เจอร์เก้น คล็อปป์ เพิ่งจะพาลูกทีมบุกไปชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน 2-0 ทำให้พวกเขายังยึดจ่าฝูงก่อนช่วงบ็อกซิ่งเดย์ ซึ่งคล็อปป์ มองว่า ต่อไปคือเรื่องท้าทาย เพราะทีมในบรรดาท็อป 6 ไม่ว่าจะเป็นแมนฯซิตี้ ที่ตามหลังอยู่ 4 แต้ม หรือ เชลซี , สเปอร์ส , อาร์เซน่อล ต่างก็ฟอร์มดีทั้งนั้น
คล็อปป์ พูดในงานแถลงข่าวหลังเกมว่า "ทุกทีมในบรรดาท็อป 6 มีลุ้นเบียดแชมป์ได้เหมือนกัน พวกเขาเป็นทีมที่มีแต้มกว่า 40 แต้มแล้ว และคงจะไม่มีใครปล่อยโอกาสหลุดมือ จนต้องหล่นไปอยู่ต่ำกว่าอันดับ ที่ 6 เพราะฉะนั้นเราอาจต้องการถึง 105 แต้มเพื่อคว้าแชมป์ในฤดูกาลนี้ แต่ถ้าคุณอยากไปพาดหัวข่าวกันว่า คล็อปปต้องการ 105 แต้มเพื่อแชมป์ก็แล้วแต่ แต่ผมไม่ได้ใจจดจ่อกับเรื่องนั้น รวมถึงไม่ได้สนใจว่าจะต้องทำลายสถิติแชมป์ 100 แต้ม ของแมนฯซิตี้ด้วย ต่อไปนี้ผมสนใจแค่การลุ้นแชมป์ที่สูสีกันทุกทีม"
ไปดูกันว่าลิเวอร์พูลทำสถิติอะไรอีกบ้างหลังจบเกมนัดนี้
- ชนะ 15 เสมอ 3 แพ้ 0 ยิง 39 ประตู เสีย 7 ประตู
- ไม่แพ้ใครในเกมเยือนนานสุด 10 นัดติด (ชนะ 8 เสมอ2) นับตั้งแต่ฤดูกาล 1991-92
- ในปี 2018 ชนะเกมลีก 25 เกม มากสุดในรอบ 28 ปี นับตั้งแต่ปี 1990
ขณะที่ โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ ที่ขึ้นเป็นดาวซัลโวพรีเมียร์ลีก หลังจบเกมนี้ ที่ 11 ประตู ก็ฝากผลงานในเกมนัดนี้ไว้ ด้วยการ ยิง 1 แอสซิสต์ ให้ ฟานไดจ์ค อีก 1 มีจังหวะจ่ายให้ได้ลุ้นประตู 3 ครั้ง และ ผ่านบอลแม่นยำ 82%
นอกจากนั้นสื่ออังกฤษ ยังได้เผยภาพกราฟฟิค การเคลื่อนไหว ก่อนทำประตูแรกของลิเวอร์พูล ด้วยว่าเป็นการเคลื่อนไหว ช่วยกันประสานงานทำเกมที่ยอดเยี่่ยม การเล่นฟรีคิกเร็ว จาก มิลเนอร์ ให้ เกอิต้า > ซาลาห์ เปิดถึง ลอฟเรน แตะ คืนให้ ฟาบินโญ่ ชิ่งกับ มาเน่ ก่อนที่ฟาบินโญ่ จะจ่ายให้ ซาลาห์ ยิงเป็นประตูนำ