โดยปกติมักจะคุ้นชินกับภาพ มาร์เกซ ในเวอร์ชั่นกัดไม่ปล่อย สู้ไม่ถอย ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ แต่เมื่อคืนนี้กลับต่างออกไป แม้ในช่วงออกสตาร์ท มาร์เกซ จะทำได้ดี แต่การเลือกใช้ยางแบบ Hard ทั้งล้อหน้าและล้อหลัง ทำให้เขาต้องใช้เวลากว่าอุณหภูมิของยางจะเข้าที่ ซึ่งนั่นทำให้ ฆอร์เก้ ลอเรนโซ่ แซงเขาขึ้นไปเป็นผู้นำ
อย่างไรก็ตาม ถ้าเป็นปกติ มาร์เกซ คงจะไล่จี้จนวินาทีสุดท้าย แต่ในรอบหลังๆ เขากลับผ่อนลงและประคองตัวจนจบอันดับ 2 ซึ่งเขาอธิบายหลังแข่งว่า นี่เป็นสนามที่เขาใจเย็นที่สุดในปีนี้
อันดับแรกเพราะเขาได้รับบทเรียนมาแล้วจากสนามที่แล้วก็คือมูเจลโล่ ที่เขาเร่งจนล้มและจบแบบไม่มีคะแนน อีกทั้งสนามนี้มีการปรับโค้งใหม่ ทำให้ยากขึ้น และระหว่างแข่ง เขาก็เห็นแล้วว่ามีนักบิดล้มกันเยอะมาก จาก 26 คน เหลือคนที่จบจริงๆ แค่ 14 คน ทำให้เขาฉุกคิดกับตัวเองว่าคงไม่คุ้มที่จะเสี่ยง ฉะนั้นทางเลือกที่ดีที่สุดก็คือรักษาเวลาและอันดับไว้ เพราะตอนนั้น รอสซี่ ก็ตามเขาไม่ใกล้มาก จึงไม่มีความจำเป็นจะต้องทำอะไรเกินลิมิตของรถและตัวเขาเอง
นอกจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งประเด็นในห้องแถลงข่าว เมื่อสื่อถาม ฆอร์เก้ ลอเรนโซ่ กับ วาเลนติโน่ รอสซี่ ว่าหลังจากที่ไม่ได้อยู่ทีมเดียวกันแล้ว ทั้งคู่ดูเป็นมิตรต่อกันมากขึ้น หยอกล้อ เล่นกันมากกว่าเดิม มีโอกาสที่ 2 คนนี้จะเป็นเพื่อนกันได้หรือไม่ เพราะที่ผ่านมา ตอนอยู่ ยามาฮ่า แทบจะไม่ลงรอยกันเลย
ลอเรนโซ่ บอกว่าไม่มีทางที่เขาจะเป็นเพื่อนกับรอสซี่ได้ แต่เขาสนุกกันนอกสนามได้ เพราะพวกเขาต่างเป็นคู่แข่งของกันและกัน แต่สิ่งที่พวกเขามีให้กันคือความเคารพ ขณะที่รอสซี่ ก็เสริมว่าตราบใดที่เรายังสู้เพื่อแชมป์ มันเป็นไปได้ยากที่จะเห็นอีกฝ่ายเป็นเพื่อน เพราะในการแข่งขันเรายอมให้กันไม่ได้ และนั่นก็ทำให้ ผม ลอเรนโซ่ และมาร์เกซ คือนักบิด 3 คนที่ได้แชมป์มากสุดในโมโตจีพี