ลิเวอร์พูล รองจ่าฝูง บุกเยือน เบิร์นลีย์ เกมนี้ทีมหงส์แดงพัก 3 ประสานแดนหน้า ทั้งซาล่าห์ และฟีร์มิโน่เป็นตัวสำรอง ส่วนมาเน่ ไม่มีชื่อติดทีมชุดนี้ โดยให้ โอริกี้ ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงร่วมกับสเตอร์ริดจ์ ครึ่งแรก ยังทำอะไรกันไมได้ เสมอ 0-0 ครึ่งหลัง นาที54 เจ้าถิ่น เบิร์นลี่ย์ นำก่อน จากการซ้ำจ่อๆ ของ แจ็ค คอร์ก
แต่ นาที 62 ลิเวอร์พูล ตีเสมอ ทันควัน จากลูกยิงของ เจมส์ มิลเนอร์ เท่านั้นไม่พอ นาที 69 ลิเวอร์พูล แซงนำ 2-1 จากจังหวะฟรีคิก บอลถึง ฟาน ไดค์จ ล้มตัวตวัดให้ ฟีร์มีโน่ แปจ่อๆ เข้าไปไม่เหลือ
ช่วงทดเจ็บนาที 90+1 ลิเวอร์พูล มาได้ประตูย้ำชัย จากจังหวะสวนกลับ ซาลาห์ เปิดให้ ชาคิรี่ ซัดปิดท้าย ทำให้ลิเวอร์พูล ชนะ 3-1 มี 39 แต้ม ยังคงทำแต้มไล่จี้แมนฯซิตี้ 2 คะแนนต่อไป
หลังเกม เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือลิเวอร์พูล บอกว่าเกมนี้ ผู้ตัดสินไม่ปกป้องลูกทีมของเขา หลังถูกแข้ง เบิร์นลี่ย์ เสียบหนัก มีหลายจังหวะที่ไม่ใช่ว่าจะปะทะหนักเกินไป การสไลด์ 6-7 หลาแย่งบอล ผมบอกผู้ตัดสินว่ามันไม่ฟาวล์หรอกแต่ช่วยเตือนหน่อย
มันเหมือนเล่นโบว์ลิ่ง กวาดคนไปด้วย มันเกิดขึ้น 4-5 ครั้ง รวมถึง จังหวะ ของโจ โกเมซ ซึ่งเขาได้รับบาดเจ็บที่ข้อเท้า จนถูกเปลี่ยนตัวออกตั้งแต่ 20 นาทีแรก ซึ่งทางลิเวอร์พูลจะตรวจเช็คอาการอย่างละเอียดอีกครั้งในวันนี้
อีกที่ช็อตสำคัญ หลังจบเกม ฌอน ไดซ์ กับ คล็อปป์ ดูเหมือนจะมีปัญหากันเล็กน้อย หลังจากจับมือ เมื่อคล็อปป์ ไม่พอใจที่ กุนซือเบิร์นลี่ย์ ได้กระซิบบางอย่าง จนมีภาพที่คล็อปป์ ไม่พอใจ วิ่งเข้าไปหาคำตอบ ก่อนที่ กุนซืนเบิร์นลี่ จะบอกว่า Well done ทำดีแล้ว
ชัยชนะนัดนี้ของลิเวอร์พูล ทำให้ออกสตาร์ทดีสุดในประวัติศาสตร์สโมสรของลีกสูงสุด15 นัด ลิเวอร์พูล เสียเพียง 6 ประตู ร่วมกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปี 1985-86 อาร์เซนอล ปี 1990-91 และ เชลซี ปี 2008-09 อีกสถิติที่น่าสนใจ เป็นเกมที่ 50 ที่มิลเนอร์ยิงประตูในพรีเมียร์ลีกได้ และนัดไหนที่เขายิงได้ทีมจะไม่แพ้ ชนะ 39 เสมอ 11