ว่าได้ หลังตัดสินใจไปร่วมทัพฟิออเรนติน่าด้วยสัญญายืม 18 เดือนสลับขั้วการย้ายตัวของ ฮวน กวาดาร์โด้ ที่มาเชลซี จนกระทั่งสิ้นสุดฤดูกาล 2014-2015 ซาลาห์เลือกที่จะไม่ต่อสัญญาการยืมตัวกับฟิออเรนติน่า แต่เลือกที่จะไปร่วมทัพโรม่าในสัญญายืมตัวแทน โดยฝากผลงานไว้กับฟิออเรนติน่าที่ ลง 16 นัด ยิง 6 ประตู
ซาลาห์ เข้ามาร่วมทัพกับโรม่าด้วยสัญยายืมตัวระยะยาว ก่อนจะถูกซื้อขาดในภายหลังด้วยค่าตัว 15 ล้านปอนด์ ซึ่งซาลาห์ก็ตอบแทนทุกเม็ดเงินที่โรม่าจ่ายได้คุ้มค่าทุกเพนนี หลังระเบิดฟอร์มเก่งยิงไปถึง 29 ประตู จากการลงสนาม 66 นัดในลีก พ่วงรางวัลนักเตะแห่งปีของสโมสร ก่อนจะตัดสินใจครั้งสำคัญหอบกระเป๋ากลับประเทศอังกฤษ ประเทศที่เคยเป็นฝันร้ายในอาชีพการค้าแข้งของเขาอีกครั้ง กับทีมใหม่ที่ชื่อ “ลิเวอร์พูล”
ปัจจุบัน “ราชาอียิปต์” โมฮัมเหม็ด ซาล่าห์ เป็นนักเตะตัวความหวังอันดับ 1 ของลิเวอร์พูลภายใต้การคุมทีมของชายที่ชื่อเจอร์เก้น คล็อปป์ หลังกุนซือชาวเยอรมันจัดการยื่นซื้อตัวมาจากโรม่า ด้วยค่าตัว 39 ล้านปอนด์ เลือกสวมเสื้อเบอร์ 11 เป็นนักเตะดาวซัลโวของลีกร่วมกับแฮรี่ เคน ที่ 24 ประตู โดยเหลือโอกาสที่จะล้มสถิติเก่าของ คริสเตียโน โรนัลโด้ และ หลุยส์ ซัวเรซที่ทำทิ้งไว้ก่อนไปค้าแข้งลีกแดนกระทิงดุที่ 31 ประตู อยู่ถึง 9 นัดก่อนจะปิดฤดูกาล
AFP