เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ลักษิกา ทำได้ 1 เหรียญทองจากประเภทหญิงคู่ และ 1 เหรียญเงิน จากประเภทหญิงเดี่ยว และครั้งนี้ยังคงลงเล่นทั้ง 2 ประเภทเช่นเคย แต่ในประเภทคู่จากเดิมที่เคยจับคู่กับแทมมารีน ธนสุกาญจน์ คาดว่าน่าจะเปลี่ยนมาคู่กับ ณิชาต์ เลิศพิทักษ์สินชัย แทน ซึ่ง ลักษิกา ก็ยอมรับว่ากดดันพอสมควร แต่จะพยายามทำเต็มที่ ส่วนความหวังในตอนนี้ ต้องดูคู่แข่งก่อน ซึ่งยังไม่แน่นอนว่าแต่ละชาติจะส่งใครมาบ้าง
ทีมเทนนิสไทย ส่งนักกีฬาเข้าร่วมในครั้งนี้ 12 คน เป็นชาย 6 คนและหญิง 6 คน ตั้งเป้าอย่างน้อยเข้ารอบรองชนะเลิศ เพื่อการันตีเหรียญทองแดง ทั้ง 5 ประเภท ซึ่งนอกจากมีนักหวดมากประสบการณ์ ทั้งลักษิกา, ณิชาต์, เพียงธาร ในประเภทหญิง รวมถึงคู่แฝด สนฉัตร-สรรค์ชัย ในประเภทชายแล้ว ยังมีดาวรุ่งอายุน้อยติดทีมไปด้วย อย่างคู่พี่น้อง พลภูมิ โควาพิทักษ์เทศอายุ 19 ปี และพัณณิน โควาพิทักษ์เทศ ที่อายุแค่ 15 ปีเท่านั้น
ส่วนทางด้านนักกีฬาเรือใบทีมชาติไทย ชุดเอเชียนเกมส์ 2018 มีทั้งสิ้น 12 คน เป็น ชาย 6 คน และ หญิง 6 คน นำโดย กีระติ บัวลง อดีตแชมป์เอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 16 ที่ประเทศจีน เข้าร่วมแข่งขันทั้งสิ้น 7 ประเภท โดยทั้งหมดถือว่ามีความพร้อมและเก็บตัวฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงเวลา 6 เดือนที่ผ่านมา
นาวาเอกยุทธนา อักษรศรี ผู้จัดการทีมเรือใบทีมชาติไทย กล่าวว่า ความหวังเหรียญทองนั้นจะเป็นในประเภท 49 er และ Laser 4.7 ส่วนความกังวลจะเป็นในเรื่องของสภาพอากาศหากมีคลื่นลมแรงมาก ๆนักกีฬาของไทยจะเสียเปรียบ เพราะมีรูปร่างเล็กแต่หากเป็นลมเบาก็มีลุ้นสู้กับทุกประเทศอย่างแน่นอน ซึ่งล่าสุดที่ไปแข่งชิงแชมป์เอเชีย ที่ประเทศอินโดนีเซีย ลม 18 น็อต ซึ่งถือว่าสาหัสมาก แต่ก็ยังหวังว่าการแข่งขันเอเซียนเกมส์ 2018 ลมจะไม่รุ่นแรงขนาดนั้น สำหรับผลงานเอเชียนเกมส์ครั้งที่แล้ว สมาคมเรือใบทำได้ 1 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน และ 6 เหรียญทองแดง