12 สถานที่น่าไป “ภาคใต้” ที่ The Times ยกให้เป็นที่เที่ยวที่ดีที่สุด
“The Times” เปิดโผทะเลใต้น่าเที่ยวที่ต่างชาติยกให้เป็นสวรรค์ของเหล่านักเดินทาง เช็กเลยมีที่ไหนบ้าง!
แจกลิสต์ 4 ที่เที่ยวประเทศไทยพื้นที่ตอนบน ภาคเหนือ กลาง และ ตะวันออก ที่ติดโผเว็บไซต์ออนไลน์ของ “The Times” ว่าเป็นเมืองที่น่าท่องเที่ยวที่สุดกันไปแล้ว
วันนี้มาเปิดเผยกันต่อกับสถานที่ท่องเที่ยวในภาคใต้ ที่ชาวต่างชาติยกให้เป็นสวรรค์ของเหล่านักเดินทาง จนติดโผเว็บไซต์ชื่อดังเช่นเดียวกัน
สำหรับใครที่อยากไปเที่ยว แต่ไม่รู้จะไปที่ไหน มาเช็กกันเลยว่ามีที่ไหนบ้าง!
เกาะเขาพิงกัน
พาลงทะเลใต้มาที่แรกกับ “เกาะเขาพิงกัน” ซึ่งตั้งอยู่ที่อ่าวในจังหวัดพังงา โดยเขาพิงกันมักจะมีอีกชื่อที่ชาวต่างชาติรู้จักกันดีว่า “เกาะเจมส์บอนด์” เพราะเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ James Bond: Tomorrow Never Dies เป็นภาคที่ 18 ในหนังชุด เจมส์ บอนส์ กำกับโดย โรเจอร์ สปอททิสวู้ด
หากใครได้มาแน่นอนว่าจะได้มาย้อนรอยอดีตของ โรเจอร์ มัวร์ ที่วิ่งเล่นบนชายหาดที่สวยงามกับ บริตต์ เอคแลนด์ หรือ ตามรอยนักฆ่าผู้ชั่วร้ายอย่าง โตเฟอร์ ลี และ ฟรานซิสโก สการามังกา ตามป่าเขา ซึ่งบอกเลยว่า สถานที่จริงน่าทึ่งพอๆ กับฉากที่สวยเก๋ในภาพยนตร์
นอกจากนี้ภายในเกาะยังมีจุดบริการเอาไว้ล่องเรือแบบเช้าไปเย็นกลับด้วย เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความเป็นสุดๆ เพราะทริปล่องเรือนี้จะพาทุกคนข้ามทะเลไปลอดใต้หน้าผาหินปูนรอบอ่าวที่มีทรายสีแทนคุกกี้ เรียกว่าจะได้สัมผัสกับความสวยงามที่น่าทึ่งแน่นอน และไม่แน่ว่าคุณอาจเห็นเงาของตัวละครที่คุณชื่นชอบซ่อนตัวจากดวงอาทิตย์ใต้ต้นปาล์มก็เป็นได้
เกาะยาวน้อย
ไปกันต่อไม่ใกล้ไม่ไกลจากเกาะเขาพิงกัน เพราะที่นี่อยู่ใจกลางอ่าวพังงาเลย นั่นคือ “เกาะยาวน้อย” ซึ่งอยู่ตรงกลางระหว่างจังหวัดภูเก็ตและกระบี่ ที่ The Times ได้ยกสองจังหวัดนี้ให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดทางภาคใต้
พื้นที่ตรงนี้จัดเป็นอีกหนึ่งเกาะที่ทะเลสวยและมีความเงียบสงบเป็นส่วนตัวสูง เราสามารถปั่นจักรยานชมธรรมชาติไปตามถนนเลียบชายฝั่งสายเล็กๆ ของเกาะยาวน้อย แล้วจะพบกับสวนยางพาราและหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ พร้อมกับบรรกาศสวยๆ ที่มีหาดทรายขาวละเอียดที่ถูกน้ำทะเลสีฟ้าอมเขียวซัดมาให้เกยตื้น และที่นี่ยังเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยที่สุดที่หนึ่งในไทยอีกด้วย
