แผนของพอช
3-4-1-2 แผนถนัดที่ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน มักใช้เมื่อเจอกับทีมใหญ่และมันได้ผลมากๆในเกมเมื่อคืนที่ผ่านมา เมื่อพวกเขาจะต้องเจอกับแนวรุกที่มีความเร็วจัดและมีทักษะในการพาบอลสูง จำเป็นต้องมีตัวซ้อนหลายด่าน โดยเฉพาะการรับมือกับความไวของ จาดอน ซานโช่ ที่แม้จะผ่านหนึ่งผ่านสองได้แต่สุดท้ายก็ต้องมีแนวรับสักคนที่มาช่วยเคลียร์บอลได้ทันเวลา รวมถึงการได้ ฮวน ฟอยธ์ ที่มาช่วยเพิ่มเติมความแข็งแกร่งในแนวรับ และดาวรุ่งอาร์เจนไตน์ก็สามารถเล่นร่วมกับแผงหลังคนอื่นได้อย่างดีเยี่ยมแม้ต้นเกมจะมีจังหวะหลุดไปบ้างแต่พอเริ่มจับจังหวะของตัวเองได้ก็ทำให้เจ้าตัวสามารถรับมือกับแนวรุกของดอร์ทมุนด์ได้เป็นอย่างดี
ซน เฮือง มิน ถูกโฉลก กับการยิง ดอร์ทมุนด์
ดาวยิงเกาหลีใต้ ทำให้การขาดหายไปของ แฮร์รี่ เคน ไม่เป็นปัญหาในเกมนี้ แม้ต้องขยับมาเป็น ศูนย์หน้าตัวเป้า แต่ก็สามารถหาจังหวะเพื่อเอาชนะแนวรับของ ดอร์ทมุนด์ ได้หลายต่อหลายครั้ง แม้จะเป็นคนเอเชียแต่ความเร็วความแข็งแกร่งไม่แพ้ผู้เล่นยุโรปแต่อย่างใด รวมถึงความขยันในการหาช่องในการเข้าทำและนำมาซึ่งประตูแรกของเกม ก่อนที่จะเอาชนะไปได้ 3-0 ซึ่งถือเป็นประตูสำคัญที่ทำให้โมเมนตัมของเกมมาอยู่กับสเปอร์สเต็มๆ อีกทั้ง ดอร์ทมุนด์ ยังเป็นทีมที่ ซน เฮือง มิน ยิงประตูได้มากที่สุด โดยนับตั้งแต่ค้าแข้งกับฮัมบูร์ก เมื่อปี 2012 จนถึงเกมเมื่อคืนนี้ เจ้าตัวทำไปทั้งสิ้น 9 ประตูกลายเป็นทีมที่ ซน ยิงมากที่สุดในชีวิตการเป็นนักเตะอาชีพอีกด้วย
การทดแทนตำแน่งที่ขาดหายไป
สืบเนื่องจากแผนของ พอช ที่สามารถปรับเปลี่ยนผู้เล่นหลายตำแหน่งจากการหายไปของตัวหลักหลายราย ทำให้นักเตะบางคนต้องขยับตัวเองมาเล่นในตำแหน่งอื่น ยกตัวอย่าง ในรายของ แยน แฟร์ต็องเก้น ที่ในเกมนี้ได้เล่นเป็นวิงซ้าย จริงอยู่ว่า แยน อาจจะเคยเล่นในตำแหน่งแนวรับด้านซ้ายให้กับทีมชาติ เบลเยี่ยม แต่กับเกมเมื่อคืนนั้นแตกต่างออกไปเมื่อเขาต้องทำหน้าที่ในการเล่นเกมรุกมากขึ้น และเขาก็ไม่ทำให้ โปเช็ตติโน และแฟนบอลผิดหวังเมื่อสามารถทำได้ 1 ประตูกับอีก 1 แอสซิสต์ ช่วยให้ทีมกุมความได้เปรียบอย่างมากหลังจบเกมแรก
เสือเหลืองไม่มีตัวเก๋าในการคุมเกม
นี้คือทีมพลังหนุ่มของจริงในยุคนี้แต่แน่นอนว่าการที่มีดาวรุ่งเต็มทีมก็จำเป็นต้องมีตัวเก๋าไว้คอยประครองรุ่นน้องบ้าง ซึ่งในเกมนี้ไม่มีทั้ง มาร์โค รอยส์ ที่เจอปัญหาอาการบาดเจ็บ รวมไปถึง ลูคัสซ์ พิสซ์เช็ค ที่ไม่มีชื่อในเกมนี้ ทำให้เกมของดอร์ทมุนด์มีความหวือหวาแค่ในช่วงต้นเกม แต่ไม่สามารถที่จะรักษามาตรฐานที่ดีได้ตลอดทั้งเกม ซึ่งคนที่ดูจะเป็นตัวเก๋าที่สุดในการควบคุมเกมน่าจะเป็น อักเซล วิตเซล ห้องเครื่องชาวเบลเยี่ยม แต่เจ้าตัวก็ยังถือเป็นผู้เล่นใหม่ของดอร์ทมุนด์ซึ่งอาจไม่ได้มีพาวเวอร์มากพอต่อการประครองรุ่นน้องในทีม
ความมั่นใจมากเกินไปของวัยรุ่น
เมื่อไม่มีรุ่นใหญ่ ในการประครองเหล่าดาวรุ่ง ทำให้ผู้เล่นอายุน้อยแสดงความมั่นใจเกินไปในบางครั้ง ซึ่งเห็นได้ชัดจากจังหวะที่ อัชราฟ ฮาคิมี่ พยายามที่จะแตะผ่านผู้เล่นสเปอร์สจนเป็นที่มาของการเสียประตูแรก รวมถึงอีกหลายจังหวะที่บรรดาดาวรุ่งพยายามที่จะเลี้ยงฝ่าแนวรับของสเปอร์ส จนเสียการครอบครองบอลในที่สุด