หากกำลังมองหาทริปไหว้พระที่ได้ทั้งบุญ ความรู้ และบรรยากาศอันสงบ จังหวัดสุโขทัยคือคำตอบ เมืองมรดกโลกที่ผสานประวัติศาสตร์ ศิลปะ และศรัทธาไว้ในทุกก้าวเดิน
จังหวัดสุโขทัย เมืองเก่าที่เต็มไปด้วยเรื่องราวแห่งอารยธรรม ความงดงามของศิลปะโบราณ และบรรยากาศเงียบสงบที่ชวนให้เดินทางอย่างไม่เร่งรีบ เดินชมโบราณสถาน ไหว้พระขอพรเสริมสิริมงคล และซึมซับคุณค่าทางประวัติศาสตร์ไปพร้อม ๆ กัน ทริปสุโขทัยจึงไม่ใช่เพียงการท่องเที่ยว แต่ยังคือการเดินทางย้อนเวลา สัมผัสร่องรอยแห่งอารยธรรมแห่งอดีต เรียนรู้ความหมายของศิลปะและวัฒนธรรมไทย พร้อมสร้างความทรงจำดี ๆ ในเมืองมรดกโลกแห่งแรกของประเทศไทย ที่ยังคงเล่าเรื่องราวแห่งศรัทธาและความงดงามได้อย่างไม่รู้จบ
1. "วัดมหาธาตุ" หัวใจแห่งอารยธรรมสุโขทัย
เริ่มต้นเส้นทางไหว้พระและเรียนรู้ประวัติศาสตร์ที่ “วัดมหาธาตุ” วัดที่มีขนาดใหญ่และสำคัญที่สุดในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย อดีตศูนย์กลางพระพุทธศาสนาของอาณาจักรสุโขทัย และเป็นหัวใจของผังเมืองในอดีต
จุดเด่นของวัดคือเจดีย์ประธานทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ หรือดอกบัวตูม อันเป็นเอกลักษณ์ของศิลปะสุโขทัยที่งดงาม ผสานอิทธิพลขอมและลังกาได้อย่างกลมกลืน รอบองค์เจดีย์รายล้อมด้วยเจดีย์บริวารกว่า 200 องค์ สะท้อนความรุ่งเรืองในอดีตและความศรัทธาทางศาสนาในอดีต
ทางด้านทิศตะวันออกของวัดเป็นที่ตั้งของวิหารหลวง ก่อด้วยศิลาแลง ซึ่งเคยเป็นที่ประดิษฐาน พระศรีศากยมุนี พระพุทธรูปสำริดขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศไทย และหากมาเยือนในช่วงงานประเพณี “ลอยกระทง” จะได้สัมผัสบรรยากาศอันงดงามราวย้อนเวลากลับไปสู่ความรุ่งเรืองของอาณาจักรสุโขทัยเมื่อกว่า 700 ปีก่อน
2. "วัดศรีสวาย" รอยต่อศิลปะฮินดูสู่พุทธศาสนา
ห่างจากวัดมหาธาตุเพียง 350 เมตร คือที่ตั้งของ “วัดศรีสวาย” โบราณสถานสำคัญที่สะท้อนร่องรอยการเปลี่ยนผ่านทางศาสนาและศิลปกรรมในอดีต เดิมทีสถานที่แห่งนี้เคยเป็นเทวสถานในศาสนาฮินดูนามว่า “ศรีศิวายะ” แสดงถึงอิทธิพลวัฒนธรรมขอมในยุคแรกเริ่ม ก่อนจะถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นพุทธสถานในกาลต่อมา
ร่องรอยของการเปลี่ยนผ่านดังกล่าวยังคงปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน ผ่านลวดลายศิลปะที่ถูกดัดแปลง เช่น ลายกลีบขนุน ปูนปั้นครุฑยุดนาค และรูปเทวดา พร้อมพระปรางค์ศิลปะแบบลพบุรีจำนวน 3 องค์ ที่ตั้งเรียงตัวอย่างสง่างามกลายเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นของวัดศรีสวาย
วัดแห่งนี้เหมาะกับผู้สนใจเรียนรู้เรื่องประวัติศาสตร์ ศาสนา และศิลปะไทยในมิติที่ลึกซึ้ง โดยเฉพาะช่วงเช้าหรือยามเย็น เมื่อแสงแดดอ่อน ๆ สาดกระทบองค์พระปรางค์ทั้งสาม จะยิ่งขับเน้นความงดงามและบรรยากาศอันขรึมขลังของโบราณสถานแห่งนี้ได้อย่างน่าประทับใจ
3. "วัดสระศรี" วัดกลางน้ำ วิวสวยที่สุดในอุทยานฯ
อีกหนึ่งโบราณสถานที่ไม่ควรพลาด “วัดสระศรี” ตั้งอยู่บนเกาะกลางสระน้ำ ตระพังตระกวน สะท้อนความเชื่อทางพุทธศาสนาเรื่อง “นทีสีมา” ซึ่งใช้น้ำเป็นขอบเขตศักดิ์สิทธิ์ โดดเด่นด้วยพระพุทธรูปปางมารวิชัย ประดิษฐานท่ามกลางเสาศิลาแลงขนาดใหญ่ ด้านหลังเป็นเจดีย์ทรงระฆังแบบลังกาวงศ์ ล้อมด้วยซุ้มพระพุทธรูป 4 ทิศแสดงถึงอิทธิพลศิลปะจากลังกาที่แพร่เข้ามาในสมัยสุโขทัย เหมาะสำหรับการชมวิว ถ่ายภาพ และพักใจ โดยเฉพาะช่วงพระอาทิตย์ขึ้นและตก เมื่อเงาขององค์เจดีย์และแนวโบราณสถานสะท้อนบนผิวน้ำสร้างบรรยากาศเงียบสงบและงดงามอย่างยิ่ง
