อยากรู้จักตราดให้ลึกซึ้งกว่าการเที่ยวทะเล ต้องเริ่มจาก “การกิน” เพราะที่นี่เต็มไปด้วยเมนูพื้นเมืองเมนูเด็ด หารับประทานยาก วัตถุดิบสดจากสวนผลไม้, ทะเล และสูตรลับที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น รับรองว่าทริปตราดของคุณครั้งนี้จะดีต่อใจจนลืมไม่ลง
ถ้าพูดถึง “ตราด” ภาพแรกที่หลายคนนึกถึงอาจเป็นทะเลสีฟ้าใส เกาะสวย ๆ อย่างเกาะช้าง เกาะกูด เกาะหมาก หรือบรรยากาศสโลว์ไลฟ์เงียบสงบ แต่อีกมุมหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กัน คือ “อาหารพื้นเมือง” ที่สะท้อนตัวตนของจังหวัดนี้ได้อย่างลึกซึ้ง เพราะอาหารของจังหวัดตราดไม่ได้มีแค่ความอร่อย หากแต่เป็นภาพสะท้อนของภูมิประเทศ วิถีชีวิต และการผสมผสานของวัฒนธรรมหลากหลาย
ตราดมีทั้ง “ภูเขา ป่าไม้ และทะเล” วัตถุดิบจึงมีความหลากหลาย ตั้งแต่ ผลไม้ สมุนไพรพื้นบ้าน ไปจนถึงอาหารทะเลสดใหม่
อีกทั้งมีการติดต่อค้าขายกับต่างชาติในอดีต ทำให้ได้รับอิทธิพลจาก จีน ญวน (เวียดนาม) และมุสลิม จนเกิดเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ในสำรับอาหาร ที่หาไม่ได้จากที่อื่น
หนึ่งในเสน่ห์ของอาหารตราด คือการใช้ “วัตถุดิบท้องถิ่นแท้ ๆ” โดยเฉพาะผลไม้ และสมุนไพร ที่ปลูกและโตในพื้นที่ ก่อนถ่ายทอดออกมาเป็นเมนูรสชาติที่มีเอกลักษณ์
ยำมังคุด เมนูสุดแซ่บที่นำราชินีแห่งผลไม้ มาปรุงเป็นอาหารคาวได้อย่างลงตัว ด้วยรสหวานของมังคุด เมื่อนำมาคลุกกับน้ำยำรสจัด ทั้งเปรี้ยว เค็ม เผ็ด จึงยิ่งชูรสให้ยำจานนี้อร่อยสดชื่น
วัตถุดิบหลักประกอบด้วย มังคุด หมูสับ กุ้งสด หอมแดง พริกขี้หนู และถั่วลิสงคั่ว ส่วนน้ำยำใช้น้ำปลา น้ำมะนาว และน้ำตาลปี๊บ ผสมให้เข้ากัน ก่อนนำทุกอย่างมาคลุกเบา ๆ เพื่อไม่ให้เนื้อมังคุดช้ำ เคล็ดลับสำคัญคือ ควรแช่มังคุดในน้ำเกลือหลังปอกเปลือก เพื่อช่วยให้เนื้อกรอบ สีขาวสวย และไม่ดำ ทำให้ยำมังคุดจานนี้ทั้งน่ากินและรสชาติกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น
ปูไข่แกงคั่วหน่อไม้ดอง เมนูพื้นบ้านรสจัดจ้านของเมืองตราด ที่โดดเด่นด้วยความมันนัวของไข่ปูทะเล ตัดกับรสจัดจ้านของเครื่องแกงและความเปรี้ยวของหน่อไม้ดองได้อย่างลงตัว เมนูนี้ใช้ปูทะเลไข่สดใหม่ ผัดกับพริกแกงคั่ว และหัวกะทิจนหอมแตกมัน ก่อนปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลปี๊บ และน้ำมะขามเปียก
จากนั้นใส่หน่อไม้ดองลงเคี่ยวจนรสชาติเข้าเนื้อ ได้ทั้งความหวานมันของเนื้อปู และไข่ปู ความกรอบของหน่อไม้ดอง ยิ่งกินคู่ข้าวสวยร้อน ๆ ยิ่งอร่อยจนหยุดไม่ได้ เคล็ดลับสำคัญ คือ การเลือกปูทะเลไข่เนื้อแน่นและหน่อไม้ดองคุณภาพดี จะช่วยให้แกงคั่วจานนี้เข้มข้นและหอมอร่อยมากยิ่งขึ้น
