อูไน เอเมรี่ กุนซืออาร์เซน่อล พาทีมแพ้เวสต์แฮม 0-1 ในเกมล่าสุด เป็นการแพ้นัดแรกในรอบ 3 เกม แม้จะยังอยู่อันดับ 5 แต่โดน แมนฯยูไนเต็ด ทำแต้มทาบเท่าขึ้นมาแล้ว สภาพทีมเกมนี้ ยังไม่มีแดนนี่ เวลเบ็ค, ร็อบ โฮลดิ้ง และ เฮนริค มคิทาร์ยาน ที่เจ็บอยู่ก่อน ส่วนเมซุต โอซิล น่าจะกลับมามีชื่อในม้านั่งสำรองแต่ตัวหลักและแนวรุกคนอื่นยังพร้อม ลูคัส ตอร์เรร่า, กรานิต ชาก้า, เซอัด โคลาซินัช, อเล็กซ์ อิโวบี้, ปิแอร์-เอเมริค โอบาเมยัง และ อเล็กซองด์ ลากาแซตต์
ด้านทีมเยือน เชลซี ของ เมาริซิโอ ซาร์รี่ เพิ่งพาทีมชนะนิวคาสเซิ่ล 2-1 เป็นชัยชนะนัดที่ 3 ในรอบ 5 เกม ยังรักษาพื้นที่ท็อปโฟว์ต่อไป สภาพทีมจะไม่มีอันเดรียส คริสเตนเซ่น และ รูเบน ลอฟตัส-ชีค ที่มีอาการบาดเจ็บ นอกนั้นไม่มีปัญหาอะไร ซาร์รี่ ยังคงให้เอแด็น อาซาร์ ยืนหน้าเป้าเหมือนเดิม แดนกลางอัดแน่น เอ็นโกโล่ ก็องเต้, จอร์จินโญ่ และ มาเตโอ โควาซิช
สำหรับสถิติการเจอกันของคู่นี้ 14 นัดหลังสุดที่ อาร์เซน่อล พบ เชลซี อาร์เซน่อล ชนะได้เพียง 1 นัด ที่เหลือ เสมอ 5 และเป็น เชลซี ชนะ 8 นัด ครั้งสุดท้ายที่ อาร์เซน่อล ชนะ ต้องย้อนไป เมื่อเดือนกันยายน ปี 2016 อาร์เซน่อล ชนะ 3-0
ขณะที่ผลงานการคุมทีมของ เอเมอรี่ กับ ซาร์รี่ เฉพาะ 22 นัดในพรีเมียร์ลีก เอเมอรี่ ชนะ 12 แพ้ 5 โอกาสยิงต่อเกม 12.5 คลีนชีต 3 ส่วนของ ซาร์รี่ ชนะ 14 แพ้ 3 โอกาสยิงต่อเกม 15.8 คลีนชีต 10 ซึ่งดู ซาร์รี่ เหนือกว่าทุกอย่าง โดยเฉพาะเกมรับ ที่พาเชลซี เก็บคลีนชีต ได้ถึง 10 นัด นัดนี้ หาก อาร์เซน่อล ชนะ เชลซี จะเก็บแต้มเพิ่มเป็น 44 คะแนน ทำให้ช่องว่างตามหลัง เชลซี อันดับ 4 เพียงแค่ 3 แต้มเท่านั้น