โดยเริ่มเกมแค่ 4 นาที มาดริดก็ขึ้นนำอย่างรวดเร็ว โมดริช กระชากเข้าไปยิงติดเซฟ โลเปซ บอลมาเข้าทาง เบนเซม่า ตามซ้ำไม่เหลือ จากนั้นนาที 15 จังหวะเตะมุมสั้น โมดริช บรรจงเปิดบอลเข้าเขตโทษ ก่อนที่รามอส จะโขกย้อนทางตุงตาข่าย แต่ว่านาที 25 บาปติสเตา ก็ส้มหล่นเก็บตกลูกแฉลบมาเข้าทางปืน ตีไข่แตกให้เจ้าบ้านไล่มา 1-2 และทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรก เบนเซม่า ก็ซัดประตูที่สองของตัวเองในเกมนี้ให้มาดริดฉีกหนีห่างไปอีกครั้งเป็น 3-1
ทั้งนี้ครึ่งหลัง นาทีที่ 67 เบล ที่เพิ่งเปลี่ยนตัวลงมาไม่กี่นาที ก็หมุนตัวยิงให้มาดริดนำขาด 4-1 แต่ว่าอีกไม่กี่นาทีต่อมา วาราน ไปทำฟาวล์ปิอัตติที่หลุดเดี่ยว ผู้ตัดสินชูใบแดงไล่ออกจากสนามทันที และเอสปันญอลที่มีตัวผู้เล่นมากกว่า ก็มาได้ประตูตีตื้นอีกลุกจากโรซาเลสที่หลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไปยิง แม้ทีแรกผู้ช่วยผู้ตัดสินจะยกธงเป็นลุกล้ำหน้า แต่เมื่อเช็คจาก วีเออาร์ (VAR) ผู้ตัดสินให้เป็นประตู จบเกมมาดริดบุกชนะเอสปันญอล 4-2 แซงเซบีย่า กลับขึ้นที่ 3 อีกครั้ง แต่ยังตามหลังบาร์เซโลน่า จ่าฝูงถึง 10 คะแนน
รูปภาพ : Josep LAGO / AFP