"เมาริซิโอ ซาร์รี่" กุนซือใหญ่กำลังเจอบททดสอบหนักสำหรับฤดูกาลแรกในลีกผู้ดี โดยก่อนเริ่มต้นฤดูกาล "ซาร์รี่" ถูกจับตามองว่าจะเข้ามาทำให้ทัพ "สิงโตน้ำเงินคราม" กลับมาคว้าแชมป์ เล่นฟุตบอลแบบเอ็นเตอร์เทน เปิดเกมรุกดุดัน ดั่งเช่นที่เคยทำไว้กับนาโปลีทีมเก่า
อย่างไรก็ตามผลลัพท์ที่กำลังเกิดขึ้น เห็นได้ชัดว่ารูปแบบการเล่นอย่างนาโปลี ยังใช้ไม่ได้กับเชลซี และมีกระแสวิจารณ์ถึง “ซาร์รี่” ต่อเนื่องที่มักยึดระบบการเล่นแบบเดิมๆ ไม่มีความหลากหลาย จนถูกคู่แข่งจับทางได้ แต่กุนซือวัย 60 ปียังคงมั่นใจในทิศทางของตัวเองมาโดยตลอด แล้วอะไรทำให้ผลงานกลับไม่เป็นที่ต้องการ เรามาวิเคราะห์กันว่ามีจุดไหนบ้างที่หากปรับเปลี่ยนจะทำให้ เชลซี กลับมาอยู่ในฟอร์มที่ดี
1. เอ็นโกโล กองเต้ กองกลางตัวรับ
จอร์จินโญ่ ถูกซาร์รี่หนีบมาด้วยเพื่อคุมจังหวะเกมแดนกลาง ซึ่งเจ้าตัวก็ทำผลงานไม่เลวมีสถิติจ่ายบอลมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ในลีกจำนวน 2,279 ครั้ง จากการลงเล่น 25 นัดและทำ 1 ประตู
หน้าที่หลักของกองกลางวัย 27 ปี คือคุมเกมจ่ายบอลง่ายๆเพื่อรักษาให้ทีมได้ครอบครองบอลมากกว่าการจ่ายเพื่อสร้างสรรค์เกม ทำให้ เอ็นโกโล กองเต้ ที่ถูกจับมาเล่นเป็นมิดฟิลล์บ๊อก ทู บ๊อก อย่างเช่นกับ อัลลัน สมัยที่ ซารี่ คุมนาโปลี ต้องเป็นคนคอยวิ่งขึ้นลงสร้างสรรค์เกม ซึ่งนั่นไม่ใช่จุดเด่นของกองกลางแชมป์โลกรายนี้
จุดนี้หาก ซาร์รี่ มีการปรับเปลี่ยนแผนการเล่นบ้างการจับ กองเต้ ลงมาเล่นตำแหน่งถนัดกองกลางตัวรับแทนที่ จอร์จินโญ่ ในบางเกม น่าจะมีบทบาทมากในวิ่งไล่เเย่งบอลสกรีนตัวผู้เล่นก่อนถึงแนวรับ ส่งผลถึง 2 มิดฟิลล์ตัวรุก รอส บาร์คลี่ย์, มาเตโอ โควาซิช หรือใครก็ตามที่ถูกจับมาเล่นตำแหน่งนี้ มีอิสระในการทำเกมรุกโดยที่ไม่พะวงเกมรับ อาจทำให้เกมแดนกลางกลับมาเเข็งเเกร่งอีกครั้ง
2. ถึงเวลาของ อันเดรียส คริสเตียนเซ่น และเอเมอร์สัน พัลไมรี่ หรือยัง?
ดาวิด ลุยซ์ และมาร์กอส อลอนโซ่ ต่างผลงานได้ยอดเยี่ยมเป็นส่วนสำคัญพาทีมคว้าเเชมป์ลีกยุคของ อันโนติโอ คอนเต้ ในระบบการเล่น 3-4-3 แต่การกลับมาเล่นในระบบ 2 เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ ดาวิด ลุยซ์ แม้จะมีจุดเด่นในการวางบอลยาวจากหลังไปหน้าให้เพื่อนทำประตูได้ แต่ตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟการเล่นเกมรับที่ดีควรมาเป็นอันดับหนึ่ง ทำให้ดาวเตะชาวบราซิลมักหลุดตำแหน่งบ่อย ต่างจากสมัยเล่นหลัง 3 แม้จะหลุดบ้างแต่ก็มีอีก 2 คนในแนวรับคอยซัพพอร์ตได้
ทางด้าน มาร์กอส อลอนโซ่ มีจุดเด่นชอบขึ้นเติมเกมรุก และสอดแทรกเข้ากรอบเขตโทษเพื่อทำประตู เเต่ในฤดูกาลนี้ในตำแหน่งเเบ็คซ้ายเจ้าตัวผลงานดร็อปลงน่าใจหาย ยิงได้เพียง 1 ประตูจาก 25 นัด
3. “ซารี่” ต้องมีแผน 2
ระบบการเล่น 4-3-3 "ซาร์รี่บอล" จุดเด่นคือการครองบอลกดดันคู่เเข่ง หาช่องเจาะเข้าทำประตู แต่ในบางเกมที่คู่เเข่งลงไปรับต่ำมักจะไม่สามารถเจาะแนวรับเพื่อทำประตูได้ และจะเห็นว่า ซาร์รี่ แก้เกมโดยที่จะเปลี่ยนตัวผู้เล่นตำแหน่งต่อตำแหน่งมากกว่าการเปลี่ยนระบบการเล่น ซึ่งในการครั้งเมื่อทีมต้องการประตูการเพิ่มจำนวนผู้เล่นเกมรุกก็เป็นสิ่งจำเป็น
อย่างไรก็ตามยังเชื่อว่า เมาริซิโอ ซาร์รี่ จะได้รับโอกาสคุมทีมต่อไป แม้ว่ามีกระเเสอาจจะถูกปลดจากตำแหน่ง ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่เร็วไปสำหรับการเข้ามาคุมทีมฤดูกาลเเรกของกุนซือวัย 60 ปี และจากผลงานที่ไม่ประทับใจ ซาร์รี่ ต้องปรับสไตล์ในลีกผู้ดี รวมถึงผู้เล่นในทีมต้องมีคุยถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ปลุกเร้าให้ทีมกลับมามีความมั่นใจอีกครั้ง
โดยโปรแกรมนัดถัดไป เชลซี มีโอกาสเก็บชัยชนะเรียกศรัทธาแฟนบอลในเกมยูโรปาลีก รอบ 32 ทีมสุดท้ายบุกเยือน มัลโม่ วันที่ 15 ก.พ. ก่อนที่จะทำศึกใหญ่ในศึกพรีเมียร์ลีก เปิด “สแตมฟอร์ดบริดจ์” ต้อนรับ เเมนฯยูไนเต็ด วันที่ 19 ก.พ. ซึ่งจะเป็นเกมสำคัญในการลุ้นพื้นที่ท็อปโฟร์เพื่อกลับไปเล่นฟุตบอลยุโปรถ้วยใหญ่อีกครั้ง…
Tum Thunder