ด้านความพร้อมของทัพเวสต์แฮม ต้องประสบปัญหาขาดนักเตะมิดฟิลด์ตัวรุกอย่าง ซามีร์ นาสรี่ รวมทั้ง แจ็ค วิลเชียร์, อังเดร ยาร์โมเลนโก้, การ์ลอส ซานเชซ, มานูเอล ลันซินี่ และปราการหลังอย่าง ฟาเบียน บัลบูเอน่า แต่ล่าสุด “ขุนค้อน” ยังมีข่าวดีเมื่อ มาร์โก อาร์เนาโตวิช ดาวยิงคนสำคัญที่บาดเจ็บเท้าจากเกมนัดที่แล้วมีลุ้นที่จะสามารถลงสนามได้ ส่วนลูคัส ฟาเบียนสกี้ และ อารอน เครสส์เวลล์ มีลุ้นฟิตทันช่วยทีมได้เช่นกัน
โดย 5 เกมก่อนหน้านี้ “ขุนค้อน” สามารถเก็บชัยชนะได้เพียง 1 นัด เสมอ 1 นัดและแพ้อีก 3 นัดถือเป็นฟอร์มการเล่นที่ไม่ค่อยดีนัก แต่ผลงานเล่นในบ้าน 5 นัดหลังสุดกลับแพ้ไปเกมเดียว แน่นอนว่าในนัดนี้กุนซือ มานูเอล เปเยกรินี ต้องการคว้าชัยขยับขึ้นสู่ติดท็อป 10 ด้วยเช่นกัน โดยมีคะแนนห่างทีมอันดับที่ 8 วัตฟอร์ด อยู่เพียง 3 คะแนน
รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม ในระบบ 4-4-2 ผู้รักษาประตู ลูคัส ฟาเบียนสกี้ แนวรับ 4 คน ปาโบล ซาบาเลต้า, อิสซ่า ดิย็อป, อันเจโล่ อ็อกบอนน่า และ อารอน เครสส์เวลล์ กองกลาง 4 คน โรเบิร์ต สน็อดกราสส์, มาร์ค โนเบิล, เดแคลน ไรซ์ และ เฟลิเป้ อันแดร์สัน ส่วนแนวรุก 2 คนจะเป็น มิคาอิล อันโตนิโอ และ มาร์โค อาร์เนาโตวิช
ทางด้าน “หงส์แดง” ลิเวอร์พูลทีมจ่าฝูง กำลังตกอยู่ในสถานการณ์กดดัน จากที่ก่อนหน้านี้ทำได้เพียงเปิดบ้านเจ๊ากับเลสเตอร์ 1-1 ที่แอนฟิลด์ ส่งผลให้ทีม “เรือใบ” แมนฯซิตี้ ที่เพิ่งชนะอาเซน่อล 3-1 ไล่จี้คะแนนตามหลังห่างอยู่เพียง 2 คะแนน โดยในนัดนี้หงส์แดงต้องเก็บชัยคว้า 3 แต้มเท่านั้น เพื่อรักษาระยะห่างเป็น 5 แต้ม
สำหรับความพร้อมลิเวอร์พูล ยังต้องประสับปัญหากับการขาดนักเตะปราการหลังคนสำคัญอย่างโจ โกเมซ ที่ไม่รู้จะกลับมาได้เมื่อไหร่และ เดยัน ลอฟเรน ที่เจ็บเอ็นหลังหัวเข่า ถือเป็นข่าวร้ายของแฟนหงส์แดง แต่จะได้นักเตะสารพัดประโยชน์อย่าง เจมส์ มิลเนอร์ ที่พ้นโทษแบนกลับมาช่วยทีมได้ในเกมนี้ อย่างไรก็ตามนักเตะหลักอย่าง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ดาวซัลโวสูงสุดในลีกลงเล่น 24 นัดยิงไปแล้ว 16 ประตู และอีก 8 แอสซิสต์ พร้อมลงเล่นประสานแนวรุกร่วมกับ เซอร์ดาน ชากิรี่, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ ซาดิโอ มาเน่
รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม กุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ จัดทัพในระบบ 4-3-3 ผู้รักษาประตู อลิสสัน เบ็คเกอร์ แนวรับ 4 คน เจมส์ มิลเนอร์, โจเอล มาติป, เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ค และ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน กองกลาง 3 คน จอร์จินโย่ ไวนัลดุม, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และฟาบินโญ่ แนวรุก 3 ประสานอย่าง โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ ซาดิโอ มาเน่ โดยมีโมฮาเหม็ด ซาลาห์ เป็นศูนย์ตัวหน้าเป้า
สถิติการพบกัน 5 นัดหลังสุดของทั้งสองทีม
12/08/18 ลิเวอร์พูล 4 : 0 เวสต์แฮม
24/02/18 ลิเวอร์พูล 4 : 1 เวสต์แฮม
05/11/17 เวสต์แฮม 1 : 4 ลิเวอร์พูล
14/05/17 เวสต์แฮม 0 : 4 ลิเวอร์พูล
11/12/16 ลิเวอร์พูล 2 : 2 เวสต์แฮม
สถิติใน 5 นัดหลังสุดของ เวสต์แฮม(ชนะ 1 แพ้ 3 และเสมอ 1)
30/01/19 วูล์ฟ 3 : 0 เวสต์แฮม
19/01/19 บอร์นมัธ 2 : 0 เวสต์แฮม
12/01/19 เวสต์แฮม 1 : 0 อาร์เซน่อล
03/01/19 เวสต์แฮม 2 : 2 ไบรท์ตัน
30/12/18 เบิร์นลีย์ 2 : 0 เวสต์แฮม
สถิติใน 5 นัดหลังสุดของ ลิเวอร์พลู (ชนะ 3 แพ้ 1 และเสมอ 1)
31/01/19 ลิเวอร์พูล 1 : 1 เลสเตอร์ ซิตี้
19/01/19 ลิเวอร์พูล 4 : 3 คริสตัล พาเลซ
12/01/19 ไบรท์ตัน 0 : 1 ลิเวอร์พูล
4/01/19 แมนฯ ซิตี้ 2 : 1 ลิเวอร์พูล
30/10/19 ลิเวอร์พูล5 : 1 อาร์เซน่อล
จากสถิติการพบกันของทั้งสองทีม ลิเวอร์พลู ดูดีกว่าและตั้งเป้าเก็บชัยคว้า 3 แต้มอย่างแน่นอนแต่ไม่ใช่งานง่ายจากสถานการณ์ที่ถูกกดดัน อีกทั้งเจ้าถิ่นอย่าง เวสต์แฮม แข็งแกร่งเสมอเมื่อได้เล่นในบ้านต้องมาลุ้นกันว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไรในคืนวันจันทร์ 4 ก.พ. นี้