ส่วนใครที่ชอบอาหารทะเลรสจัดจ้าน หอยเชลล์ผัดฉ่า ก็เป็นอีกเมนูที่สะท้อนเสน่ห์อาหารทะเลของภาคตะวันออกได้อย่างชัดเจน ด้วยความสดของหอยเชลล์ ที่จับโดยชาวประมงท้องถิ่น ผัดคลุกเคล้ากับสมุนไพรไทยอย่างกระชาย ขิง พริกไทยอ่อน ใบมะกรูด โหระพา และกะเพรา จนหอมฟุ้งชวนกิน
เริ่มจากผัดพริก ตำกระเทียมให้ส่งกลิ่นหอม ก่อนใส่หอยเชลล์ สมุนไพรต่าง ๆ ลงผัด ปรุงรสด้วยน้ำปลา ซีอิ๊วขาว ซอสปรุงรส และน้ำตาลเล็กน้อย
จากนั้นเติมพริกแดง ใบโหระพา ใบกะเพรา ผัดให้เข้ากันแล้วปิดไฟ รสชาติที่ได้ คือความหวานสดของหอยเชลล์ ตัดกับความเผ็ดร้อนและกลิ่นหอมของสมุนไพรไทย ยิ่งกินกับข้าวสวยร้อน ๆ ยิ่งอร่อยลงตัวและชวนเจริญอาหาร
กั้งคั่วพริกขี้หนูสวน เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของอาหารชาวประมงที่เรียบง่าย แต่รสจัดจ้าน ใช้วัตถุดิบไม่มาก แค่พริกขี้หนูสด กระเทียม เกลือ และไฮไลท์อยู่ที่กั้งสด ๆ ที่จับโดยชาวประมงท้องถิ่น ให้รสชาติที่เข้มข้น จัดจ้าน
ข้าวเกรียบยาหน้า ของทานเล่นขึ้นชื่อที่หาไม่ได้จากที่อื่น มีแค่ที่ชุมชนบ้านน้ำเชี่ยว จังหวัดตราด ที่สะท้อนความหลากหลายทางวัฒนธรรมได้อย่างน่าสนใจ เมนูนี้เชื่อกันว่ามีรากมาจากชาวมุสลิมที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานในพื้นที่ พร้อมนำวัฒนธรรมการกินอย่างข้าวเกรียบปากหม้อมาปรับใช้
เนื่องจากชุมชนมีวัตถุดิบที่อุดมสมบูรณ์ ทั้งกุ้งและมะพร้าว จึงเกิดการดัดแปลงเป็นเมนูท้องถิ่นเฉพาะตัว โดยนำแผ่นแป้งไปย่างจนสุกหอม ก่อนใส่ไส้ที่ทำจากกุ้ง มะพร้าวขูด แคร์รอต ปรุงรสด้วยพริกไทย รากผักชี และเกลือ คลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้ววางลงบนแผ่นแป้ง
กลายเป็นข้าวเกรียบยาหน้า ของว่างรสกลมกล่อม ที่ผสานอิทธิพลไทย จีน และมุสลิมไว้ในคำเดียวอย่างลงตัว เป็นอีกหนึ่งเมนูที่บอกเล่าเรื่องราวของชุมชนผ่านรสชาติได้อย่างชัดเจน
ขนมบันดุก หรือที่บางคนเรียกว่า บันดุ๊ก หรือ มันดุก เป็นหนึ่งในขนมโบราณพื้นเมืองของจังหวัดตราด ที่คงเสน่ห์ความดั้งเดิมเอาไว้อย่างครบถ้วน
ลักษณะของขนมบันดุก จะเป็นก้อนสี่เหลี่ยม สีเขียวจากใบเตยหรือสีขาว เนื้อสัมผัสนุ่ม หนึบ และเด้งเล็กน้อย คล้ายขนมเปียกปูน
มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แตกต่างออกไป เมื่อนำมารับประทานจะราดด้วยน้ำตาลเคี่ยวที่ให้รสหวานหอม และโรยหน้าด้วยถั่วลิสงคั่วป่น เพิ่มความมันและกลิ่นหอม ทำให้ได้รสชาติกลมกล่อมทั้งหวาน มัน เค็มเล็กน้อยในคำเดียว
หัวใจสำคัญของขนมชนิดนี้อยู่ที่ตัวแป้ง ทำจากแป้งข้าวเจ้ากวนรวมกับน้ำใบเตย และน้ำปูนใส จนได้เนื้อสัมผัสที่เหนียวหนึบกำลังดี
ส่วนความหวานมาจากน้ำเชื่อม ที่เคี่ยวจากน้ำตาลอ้อยจนข้น และมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ก่อนจะปิดท้ายด้วยถั่วลิสงคั่วป่น ที่ช่วยเติมมิติของรสชาติให้ครบถ้วนยิ่งขึ้น