เกาะสิมิลัน
อีกหนึ่งศูนย์กลางการท่องเที่ยวของจังหวัดพังงาที่ The Times แนะนำว่าควรไปเยือนสักครั้ง นั่นคือ “หมู่เกาะสิมิลัน” สามารถเดินทางง่ายๆ โดยใช้เวลานั่งสปีดโบ๊ท 90 นาทีจากเขาหลัก ที่นี่เป็นสถานที่ตั้งของ “หินเรือใบ” หรือ “Sail Rock” จุดชมวิวอันเป็นที่เลื่องชื่อ สามารถมองเห็นวิว “อ่าวเกือก” หรือ “Donald Duck Bay” ซึ่งโอบล้อมไปด้วยกองหินขนาดใหญ่ สวยงามแปลกตา สามารถว่ายน้ำเล่น พร้อมอาบแดดบนหาดทรายสีขาว และยังมีจุดดำน้ำยอดนิยมที่เราจะได้ชมธรรมชาติใต้น้ำมากมายไม่ว่าจะเป็น ปะการังสีชมพู ฝูงปลานกแก้ว ตระกูลปลาการ์ตูนที่เล่นดอกไม้ทะเล และถ้าโชคดีเราอาจได้เจอเต่าทะเลอีกด้วย
ภูเก็ต
ย้ายจากเกาะทางทะเลขึ้นมาที่เกาะบนแผ่นดินกันบ้าง กับอีกหนึ่งเกาะที่ใหญ่ที่สุดในไทย “ภูเก็ต” ที่นี่ถือว่ามีความหลากหลายสูงทั้งทางอาหาร ภาษา และวัฒนธรรม และชายหาดของที่นี่ล้อมรอบไปด้วยโขดหินและต้นปาล์ม โดยทาง The Times ได้ยกให้ภูเก็ตเป็นหาดที่ดีที่สุดในเอเชียอีกด้วย ซึ่งจะมีร้านอาหาร คลับ บาร์ อยู่รอบชายหาดเต็มไปหมด พร้อมมีบริการเหมาเรือยอร์ชไปจิบไวน์ชมพระอาทิตย์ตกดินสวยๆ เรียกว่า ภูเก็ตไปกี่ครั้งก็ไม่มีเบื่อ
เกาะพะงัน
ย้ายมากันที่เมืองร้อยเกาะกันบ้างกับจังหวัดสุราษฎร์ธานี และที่นี่คือ “เกาะพะงัน” ตัวเกาะตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศไทย เป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกจากงานฟูลมูนปาร์ตี้ ที่จัดขึ้นบริเวณหาดริ้น ซึ่งเป็นงานปาร์ตี้ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกคืนวันพระจันทร์เต็มดวง และใกล้ๆ กันจะมีอีกหนึ่งหาดทรายขาวสวยๆ ชื่อว่า หาดยวน หากเราได้นอนพักที่ริมทะเลของเกาะ เราจะสัมผัสได้ถึงเสียงจักจั่นบนต้นไม้และคลื่นกระทบชายหาด
ไฮไลต์ของที่นี่นอกจากจะเป็นสถานที่จัดฟูลมูนปาร์ตี้แล้ว ยังมี ทะเลแหวก ที่บริเวณ “หาดแม่หาด” เชื่อมระหว่าง “เกาะม้า” เกาะบริวารที่อยู่ใกล้ๆ กัน และในช่วงที่น้ำทะเลลดระดับต่ำสุดในแต่ละวัน ที่นี่จะเผยให้เห็นทะเลแหวกหรือสันทรายที่โผล่ขึ้นมาเป็นแนวยาว ชนิดที่สามารถเดินเท้าจากฝั่งเกาะพะงันข้ามเกาะไปเที่ยวยังเกาะม้าได้เลยทีเดียว
เกาะสมุย
ถ้าพูดถึงจังหวัดสุราษฎร์ธานีคงมีน้อยคนที่จะไม่รู้จัก “เกาะสมุย” โดยถือว่าเป็นเกาะที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่มีกิจกรรมหลายอย่างให้เราได้ทำกัน ตั้งแต่การล่องเรือรอบอุทยานแห่งชาติอ่าวทอง เดินเที่ยวตลาดกลางคืน เรียนมวยไทย เข้าร้านนวดร้านสปา ดำน้ำ รวมไปถึงชมพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนเสือ และขับ ATV ไปเช็คอินที่หินตาหินยาย แถมยังมีคาเฟ่ และบาร์มากมายให้ได้ไปนั่งชิลกัน เรียกว่า เกาะสมุย สามารถเป็นอะไรก็ได้ที่เราต้องการ
