เริ่มกันที่ลิเวอร์พูล เจ้าถิ่น ผ่านรอบแบ่งกลุ่มในฐานะแชมป์กลุ่มอี ชนะ 3 เสมอ 3 และรอบ 16 ทีม บุกไปถล่ม ปอร์โต้ 5-0 ก่อนจะมาเสมอในบ้านแบบไร้สกอร์ 0-0 จึงทำให้ ผลงานลิเวอร์พูล ใน UCL ในปีนี้ ยังไม่แพ้ใคร ชนะ 4 เสมอ 4 ยิงได้มากถึง 28 ประตู มากที่สุดของบรรดาทีมในปีนี้ โดย 3 ประสานแนวรุกของ หงส์แดง ยิงรวมกัน ได้ถึง 21 ประตู ฟีร์มีโน่ 8 ซาลาห์ 7 และ มาเน่ 6
ขณะที่ผลงานแมนฯซิตี้ รอบแบ่งกลุ่ม คว้าแชมป์กลุ่ม เอฟ ชนะรวด 5 นัดแรก ก่อนจะแพ้ในนัดสุดท้าย ซึ่งผ่านเข้ารอบไปแล้ว ส่วนรอบ 16 ทีม บุกไปชนะ บาเซิล 4-0 ก่อนจะมาแพ้ในเกมที่ 2 ในบ้าน 1-2 รวมผลงานของ แมนฯ ซิตี้ ในแชมเปี้ยนส์ลีก ซีซั่นนี้ ชนะ 6 แพ้ 2 ไม่เสมอเลย ยิงได้ทั้งหมด 19 ประตู 3 ดาวซัลโว เรือใบ อเกวโร่ กับ สเตอร์ลิ่ง ยิงคนละ 4 ประตู และ กาเบรียล เชซุส ยิงไป 3 ประตู รวม 10 ประตู
หากเทียบเฉพาะสถิติใน แชมเปี้ยนส์ลีก ลิเวอร์พูล ดูเหนือกว่าเล็กน้อย ทั้งสองทีม ไม่เคยพบกันในถ้วยยุโรปมาก่อน ลิเวอร์พูล ไม่แพ้ 14 เกมหลังสุดที่บ้าน ในแชมเปี้ยนส์ลีก ครั้งสุดท้ายที่แพ้ ต้องย้อนไป 22 ตุลาคม 2014 แพ้ ต่อเรอัล มาดริด ส่วน แมนฯซิตี้ นี่เป็นเกมรอบก่อนรองชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยบนส์ลีก ครั้งที่สอง อีกหนึ่งสิ่งที่ สาวกหงส์แดง รวมถึง เจอร์เก้น คล็อปป์ มั่นใจว่า เหนือกว่า แมนฯซิตี้ นั้นคือการเล่นในแอนฟิลด์
กุนซือลิเวอร์พูล บอกว่าแฟนลิเวอร์พูลสามารถสร้างความได้เปรียบกับทีมได้ แฟนบอลทุกๆ คนรู้ถึงสิ่งที่พวกเขาต้องทำ นั่นเป็นสิ่งที่คาดหวัง และเป็นสิ่งที่ต้องการ นี่คือคู่แข่งที่แข็งแกร่งที่สุดที่จะเจอ หากสามารถสร้างความได้เปรียบจากบรรยากาศการเชียร์ก็ต้องทำให้ดู สำหรับแฟนบอลไทย รอชมบรรยกาศการเชียร์จากแอนฟิลด์ได้ คืนนี้ เวลา 01.45 น. PPTV HD 36 ถ่ายทอดสด ให้ชมกันแบบฟรีๆ เข้ารายการสดตั้งแต่เวลา 01.00 น.