4. วัดศรีชุม สักการะ “พระพูดได้” เสริมขวัญกำลังใจ
ออกนอกเขตอุทยานฯ มาที่ “วัดศรีชุม” ที่เป็นที่ประดิษฐานของ “พระอจนะ” พระพุทธรูปปางมารวิชัยองค์ใหญ่ หน้าตักกว้างกว่า 11 เมตร ประดิษฐานภายในมณฑปเปิดโล่ง สร้างความรู้สึกสงบและศักดิ์สิทธิ์แก่ผู้มาเยือน
จุดเด่นของวัดศรีชุมอยู่ที่อุโมงค์แคบภายในมณฑป ซึ่งเชื่อมไปยังด้านหลังองค์พระ เมื่อมีการเปล่งเสียงจากด้านหลัง เสียงจะสะท้อนก้องออกไปยังด้านหน้า จนเกิดเป็นตำนาน “พระพูดได้” ที่อดีตเคยใช้เป็นกลยุทธ์ปลุกขวัญและเสริมกำลังใจแก่ทหาร ภายในวัดยังพบ จารึกวัดศรีชุม ซึ่งถือเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของราชวงศ์พระร่วง รวมถึงภาพสลักชาดกโบราณกว่า 50 ภาพ ที่ช่วยสะท้อนความเชื่อและศิลปกรรมในสมัยสุโขทัย ตลอดจนต้นมะม่วงป่าอายุกว่า 200 ปี ที่ยังคงยืนต้นเป็นพยานแห่งกาลเวลา
วัดนี้จึงเป็นอีหนึ่งหมุดหมายที่เหมาะกับการกราบมาไหว้พระและเรียนรู้ประวัติศาสตร์ไทยผ่านเรื่องราวที่ผสมผสานระหว่างศรัทธา ตำนาน และหลักฐานทางโบราณคดีไปพร้อมกัน
5. "วัดพิพัฒน์มงคล" เสริมสิริมงคล ปิดทริปอย่างอิ่มบุญ
ปิดท้ายเส้นทางไหว้พระที่ “วัดพิพัฒน์มงคล” อำเภอทุ่งเสลี่ยม วัดเก่าแก่ที่มีประวัติยาวนานกว่า 700 ปี และเป็นอีกหนึ่งศูนย์รวมศรัทธาของชุมชนในพื้นที่โดดเด่นด้วยมหาวิหารหลวงพ่อทองคำ ที่ประดิษฐาน “พระพุทธสุโขโพธิ์ทอง” พระพุทธรูปทองคำบริสุทธิ์หนัก 9 กิโลกรัม เปล่งประกายงดงามและเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นสิริมงคล ภายในวัดยังมี วิหารไม้สักลายคำ อายุกว่า 100 ปี ที่สะท้อนความประณีตของงานช่างพื้นถิ่น ผสานศิลปะไทลื้อและหลวงพระบางไว้อย่างกลมกลืน
นอกจากนี้ยังเป็นที่ประดิษฐาน หลวงพ่อทันใจ พร้อม พระบรมสารีริกธาตุจากประเทศศรีลังกา ซึ่งเป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชนที่เดินทางมาสักการะอย่างต่อเนื่อง
วัดนี้จึงเหมาะอย่างยิ่งในการมาขอพรเรื่องสุขภาพ ความเจริญ และความร่มเย็นในชีวิตเพื่อปิดทริปสุโขทัยด้วยบรรยากาศแห่งศรัทธาและความอิ่มบุญอย่างสมบูรณ์
สุโขทัยไม่ใช่แค่เมืองท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ แต่คือจุดหมายปลายทางของการพักใจและเติมพลังชีวิต ท่ามกลางโบราณสถานอันทรงคุณค่าและธรรมชาติที่เงียบสงบ หากกำลังมองหาทริปที่เรียบง่าย แต่อบอุ่นหัวใจ สุโขทัยคือคำตอบที่ไม่ควรพลาด
เดินทางสะดวกสบายสู่สุโขทัย ด้วยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ให้บริการเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพ (ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ) พร้อมสัมผัสประสบการณ์การเดินทางระดับพรีเมียม อาทิ ฟรีโหลดกระเป๋า สัมภาระ 20 กก.ต่อท่าน ห้องรับรองบูทีคเลานจ์ เสริฟอาหารและเครื่องดื่มบนเที่ยวบิน
สำรองที่นั่ง ได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า โทร 1771 หรือ 02-270-6699 ได้ทุกวัน (ตั้งแต่เวลา 08:00 - 20:00 น.) PGLiveChat : https://bit.ly/PGLiveChatTH เว็บไซต์ www.bangkokair.com
และติดตามข่าวสาร พร้อมอัปเดตโปรโมชันสุดพิเศษได้ทางเฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/FlyBangkokAir หรือ Line Official Account: @flybangkokair เพียงคลิกที่ https://bit.ly/addfriend_pgline