ในแง่ของที่มาขนมบันดุก มีรากวัฒนธรรมที่น่าสนใจ โดยเชื่อว่าได้รับอิทธิพลมาจากขนมเวียดนามที่มีชื่อว่า “บั๊ญดุ๊ก” ซึ่งแพร่เข้ามาพร้อมกับชาวญวนที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานในจังหวัดตราด และได้ปรับสูตร ให้เข้ากับวัตถุดิบ รสนิยมของคนไทยในพื้นที่ จนกลายเป็นขนมพื้นเมืองที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ปัจจุบันขนมบันดุก จึงไม่ใช่เพียงของหวานธรรมดา แต่ยังเป็นตัวแทนของเรื่องราวทางวัฒนธรรม วิถีชีวิตของชาวตราด ที่ผสมผสานอิทธิพลจากต่างแดนเข้ากับภูมิปัญญาท้องถิ่นได้อย่างลงตัว แม้จะเป็นขนมหาทานยาก แต่ก็ยังคงคุณค่าและเสน่ห์ที่น่าค้นหาเสมอ
อาหารพื้นเมืองของตราดไม่ได้มีดีแค่รสชาติ แต่ยังสะท้อนถึงวิถีชีวิต ความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ และภูมิปัญญาการเลือกใช้วัตถุดิบท้องถิ่นของชาวตราดได้อย่างชัดเจน หากมีโอกาสมาเยือนจังหวัดแห่งนี้
อย่าลืมแวะลิ้มลองเมนูพื้นเมืองเหล่านี้ เพราะทุกจานล้วนเป็นรสชาติแห่งเอกลักษณ์ที่ไม่ควรพลาด
เพราะทุกช่วงเวลาบนท้องฟ้า คือส่วนหนึ่งของความทรงจำที่น่าประทับใจในทุก ๆ การเดินทาง.... ให้ทุกการเดินทางของคุณเต็มไปด้วยความหมายดี ๆ สำหรับใครที่วางแผนเดินทางไปตราด สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส มีเที่ยวบินตรงสู่จังหวัดตราด ใช้เวลาบินเพียงแค่ 45 นาที ประหยัดทั้งเวลาและได้รับความสะดวกสบาย
• กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) → ตราด (ไป-กลับ) วันละ 2 เที่ยวบิน
บางกอกแอร์เวย์สช่วยทำให้การเดินทางของคุณเป็นเรื่องง่ายมากยิ่งขึ้น กับการบริการแบบฟูลเซอร์วิสในแบบฉบับ ASIA’S BOUTIQUE AIRLINE ผู้โดยสารทุกท่านจะได้รับสิทธิประโยชน์มากมาย อาทิ
• น้ำหนักกระเป๋าฟรี : 20 กก. สำหรับผู้โดยสารทุกคน
• Boutique Lounge ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และมุมบริการของว่างที่สนามบินตราด: สำหรับผู้โดยสารทุกคน พร้อมบริการของว่างและเครื่องดื่ม
• อาหารบนเครื่อง : รังสรรค์จากวัตถุดิบท้องถิ่นคุณภาพ ให้บริการบนทุกเที่ยวบิน
• บริการเลือกที่นั่งล่วงหน้า: แบบไม่มีค่าใช้จ่ายในการเลือกที่นั่ง
• FlyerBonus : โปรแกรมสะสมคะเเนน รับส่วนลดเที่ยวบิน ที่พัก และข้อเสนอจากพันธมิตรชั้นนำ
เสน่ห์ของอาหารพื้นเมืองที่สะท้อนวัฒนธรรม วิถีชีวิตของคนในพื้นที่ได้อย่างลึกซึ้ง ทุกจานคือเรื่องราว ทุกรสชาติคือเอกลักษณ์ ที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน ลองออกเดินทางมา “ตราด” แล้วคุณจะรู้ว่า ที่นี่ไม่ได้มีแค่ทะเล…แต่ยังมีรสชาติที่คุณจะคิดถึงไม่รู้ลืม