โดยในงานแถลงข่าวก่อนเกม เจอร์เก้น คล็อปป์ ถูกผู้สื่อข่าวถามเปรียบเทียบว่าการรักษาตำแหน่งจ่าฝูงในพรีเมียร์ลีก กับ การรักษาโอกาสในการอยู่รอดแชมเปี้ยนส์ลีกอันไหนยาก กว่ากัน คล็อปป์ ตอบว่า “ตำแหน่งในลีกไม่ได้การันตีอะไรทั้งนั้น พวกเราเก็บชัยชนะได้ไม่มากพอในเกมแชมเปี้ยนส์ลีกนัดที่ผ่านมา เลยทำให้เราต้องมาเจอกับงานยากคืนนี้”
ทั้งนี้ ลิเวอร์พูล ไม่ชนะใครเลยในเกมเยือนของแชมเปี้ยนส์ลีก รอบนี้ แต่ทำผลงานได้ดีในบ้าน ซึ่งคล็อปป์ ก็เชื่อว่านักเตะจะโชว์ฟอร์มในบ้านได้ดีอีกนัด
สำหรับเงื่อนไขลิเวอร์พูลเข้ารอบ คือ ต้องชนะ นาโปลี 1-0 ประตู, ถ้าชนะแบบเสียประตู ต้องชนะด้วยสกอร์ห่าง 2 ประตู (3-1 ,4-2) และถ้าชนะแบบเสียประตู ด้วยสกอร์ห่าง 1 ประตู ต้องลุ้นให้ เปแอสเช บุกแพ้ ซเวซด้า
ขณะที่เกมนัดนี้ กรรมการผู้ตัดสินคือ ดาเมียร์ สโคมิน่า ผู้ตัดสินชาวสโลวีเนีย ที่มีสถิติเคยตัดสินลิเวอร์พูลในเกมบอลถ้วยยุโรป ทั้งยูฟ่าและยูโรป้ารวมกัน 4 นัด แพ้รวด ทั้งนี้ สโคมิน่า เคยตัดสิน ลิเวอร์พูล มาตั้งแต่ปี 2009 ในเกมที่ ลิเวอร์พูล แพ้ ฟิออเรนติน่า 1-2 ประตู, แพ้ เบซิคตัส 0-1 ประตู และ แพ้บียาร์เรอัล 0-1 ประตู ส่วนเกมล่าสุด คือเกมที่ ลิเวอร์พูล บุกแพ้ โรม่า 2-4 ประตู ในแชมเปี้ยนส์ลีกรอบรองฯ เมื่อฤดูกาลที่แล้ว แต่ในเกมนั้น หงส์แดงยังสามารถทะลุเข้ารอบชิงได้ด้วยสกอร์รวม 7-6
อย่างไรก็ตามแม้ผลงานในแชมเปี้ยนส์ลีก ยังต้องลุ้นกันว่ารอด หรือร่วง แต่มี 3 นักเตะของลิเวอร์พูล ที่ติดโผนักเตะค่าตัวพุ่งกระฉูดในช่วง 3 เดือนหลังสุด จากการคำนวนของ CEIS หรือ องค์กรสำรวจสถิติทางด้านกีฬาระดับโลก ที่นำเอามูลค่า, อายุ, น้ำหนัก, ทีมและลีกที่สังกัด รวมถึง ตำแหน่งการเล่น และระยะเวลาสัญญา มาคำนวณกัน ซึ่งมีนักเตะลิเวอร์พูล 3 คน ติดใน 10 อันดับแรก ประกอบด้วย แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ค่าตัวเพิ่มจาก 47.8 ล้านยูโร เป็น 79.8 ล้านยูโร, ซาดิโอ มาเน่ 95.7 ล้านยูโร เป็น 125.3 ล้านยูโร และเทรนต์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ จาก 83.4 ล้านยูโร เป็น 109.2 ล้านยูโร ส่วนแข้งที่ครองอันดับ 1 คือ จาดอน ซานโช่ ดาวรุ่งมาแรงของดอร์ทมุนด์ ค่าตัวจาก 9.7 ล้านยูโร พุ่งเป็น 87 ล้านยูโร
รูปภาพ Paul ELLIS / AFP