คอลเลคชั่น เสื้อแข่งฟุตบอลโลก 2018 ครั้งนี้ หลายทีม มาในสไตล์ย้อนยุค เริ่มที่ บราซิล ชุดเหย้าออกแบบให้เป็นสีเหลืองทองคลับคล้ายคลับคลาชุดในศึกฟุตบอลโลก 1970 ที่ประเทศเม็กซิโก ซึ่งคราวนั้นทัพ “แซมบ้า” ผงาดคว้าแชมป์โลกเป็นสมัยที่ 3 ด้วย ส่วนชุดเยือนเป็นสีน้ำเงิน มีแรงบันดาลใจจากทีมชาติชุดแชมป์ฟุตบอลโลก 1958 ที่ประเทศสวีเดน อันเป็นแชมป์โลกครั้งแรกของประเทศ ครั้งนั้นนัดชิงชนะเลิศแข้ง “แซมบ้า” สวมชุดน้ำเงินลงสนามครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ก่อนชนะเจ้าภาพสวีเดนไป 5-2
อาร์เจนติน่า สีหลักยังเป็นฟ้าขาว ครั้งนี้ มีการเฉลิมฉลองครบรอบ 125 ปี ของสมาคมฟุตบอลอาร์เจนตินา นำช่อดอกลอเรลส์ที่เป็นส่วนประกอบหลักของตราแผ่นดินอาร์เจนตินา ออกแบบร่วมกับส่วนยอดของตราทีมชาติ ส่วนชุดเยือน เป็นครั้งแรกที่ อาร์เจนติน่า จะได้ใส่ชุดเยือนสีดำ ในมาดเข้มมาพร้อมกับสามแถบ เอกลักษณ์ของแบรนด์ รวมถึงลวดลายสีฟ้าขาวเหมือนธงชาติแถวรักแร้
เยอรมนี แชมป์เก่า 4 ปีก่อน ย้อนยุค หยิบไอเดียจากปี 1990 มาตีความให้เข้าสมัย แต่ยังคงความคลาสสิค ของสีขาว ตัดดำ มีลายพิมพ์ตัดพาดไหล่ คอเสื้อหยิบติดกันด้วยผ้าสองส่วน ส่วนตราสัญลักษณ์แชมป์โลกสีทอง ตั้งกลางอกโดดเด่น ส่วนชุดเยือน ปีนี้ อินทรีเหล็ก กลับมาใช้สีเขียว หลังเคยใส่ลงเล่นในรอบรองชนะเลิศ ปี 1990 ที่เอาชนะจุดโทษ อังกฤษ ก่อนจะก้าวไปรอบชิงชนะเลิศ และคว้าแชมป์สมัยที่ 3 ไปครอง
ฝรั่งเศส แชมป์โลก 1 สมัย เสื้อเหย้ามากับโทนประจำสีน้ำเงิน แต่มีการไล่เฉด ตรงลำตัวเป็นน้ำเงินออกกรมท่า บ่า, ไหล่, แขน เป็นสีน้ำเงินไล่เฉดซิกแซกกับสีฟ้า ความพิเศษอยู่คอเสื้อ ทั้งด้านนอกด้านใน มีแถบสีธงชาติ พร้อมปั้มประโยคเด็ด ความแตกต่างรวมกันเป็นเรา ส่วนโลโก้,ตรา เบอร์ เป็นสีขาว ตัดดูให้โดดเด่น ส่วนชุดเยือน จะเป็นโทนสีขาว และเหมือนมีรอยสีเล็กๆ ทั้งสีแดง,สีน้ำเงิน ประปราย ดูเก๋ ไปอีกแบบ
สเปน แชมป์โลก ปี 2010 สีหลักยังเป็นสีแดง ยึดแบบ ย้อนยุคไปในเวิลด์คัพ 1994 จุดเด่นเป็นลายกราฟฟิคอันทรงพลังราวกับเพชร สีแดงตัดเหลืองและน้ำเงิน ลวดลายคล้ายเพชรวางซ้อนกัน สื่อถึงพลังความรวดเร็ว ส่วนชุดเยือน ยึดแบบปี 1980 ใช้สีแดงขาวเป็นลายทาง