เกาะเต่า
ปิดท้ายจังหวัดสุราษฎร์ธานีกันด้วย “เกาะเต่า” โดยถือเป็นเกาะที่เล็กที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ไฮไลต์เด็ดของที่นี่คือเป็นแหล่งดำน้ำที่ติดอันดับโลก และยังมีโรงเรียนเปิดสอนดำน้ำลึกด้วยเช่นกัน เหมาะสำหรับคนชอบดำน้ำและคนที่อยากลองดำน้ำครั้งแรก เพราะมีจุดดำน้ำหลายจุดทั้ง ดำน้ำลึกและดำน้ำตื้น และเป็นที่อยู่ของสัตว์น้ำนานาชนิด เราจะได้ “ดำน้ำว่ายน้ำไปกับปลาฉลามและปลากระเบน” ถ้ามีโอกาสไปเที่ยวเกาะเต่าแล้วไม่ได้ไปลองดำน้ำ ก็เหมือนมาไม่ถึงเกาะ
เกาะมุก
พามาต่อกันที่ทะเลตรังโดย “เกาะมุก” ตั้งอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม บรรยากาศเงียบสงบและเป็นส่วนตัว ลักษณะของเกาะทางด้านทิศตะวันตกส่วนใหญ่เป็นโขดหน้าผาหินสูง ตั้งตระหง่านหันหน้าออกสู่ทะเล และเป็นที่ตั้งของถ้ำมรกต ทางฝั่งตะวันออกเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวประมง ที่ยังคงวิถีชีวิตของชาวเกาะไว้และมีที่พักหลากหลาย เกาะมุกมีหาดทรายขาวสะอาดและมีจุดดำน้ำดูปะการังที่สวยงาม ปกติแล้วทางอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมจะปิดการท่องเที่ยวบริเวณเกาะมุกเพื่อฟื้นฟูธรรมชาติตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน - 30 กันยายน ของทุกปี โดยการเดินทางจากท่าเรือควนตุ้งกูใช้เวลาเดินทางไปเกาะมุกประมาณ 30 นาที มีเรือโดยสารแบบเป็นรอบและแบบเหมาลำให้บริการ นอกจากนี้ยังสามารถเช่าเหมาเรือจากท่าเรือควนตุ้งกู อำเภอกันตัง เพื่อไปท่องเที่ยวถ้ำมรกตได้อีกด้วย
เกาะห้อง
ถ้าพูดถึงที่เที่ยวในจังหวัดกระบี่หลายคนก็คงจะนึกถึงการเที่ยวทะเลและเกาะมากมาย เกาะส่วนใหญ่ที่รู้จักกันก็คือเกาะพีพี แต่วันนี้เราจะพาไปรู้จักอีกเกาะที่ The Times ยกให้ว่าดีและน่าสนใจ นั่นก็คือ “เกาะห้อง” โดยเกาะห้อง (เกาะเหลาบิเละ) เป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะห้อง อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี ลักษณะเป็นเกาะเขาหินปูน มีหาดทรายโค้งคล้ายรูปนกบิน ทรายขาวละเอียด น้ำทะเลใสสีเขียวมรกตเหมาะกับการมาพายเรือ นั่งชิลริมหาดทราย และสุดปลายหาดด้านหนึ่งมีทางเดินเป็นบันไดเหล็ก 419 ขั้น ขึ้นไปบนยอดเขาซึ่งเป็นจุดชมวิว 360 องศา โดยช่วงที่ดีที่สุดในการเดินทางมาเที่ยวคือเดือนพฤศจิกายน – เมษายนนั่นเอง
