“A Journey Without a Map” นิทรรศการกลุ่มที่ได้แรงบันดาลใจจาก นวนิยายคลาสสิกเรื่อง "The Wonderful Wizard of Oz"
นิทรรศการกลุ่ม “A Journey Without a Map” ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องราวใน “The Wonderful Wizard of Oz” นวนิยายคลาสสิกโดย L. Frank Baum ที่เล่าถึงเด็กหญิงธรรมดาชื่อโดโรธี ผู้ถูกพายุไซโคลนพัดออกจากบ้านไปสู่ดินแดนออซ (Oz) อันไม่คุ้นเคย การเดินทางของเธอไม่ได้เริ่มต้นจากความตั้งใจ หากเกิดขึ้นจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด เช่นเดียวกับหลายช่วงเวลาของชีวิตมนุษย์ที่เรามักถูกพัดออกจากเส้นทางเดิมโดยไม่ทันตั้งตัว
บนถนนอิฐสีเหลือง โดโรธีได้พบกับหุ่นไล่กา หุ่นกระป๋อง และสิงโต ทั้งสามร่วมออกเดินทางไปกับเธอด้วยความหวังว่าจะได้รับบางสิ่งจากพ่อมดผู้ยิ่งใหญ่ แต่ระหว่างทางที่เต็มไปด้วยอุปสรรค ความกลัว และความไม่แน่นอน พวกเขาค่อย ๆ ค้นพบว่าคำตอบที่ตามหาอาจไม่ได้อยู่ที่ปลายทาง หากแต่อยู่ภายในตัวของพวกเขาเอง
นิทรรศการนี้ออกแบบประสบการณ์ให้ผู้ขมได้เป็นเสมือนโดโรธี ผู้ถูกพายุไซโคลนพัดพาออกจากโลกเดิม และก้าวเข้าสู่การเดินทางที่ไม่อาจคาดเดา สู่โลกที่ถูกสร้างขึ้นจากจินตนาการและมุมมองเฉพาะตัวของศิลปินทั้ง 10 คน ซึ่งแต่ละคนได้ตีความ “การพลัดหลงจากเส้นทาง” ในรูปแบบที่แตกต่างกัน ทั้งการหลงทางในโลกภายนอก และการเดินทางภายในจิตใจของตนเอง
ในโลกที่เรามักถูกสอนให้ต้องมีคำตอบ ต้องมีเป้าหมาย และต้องเดินไปในทิศทางที่ “ถูกต้อง” นิทรรศการนี้ชวนให้ผู้ชมเปิดพื้นที่ให้ตัวเองได้หลงทาง ได้ลองผิดพลาด และตั้งคำถามโดยไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิด เพราะบางครั้ง การเดินออกนอกแผนที่อาจทำให้เราได้เห็นตัวเองชัดเจนยิ่งกว่าการเดินตามเส้นทางที่ถูกกำหนดไว้ตั้งแต่ต้น
เกี่ยวกับศิลปิน
- ศิลปินทั้ง 10 ที่มาร่วมแสดงผลงานในนิทรรศครั้งนี้ได้แก่ ANO., Bakumbaa, give.me.museums, Keng Jeans, Little theater, meltboy, Pi-near, RomanticRaiPoet, Tangent และ Thani
