เปิดตำนาน “กลองอลัมพรเภรี” แห่ง "วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร"
เปิดตำนาน “กลองอลัมพรเภรี” หรือ “กลองก้ามปู” กลองโบราณจากความเชื่อของ “สุวรรณกักกฏชาดก” ของสำคัญแห่ง "วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร"
“วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร” สถานที่ที่เราจะได้เรียนรู้ประวัติปูชนียบุคคลของวัด เปิดห้องลับและมุมต้องห้ามที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน และยังมีตำนานของ “กลองอลัมพรเภรี” กลองโบราณจากความเชื่อของ “สุวรรณกักกฏชาดก” ให้ได้เล่ากันอีกด้วย
"กลองอลัมพรเภลี" เป็นของสำคัญอย่างหนึ่งของวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหารอันเป็นสัญญะว่าที่นี่เป็น "สุทัศน์ เทพนคร"
ตามตำนานคือ พระสุทัศน์สร้างในขนบความเชื่อคติของพระอินทร์เป็นใหญ่ พระอินทร์มีกลองสำคัญอยู่ใบหนึ่งเรียกว่า "กลองอลัมพรเภลี" ท่านได้มาจากอสูร ตอนที่อสูรขึ้นไปรบที่บนสวรรค์ ปรากฏว่าอสูรตัวนั้นพ่ายแพ้ลงไป กลองนั้นจึงตกอยู่แก่พระอินทร์ กลองนี้ก็อยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ของพระอินทร์ การที่สมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่สามได้ทรงหล่อกลองที่เรียกว่า "กลองอลัมพรเภลี" หรือ "กลองก้ามปู" ขึ้นตามตำนาน เพื่อที่จะเป็นสัญญะว่าที่นี่เป็นเมืองของพระอินทร์ โดยกลองที่เรียกว่า "กลองก้ามปู" เกิดขึ้นจากชาดกชื่อ "สุวรรณกักกฏชาดก" โดยกลองใบนี้พระอินทร์ได้มาจากอสูรในสุวรรณกักกฏชาดก
กล่าวว่ากลองนี้มาจากเมื่อพระโพธิสัตว์ได้เสวยชาติเป็นพญาช้างลงไปดื่มน้ำในสระ พญาปูทองซึ่งอยู่ในสระได้ใช้กล้ามหนีบเท้าของพญาช้างไว้เพื่อหวังจะเอาตัวไปกินเป็นอาหาร นางช้างผู้เป็นภรรยาแห่งช้างจึงกล่าวอ้อนวอนแก่พญาปูทองให้ปล่อยพญาช้าง พญาปูทองก็ใจอ่อนยอมคลายกล้ามออก ทันใดนั้นเองพญาช้างจึงยกเท้ากระทืบกลางหลังทำให้กระดองพญาปูแตกถึงแก่ชีวิต ฝ่ายอสูรได้มาพบกับกล้ามพญาปูทองกล้ามหนึ่งจึงได้นำไปทำกลองชัยก็คือกลองอลัมพรเภลี
กลองใบนี้ในไตรภูมิโลกวินิจฉัยคาถากล่าวว่ากล้ามอันหนึ่งที่ลอยไปตกถึงมหาสมุทรนั้นอสูรทั้งหลายได้เอาไปกระทำกลองชัยชื่อกลองอลัมพรเภลี กลองอลัมพรเภลีนั้นถ้าบรรลุสำเนียงขณะใดสำเนียงนั้นก็ดังสนั่นครึกครื้นเปรียบดุจดั่งเมฆที่ลือลั่นครั่นในนพดลก็คือเสียงฟ้าร้องนั่นเอง
ครั้งนั้นต่อมาไพจิตราสูรยกโยธาทัพไปรบกับพระอินทร์บนดาวดึงส์ได้เอากลองอลัมพรเภลีซึ่งกระทำด้วยก้ามปูนั้นขึ้นไปเป็นกลองชัยด้วย ปรากฏว่าอสูรตนนั้นได้พ่ายแพ้แก่พระอินทร์ พระอินทร์จึงได้กลองนี้ตกไว้แก่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์
การทำกลองอลัมพรเภลีประดิษฐานถวายเป็นพุทธบูชาไว้ที่วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหารแห่งนี้จึงเป็นการแสดงสัญญะว่าที่นี่คือเมืองของพระอินทร์และกลองนี้ใช้สำหรับบรรลือหรือตีในขณะที่จะอัญเชิญพระสงฆ์ขึ้นแสดงพระธรรมเทศนา ก็ปรากฏธรรมเนียมนี้มาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่สามและยังคงใช้อยู่ตราบจนถึงปัจจุบัน
นอกจากนี้ยังมี "ยันต์ท้าวเวสสุวรรณหน้าเทวดา" ที่มีความเชื่อว่าเป็นยันต์แห่งโชคลาภ มี “หลวงพ่อกลักฝิ่น" องค์จริงหนึ่งเดียวแห่งวัดสุทัศน์ให้ได้กราบสักการะขอพรให้เรื่องรายพลิกกลับกลายเป็นดีได้ และมีพระพุทธรูปของ “พระพุทธรังสีมุทราภัย (หลวงพ่อเหลือ)” ตั้งอยู่ข้างหน้า ผู้คนที่มากราบสักการะขอพรท่านมักจะขอพรให้มีเหลือกินเหลือใช้ไม่ขาดตามความเชื่อจากชื่อของท่าน
ทั้งหมดนี้สามารถมาชมได้ที่ “วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร”
**ขอบคุณข้อมูลจากรายการ “เปิดตำนานกับเผ่าทอง ทองเจือ”**
ที่อยู่ : 146 ริมถนนตีทอง 1 ถนนบำรุงเมือง หน้าวัดออกทางถนนอุณากรรณ แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
พิกัด : https://g.co/kgs/xaKnRjk
เปิดให้เข้าชม : 08.30 - 20.00 น. ทุกวัน
โทร : 063-654-6829
เว็บไซต์ : https://watsuthatthepwararam.com/