หาดไร่เลย์
“หาดไร่เลย์” ถือเป็นอีกหนึ่งจุดที่คนมากระบี่จะต้องแวะ สามารถเดินทางได้โดยนั่งเรือจากอ่าวนางใช้เวลาเพียง 10 นาทีเท่านั้น ที่นี่มีทรายขาวราวกับมุก และเป็นจุดมุ่งหมายของคนชอบกิจกรรม เพราะมีอะไรหลากหลายให้ทำมากมายไม่ว่าจะเป็น ปีนผา ดำน้ำตื้น ดูปะการัง เล่นเสิร์ฟบอร์ด หรือเล่นวอลเลย์บอลชายหาด เรียกว่าเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจที่ดีเลยทีเดียว และหาดไร่เลย์ยังได้ชื่อว่ามี “พระอาทิตย์ตก” ที่สวยที่สุดของกระบี่
เกาะลันตา
หลายคนน่าจะรู้จักสถานที่เที่ยวในกระบี่มากมายทั้งตามหาดและเกาะต่างๆ แต่น้อยคนที่จะรู้จัก “เกาะลันตา” เป็นเกาะขนาดใหญ่ที่มีผู้คนอาศัยต่อเนื่องมายาวนานกว่าร้อยปี ประกอบด้วย เกาะลันตาใหญ่ และเกาะลันตาน้อย แหล่งท่องเที่ยวส่วนใหญ่อยู่บนเกาะลันตาใหญ่ ขณะที่ เกาะลันตาน้อย เป็นที่ตั้งของที่ว่าการอำเภอเกาะลันตา ด้วยระยะทางที่ห่างไกลจากแผ่นดิน เกาะลันตาจึงยังคงความสวยงามของหาดทรายและน้ำทะเลสะอาด อีกทั้งยังมีวิถีชีวิตของชาวเกาะดั้งเดิม
สำหรับนักท่องเที่ยวสายกิจกรรมเกาะลันตาก็มีอะไรให้ทำมากมาย อาทิ การพายคายักชมธรรมชาติ, การเดินป่า, ขี่ช้าง การท่องเที่ยวแบบโฮมสเตย์ เพื่อการเรียนรู้การใช้ชีวิตแบบพึ่งพิงธรรมชาติ รวมไปถึงการดำน้ำลึกหรือสน๊อกเกิ้ล (ดำน้ำตื้น)
เกาะลันตาเป็นสถานที่ดำน้ำและดูปะการังที่ขึ้นชื่อมากที่สุดที่หนึ่งของโลก ถ้าโชคดีเราอาจะจะได้เห็นฉลามเสือดาวและกระเบนราหูก็เป็นได้
เกาะตะรุเตา
มาถึงที่สุดท้ายกันแล้วกับทะเลแถบสตูล “เกาะตะรุเตา” เป็นเกาะที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของประเทศไทยใกล้กับชายแดนของประเทศมาเลเซีย และที่นี่ยังเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุทยานแห่งชาติตะรุเตาอีกด้วย เกาะตะรุเตาจึงมีธรรมชาติที่สมบูรณ์และมีความสวยงามในตัวเอง โดยจะมีทั้งบริเวณชาดหาดที่สวยงาม ป่าดงดิบ ป่าผสม ป่าเขาหินปูน ป่าชายหาด ป่าพรู ป่าชายเลน ไม้แคระ ไม้พุ่ม และมีสัตว์ป่าอาศัยอยู่นานาชนิด ทั้งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม นก สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก แมลงต่างๆ กลุ่มพืชและสัตว์ทะเล สัตว์น้ำจืดที่พบในแหล่งน้ำ ปะการัง
โดยอุทยานแห่งชาติตะรุเตาจะเปิดเฉพาะช่วงกลางเดือนตุลาคมไปจนถึงกลางเดือนพฤษภาคมของทุกปี
ขอบคุณข้อมูลจาก : เว็บไซต์ The Times และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย