Street Art: สัตหีบ จุดเช็กอินใหม่ กับภาพเล่าเรื่อง ชาวบ้านและเมืองชายทะเล
ถ้าพูดถึง "สัตหีบ" ภาพแรกในหัวทุกคนต้องนึกถึงค่ายทหารเรือ บ้านพักข้าราชการสีขาว-ฟ้า หรืออาจจะเป็นหาดทรายขาวทอดยาวสุดลูกหูลูกตาที่เงียบสงบจนเกือบจะเหงา เมืองนี้มักถูกมองว่าเป็น "เมืองปิด" ที่ระเบียบจัดและจริงจัง จนเราแทบนึกภาพความอาร์ตหรือความฮิปสเตอร์ไม่ออกเลยใช่ไหมล่ะครับ?
สีสันของวันเก่าเล่าเรื่องอดีต
แค่...คุณได้ลองเลี้ยวรถเข้าสู่ย่านชุมชนเก่าเลียบชายทะเลสัตหีบในวันนี้ ภาพจำเดิม ๆ จะถูกลบออกไปทันที เพราะที่นี่ถูกแต่งแต้มไปด้วย "Street Art" หรือภาพวาดกำแพงสุดน่ารักที่ซ่อนตัวอยู่ตามตรอกซอกซอย เปลี่ยนเมืองทหารเรือสุดเนี้ยบให้กลายเป็นพื้นที่แสนอบอุ่นได้อย่างไม่น่าเชื่อจากตลาดเก่า สู่ผืนผ้าใบเล่าประวัติศาสตร์
หากย้อนเวลากลับไปในอดีต ชุมชนสัตหีบแห่งนี้คือหมู่บ้านประมงเล็ก ๆ ที่พึ่งพาท้องทะเลในการทำมาหากิน ก่อนจะเติบโตขึ้นพร้อมกับการเข้ามาของฐานทัพเรือ กาลเวลาผ่านไป ตึกแถวไม้เก่าแก่และตลาดสดเริ่มเงียบเหงาลงตามกลไกของโลกยุคใหม่ แต่แทนที่จะปล่อยให้ความทรงจำเหล่านั้นเลือนหายไป กลุ่มคนรุ่นใหม่และศิลปินท้องถิ่นจึงได้ร่วมมือกันชุบชีวิตตึกเก่าเหล่านี้ขึ้นมาใหม่ โดยใช้ "กำแพง" เป็นเหมือนผืนผ้าใบขนาดใหญ่ เล่าเรื่องราวตั้งแต่ยุคที่ชาวบ้านยังใช้เรือตังเกออกหาปลา ความผูกพันกับราชนาวีไทย ไปจนถึงวิถีชีวิตเรียบง่ายในวันวาน ภาพวาดส่วนใหญ่จะกลมกลืนไปกับสิ่งแวดล้อมรอบตัวอย่างแนบเนียน เช่น ภาพแมวเหมียวนอนอ้อยอิ่งอยู่ข้างถังขยะจริง ๆ หรือภาพอาม่ากำลังพายเรือขายของตรงหัวมุมตึก เสน่ห์มันอยู่ตรงที่เราต้องคอย "ตามล่า" และสังเกตนี่แหละครับ เหมือนได้เล่นเกมตามหาสมบัติในเมืองเก่าเลย4 พิกัด Street Art รอบตลาดเก่าสัตหีบ
เพื่อให้เพื่อน ๆ เดินตามรอยได้ง่ายแบบไม่มีหลง แนะนำให้เริ่มต้นสตาร์ทจากโซนตลาดสดแล้วใช้วิธีเดินเลาะเข้าตามตรอกซอกซอยดูครับ และนี่คือ 4 จุดไฮไลต์ที่ต้องไปกดชัตเตอร์รัว ๆ
เริ่มต้นจุดแรกกันที่กำแพงซอยข้างวัด ที่นี่บอกเล่าเรื่องราวความเลื่อมใสศรัทธา มีภาพจำลองของหลวงพ่ออี๋ เกจิอาจารย์ชื่อดังที่ชาวเลเคารพนับถือว่าช่วยคุ้มครองให้แคล้วคลาดจากภัยทะเล คู่กับภาพเรือตังเกโบราณที่กำลังฝ่าคลื่นลม เป็นจุดเริ่มต้นที่ให้ความรู้สึกขลังและงดงามมากครับ
พิกัดที่ 2: ซอยข้างตลาดสดสัตหีบ (ซอยโรงเจ)
เดินต่อมาอีกนิดตรงซอยที่ทะลุไปยังโรงเจเก่า จุดนี้จะคึกคักไปด้วยสีสันของภาพวาดแนวสตรีทฟู้ด มีภาพอาม่าพายเรือขายของ ภาพเด็ก ๆ กำลังนั่งล้อมวงกินขนมหวาน และทีเด็ดคือ "ภาพแมวอ้วนแอบมองปลาทู" ตรงหัวมุมตึกที่เหล่าทาสแมวเห็นแล้วต้องกรี๊ด
พิกัดที่ 3: กำแพงไม้เก่าย่านห้องแถวเลียบชายทะเลจุดนี้โรแมนติกสุด ๆ เป็นโซนบ้านไม้สองชั้นแบบโบราณ ศิลปินพ่นสีสเปรย์ลงบนฝาบ้านไม้เป็นภาพวิถีชาวเลกำลังกู้ลอบปูและคัดแยกกุ้งหอยปูปลา ฉากหลังเป็นภาพพระอาทิตย์ตกดิน แนะนำให้มาช่วงเย็น แสงแดดอุ่น ๆ สาดกระทบกำแพงไม้ ได้ฟีลวินเทจเต็มสิบไม่หัก!
พิกัดที่ 4: ตรอกลับข้างร้านกาแฟโบราณเดินลัดเลาะตามกลิ่นหอมของกาแฟเข้ามาในตรอกเล็ก ๆ หน้าแคบ จะเจอภาพวาดสไตล์ 3D ชวนให้เราไปยืนทำท่าโพสสนุก ๆ เช่น ภาพประตูมิติที่ดูเหมือนเรากำลังเดินทะลุเข้าไปในอู่ต่อเรือหลวง หรือภาพวาฬเพชฌฆาตตัวใหญ่ที่กำลังกระโดดทะลุกำแพงออกมาหาเรา
ความสุขง่าย ๆ ที่อยากให้มาลองสัมผัส
การเดินชมงานศิลปะที่นี่จึงไม่เหมือนการเดินในแกลเลอรีติดแอร์ แต่มันคือการเดินสูดกลิ่นอายเค็ม ๆ ของทะเล ได้ยินเสียงทักทายกึ่งภาษาไทยกึ่งระยองของพ่อค้าแม่ขาย และบางครั้งก็ได้กลิ่นปลาหมึกย่างหอม ๆ ลอยมาตามลม เป็นการชมศิลปะที่ "มีชีวิต" และเข้าถึงง่ายที่สุด
การมาเที่ยว Street Art สัตหีบ เปรียบเหมือนการได้พลิกอ่านไดอารี่เล่มเก่าของเพื่อนสนิท ที่แม้จะผ่านเรื่องราวมามากมาย แต่เปิดอ่านทีไรก็ยังอมยิ้มได้เสมอ มันแสดงให้เห็นว่า "ความร่วมสมัย" และ "รากเหง้าดั้งเดิม" สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืน Tips สำหรับเพื่อน ๆ : แนะนำให้เพื่อน ๆ จอดรถไว้ที่ลานจอดรถของวัดสัตหีบ แล้วใช้วิธี "เดินเท้า" จะฟินที่สุดครับ เพราะแต่ละจุดอยู่ห่างกันในระยะเดินได้สบาย ๆ แถมระหว่างทางยังมีร้านอาหาร ขนมโบราณ โอเลี้ยงและเครื่องดื่มเย็น ๆ ให้แวะเติมพลังตลอดทางเลยล่ะครับ วันหยุดเสาร์-อาทิตย์นี้ หากยังไม่มีแพลนไปไหน ลองขับรถมาสัตหีบ เตรียมกล้องตัวโปรด ใส่เสื้อผ้าสีสด ๆ แล้วมาเดินทอดน่องถ่ายรูปเล่นกันนะครับ รับรองว่าคุณจะได้ทั้งรูปสวย ๆ กลับไปเปลี่ยนโปรไฟล์ และได้ความรู้สึกอบอุ่นใจฟูกลับบ้านไปอย่างแน่นอนครับ! เขียนโดย วิวฟายเด้อ