1. ANO.
ANO. (อะโนะ) หรือเป็นที่รู้จักในนาม เนะ - อโณทัย นิรุตติเมธี ผลงานของ ANO. ได้รับอิทธิพลจากลายเส้นและความรู้สึกเหนือจริง (Surrealism) ที่หลั่งไหลออกมาจากจิตใต้สำนึกของเธอและแรงบันดาลใจ กับความเชื่อรอบตัว แม้ตัวงานของอะโนะจะมีความขี้เล่น สนุก และสดใสแต่เธอมักมีความหมายต่างๆที่ซ่อนอยู่ ANO เชื่อมั่นและมักบอกกับตัวเองและคนอื่นเสมอว่า “เราไม่ต้องกลัวอะไร ขอแค่กล้าลงมือทำเพราะความผิดพลาด อาจเป็นจุดเริ่มต้นขอไอเดียใหม่ได้เสมอ”
2. Bakumbaa
Bakumbaa หริอ ดนัย เสนีเสาวลักษณ์ เป็นนักออกแบบ Art Toy ที่ใช้ความรู้สึกและประสบการณ์ที่ผ่านมาของตัวเองมาสร้างสรรค์ผลงาน ไม่ว่าจะเป็นความแตกต่าง แปลกแยก หรือความไม่เข้าพวกที่เกิดจากการที่เราถูกโยนไปอยู่ในที่ ๆ เราไม่คุ้นเคย ผู้คนที่เราไม่รู้จัก ทำให้มีความรู้สึกเหมือนเราเป็น ‘สัตว์ประหลาด’ เป็นตัวประหลาดที่ไม่เข้าพวก
Bakumbaa ได้คิดและออกแบบคาแรคเตอร์ที่เป็นเหมือนตัวแทนของความรู้สึกเหล่านี้โดยตั้งชื่อว่า “บาบ้า” (Babaa) สิ่งมีชีวิตต่างดาวที่ดันพลัดหลงจากถิ่นอาศัยของเขามายังโลก ทำให้เขากลายเป็น ‘สัตว์ประหลาด’ ในสายตาของสิ่งมีชีวิตบนโลกตัวอื่น ๆ เจ้า ‘บ้า’ จึงเปรียบเสมือนเด็กน้อยที่ต้องพยายามเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตพร้อมฝ่าฟันอุปสรรคต่าง ๆ ที่ต้องเผชิญในโลกใบนี้ ทำให้เขาได้ตั้งเผ่าของตัวเองขึ้นมาโดยให้ชื่อว่า “บาคุมบ้า” (Bakumbaa) ด้วยความหวังว่าสักกวันหนึ่ง เขาจะได้เจอเพื่อนหรือสิ่งมีชีวิตที่เป็นเหมือนเขาและอยู่ร่วมกันได้
3. give.me.museums
คนธรัตน์ เตชะไตรศร หริอ give.me.museums ถ่ายทอดเรื่องราวเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวัน ผ่านผลงานสีสันสดใส เน้นอารมณ์และเรื่องราวของภาพมากกว่าความเหมือนจริง ชื่นชอบการทำงานฝีมือ ไม่มีเทคนิคที่ตายตัว สนุกกับการทดลองเทคนิคและวัสดุใหม่ ๆ ถนัดทำงานที่ต้องใช้คู่สีเยอะ ๆ มีความสุขตอนได้ทดลองหาความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ในการสร้างสรรค์ และนำเสนองานต่าง ๆ รักการทำงานศิลปะตั้งแต่เด็ก มีผืนผ้าใบผืนแรกเป็นกำแพงห้องนอนของตัวเอง
ผลงานของ give.me.museums เป็นที่รู้จักผ่านภาพดอกไม้และทิวทัศน์ที่มีสีสันสดใส ให้ความสำคัญกับอารมณ์และบรรยากาศของภาพมากกว่าการยึดติดกับความเหมือนจริง ผลงานส่วนใหญ่เกิดจากประสบการณ์ร่วมกับจินตนาการของศิลปิน เอกลักษณ์คือการทิ้งรอยทีแปรงและเนื้อผิวของการทับซ้อนกันของชั้นสีอะคริลิกจำนวนมาก และการจบงานในลักษณะ ‘unfinished finish’ ภาพมักไม่ได้ถูกผสมสีให้เรียบเนียนบนจานสี แต่เกิดจากการมอง ผสม และทับซ้อนกันโดยตรงบนผืนผ้าใบ มีคู่สีที่หลากหลายในภาพเดียว
4. Keng Jeans
นนทกร วชิรโกสีย์ หรือ Keng Jeans ผลงานภาพวาดจิตรกรรม สไตล์ Pop Surrealism (เหนือจริง) ที่ถ่ายทอดเกี่ยวกับความทรงจำในวัยเด็ก สะท้อนความคิด และตัวตนของตัวศิลปิน ที่ผ่านตัวละครตุ๊กตาหมีที่ทุกคนจดจำได้ในผลงานของเขา
