หลัง จบเกมที่เชลซี แพ้ บอร์นมัธ 4-0 ซาร์รี่ ปิดห้องแต่งตัวคุยกับนักเตะ เป็นเวลานาน 1 ชั่วโมง ซึ่งเดอะ เทเลกราฟ เผยว่า ซาร์รี่ เจาะจงตำหนิ เอแด็น อาซาร์ ว่าเห็นแก่ตัว และไม่ทำตามที่โค้ชสั่ง เลยทำให้เกมออกมาแย่
ขณะ ที่ เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า กัปตันทีม เผยกับสื่อว่า “ในห้องแต่งตัว เราปิดห้อง และ เปิดอกคุยกันแบบลูกผู้ชาย .. นักเตะทุกคนโมโหมากนะ ในเรื่องของการจัดตัว ต้องแก้ปัญหาในการเสีย 4 ประตู เป็นอะไรที่รับไม่ได้ ทุกคนโกรธที่มันเป็นแบบนั้น มันเป็นสิ่งที่ต้องแก้ไข”
จากคำสัมภาษณ์ของ อัซปิลิกวยต้า สื่อทั้ง เอ็กเพรส และ เทเลกราฟ พยายามวิเคราะห์ว่า คำสัมภาษณ์ของนักเตะสื่อให้เห็นถึงความไม่ลงรอยกัน ระหว่างนักเตะและกุนซือ ในเรื่องของจัดแผนการเล่น ซึ่ง ซาร์รี่ มักจะใช้แผนเดิมๆไม่มีแผนสำรอง จนทีมคู่แข่งจับทางได้หมด
หากดูจากสถิติ ที่ เปรียบเทียบตั้งแต่ต้นฤดูกาล มาจนถึงตอนนี้ จะเห็นได้ชัดว่า ผลงานเชลซี ย่ำแย่ลงมาเรื่อยๆ ไปดูเรื่องการยิงประตู 6 นัดแรกของฤดูกาล เชลซี ยิงไป 14 ประตู
หลังจากนั้น นัดที่ 7-12 ยิงไป 13 นัด น้อยลงกว่าเดิมเพียงประตูเดียว แต่เข้า สู่ช่วง 12 นัดในหลังเริ่มมีปัญหาเรื่องการยิง จำนวนประตูต่างกันมาก ตั้งแต่นัดที่ 13-18 ยิง ได้ 8 ประตู ส่วนนัดที่ 19-24 ยิงได้เพียง 5 ประตู
ขณะที่สถิติ การเสีย ประตูก็แย่ลงไม่แพ้กัน
นัดที่ 1-6 / 4 ประตู
นัดที่ 7-12 / 4 ประตู
นัดที่ 13-18 / 7 ประตู
นัดที่ 19-24 / 8 ประตู
ซาร์รี่ ยังทำผลงานคุมทีม ใน 24 นัดแรกได้แย่ที่สุดเป็นอันดับ 3 ในบรรดา กุนซือเชลซีด้วยเปอร์เซ็นการชนะ 58% ในขณะที่ โชเซ่ มูรินโญ่ อดีตกุนซือ ครองสถิติคุมทีม 24 นัดแรก ดีสุด เปอร์เซ็นชนะ 79% ผลงานแบบนี้ ประกอบกับ สถานการณ์ไม่ลงรอยกับนักเตะ ทำให้ ซาร์รี่ กลายเป็นกุนซือคนล่าสุดที่ถูกจับตามองว่า จะถูกปลดเป็นรายต่อไปหรือไม่