ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้จะเปลี่ยนไป 2 ปีครั้ง แต่ก็ดูเหมือนว่านักกีฬาจะไม่เห็นด้วย และทางฝั่ง การกีฬาแห่งประเทศไทย หรือ กกท. ก็เปิดเผยความเป็นไปได้เหมือนกันว่าอาจจะกลับมาจัดปีละครั้ง แต่ล่าสุด พันโท รุจ แสงอุดม รองผู้ว่า กกท. เปิดเผยว่า ตนมีความคิดว่าการจัดแข่งทุกปีเป็นการสร้างภาระที่กดดันให้กับเจ้าภาพในแต่ละปี ที่ต้องเร่งทำงานในเวลาจำกัด ส่วนปัญญาที่นักกีฬาบอกว่า จะมีทัวร์นาเมนต์ลงเล่นน้อยนั้น จริง ๆ แล้วในแต่ละสมาคมกีฬา สามารถจัดแข่งชิงแชมป์แยกแต่ละชนิดกีฬาได้ ซึ่งไม่ได้ใช้งบประมาณสูง เพราะจริงๆ แล้ว ปัญหาของกีฬาแห่งชาติในเวลานี้นั้น คือช่องว่างระหว่างนักกีฬาทีมชาติ และนักกีฬาหน้าใหม่ที่จะผลักดันขึ้นมามากกว่า ซึ่งตนเห็นว่า มีทางออกสำหรับเรื่องนี้ คือการจัดแข่งพรีเกมส์มาคั่นในปีที่ไม่มีกีฬาแห่งชาติ โดยให้จังหวัดที่ต้องรับเป็นเจ้าภาพคัดเลือกกีฬาแห่งชาติในแต่ละภาค รับหน้าที่ ซึ่งจะไม่มีนักกีฬาทีมชาติที่ติดลมบนไปแล้ว แต่จะเป็นนักกีฬาจากโครงการสปอร์ตฮีโร่ และนักกีฬาที่เกิดในจังหวัดนั้นจริง ๆ เพื่อแก้ปัญหาการย้ายข้ามจังหวัดไปมาเพื่อล่าเหรียญรางวัล นอกจากนี้ การให้จังหวัดที่ต้องเป็นเจ้าภาพคัดเลือกภาคกระจายกันรับหน้าที่นั้น ยังเป็นการสร้างการเตรียมพร้อมในการทดลองจัดทัวร์นาเมนท์ขนาดย่อม ๆ ของจังหวัด เผื่อในอนาคตจะมีศักยภาพจัดกีฬาแห่งชาติได้ด้วย
ทั้งนี้ พันโทรุจ กล่าวต่อว่า นี่ยังเป็นแค่ความคิดเห็นส่วนตัวเท่านั้น แต่ก็ได้มีการสอบถามจากหัวหน้าฝ่ายหลายฝ่ายในกกท. จากนี้จะนำเรื่องเข้าพูดคุยกับคณะผู้บริหารกกท.