5. Little theatre
อรรถกานท์ จ้อยศิริ หรือ Little theatre ผลงานของเธอถ่ายทอดเรื่องราวผ่านสิ่งธรรมดา ๆ ในชีวิตประจำวันด้วยมุมมองเฉพาะตัวของเธอเอง ผ่านสีกวอชสีสันสดใสที่เปี่ยมชีวิตชีวา ภาพของเธอชวนให้ผู้ชมได้ตีความ และหันกลับมาพิจารณาสิ่งเล็ก ๆ รอบตัวอีกครั้ง ว่าภายใต้ความธรรมดาที่เรามองเห็นนั้น อาจซ่อนความพิเศษไว้มากกว่าที่คิด
6. meltboy
ณัฐวุฒิ มีทรัพย์ทอง หรือ meltboy เป็นผู้ออกแบบคาแรคเตอร์เด็กผู้ชายใบหน้าไม่แสดงอารมณ์ ไม่มีปากหากแต่สามารถสื่อความหมายด้วยดวงตาที่สามารถเปลี่ยนรูปทรงเป็นรูปทรงต่าง ๆ ได้แทนการพูด
7. Pi-near
แพร-ณิชาพร จิรพงศานานุรักษ์ หรือ พิแน (Pi-near) เธอทำงานภายใต้แนวคิดของ “การสังเกต” ที่ใช้การเลือกสรรและทดลองทำเพื่อขยายความสิ่งตรงหน้าที่แสนธรรมดาให้มีความหมายที่กว้างขึ้นผ่านภาพวาด รวมถึงการจัดวางองค์ประกอบอย่างละเมียดละไมเพื่อบันทึกช่วงเวลาเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน บทสนทนาเงียบ ๆ ความทรงจำ ผู้คน ความเปลี่ยนแปลง และอารมณ์ที่มักถูกมองข้าม
งานของพิแนมีรากฐานจากประสบการณ์ส่วนตัว การเดินทาง และการพบปะผู้คนหลากหลายวัฒนธรรม เธอสนใจประเด็นเรื่องความทรงจำ การเติบโต การเปลี่ยนผ่าน และความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนต่างวัยและต่างบริบท งานจำนวนมากของเธออยู่ในรูปแบบสิ่งพิมพ์และงานเขียน ซึ่งเปิดพื้นที่ให้เรื่องเล่าค่อย ๆ คลี่คลายผ่านภาพและถ้อยคำ
8. RomanticRaiPoet
ภาพจำของเขาคือกวีหนุ่มในชุดสีชมพูที่ในบางวันก็ตกหลุมรักสีดำแบบถอนตัวไม่ได้ ความอบอุ่นที่ดูอันตรายดึงดูดใจเขาเสมอ จึงเป็นที่มาของนามปากกา “โรแมนติกร้าย” วินบอกรักโลกใบนี้ผ่านบทกวีสีชมพู บทเพลง และงานศิลปะหลากหลายแขนง เขาชอบบันทึกรอยยิ้มและความเหงาของผู้คนที่พบเจอระหว่างการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นที่กรุงเทพ นิวยอร์ก ปารีส หรือตอนที่ติดพายุอยู่ในสนามบินสักแห่ง
9. Tangent
แทน ชวินพล หรือ TANGENT ผลงานโดดเด่นด้วยการผสมผสานระหว่างประติมากรรม สื่อผสม และงานออกแบบคาแรกเตอร์ โดยมักใช้พื้นผิวที่มีความเงาคล้ายคริสตัลหรือวัสดุสะท้อนแสง เพื่อสร้างเอกลักษณ์ให้กับตัวละครของเขา ผลงานหลายชิ้นถูกพัฒนาเป็น Art Toy และของสะสม ซึ่งสะท้อนการเล่าเรื่องผ่านตัวละครที่มีอารมณ์ ความรู้สึก และจินตนาการเฉพาะตัว
10. Thani
ธนิดา ปานบ้านแพ้ว หรือ Thani ผลงานของเธอถ่ายทอดประสบการณ์ ความเครียด และแรงกดดันที่ค่อย ๆ สะสมอยู่ภายในใจ ผ่านภาพของเด็กหญิงในชุดสีขาวที่หลับตา เปรียบเสมือนตัวแทนของเธอผู้พยายามหลบหนีจากความเจ็บปวดของโลกความเป็นจริง และเลือกพักพิงอยู่ในพื้นที่แห่งความฝัน ความฝันจึงกลายเป็นฉากกำบังที่อ่อนโยน และช่วยบดบังความจริงอันโหดร้ายของโลกภายนอก
นิทรรศการ "A Journey Without a Map" เปิดให้เข้าชมฟรีตั้งแต่วันที่ 23 เมษายน - 31 พฤษภาคม 2569 ที่ RCB Galleria 1 ชั้น 2 ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก