Venice of the East พาล่องเรือยุโรป “เวนิสไทยแลนด์ แห่งดินแดนอโยธยา"
"พระนครศรีอยุธยา" ได้ชื่อว่าเป็นเวนิสเมืองไทย เพราะเคยใช้สายน้ำเป็นการเดินทางหลัก บทความนี้จะไปล่องเรือยุโรป ย้อนชมความงดงามของประวัติศาสตร์อีกครั้ง
พาล่องเรือยุโรป ชม “เวนิสไทยแลนด์ แห่งดินแดนอโยธยา”
หากพูดถึงเมืองที่ผูกพันกับสายน้ำมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ชื่อของ “พระนครศรีอยุธยา” คงเป็นคำตอบแรก ๆ ที่หลายคนนึกถึง เพราะในอดีตเมืองหลวงเก่าแห่งนี้มีแม่น้ำและลำคลองเป็นเส้นเลือดสำคัญในการคมนาคม จนได้รับการขนานนามจากชาวต่างชาติว่าที่นี่คือ “เวนิสแห่งโลกตะวันออก” หรือ “Venice of the East”
ผังเมืองในอดีตของกรุงศรีอยุธยาถูกออกแบบให้พระราชวัง วัดวาอาราม ชุมชน และย่านการค้าต่าง ๆ เชื่อมโยงถึงกันด้วยเครือข่ายสายน้ำ โดยมีแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นสายหลัก ที่หล่อเลี้ยงวิถีชีวิตผู้คนตลอดหลายร้อยปี
วันนี้เราจะพาทุกคนย้อนเวลากลับไปสัมผัสเสน่ห์ของเมืองอโยธยาอีกครั้ง ผ่านการล่องเรือสุดคลาสสิกในทริป “เวนิสไทยแลนด์ แห่งดินแดนอโยธยา” หนึ่งในกิจกรรมท่องเที่ยวที่ช่วยเปิดมุมมองและประสบการณ์ใหม่ให้กับการชมเมืองมรดกโลกแห่งนี้
ประตูสู่เวนิสอโยธยา
ทริปเริ่มต้นที่ The Wonder Blue ท่าเรือสุดเก๋ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งอยู่ในตำบลบ้านป้อม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามาในพื้นที่ สิ่งแรกที่สะดุดตาคือคอลเลกชันเรือยุโรปคลาสสิกหลากหลายลำ ซึ่งจัดแสดงอยู่ภายในโรงเก็บเรือที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นแห่งแรกและแห่งเดียวในเอเชีย
บรรยากาศของท่าเรือได้รับการออกแบบในสไตล์อิตาเลียน ผสมผสานเสน่ห์ของเรือคลาสสิกเข้ากับความงดงามของสายน้ำอยุธยาได้อย่างลงตัว ให้ความรู้สึกราวกับว่าเรากำลังเดินเล่นอยู่ในเมืองท่าขนาดเล็กของยุโรป แต่มีฉากหลังเป็นเมืองมรดกโลกของไทย
ล่องเจ้าพระยาด้วยเรือคลาสสิกสัญชาติยุโรป
บริการล่องเรือของ The Wonder Blue มีให้เลือกหลายรูปแบบ ทั้งแบบส่วนตัวและแบบจอยทริปร่วมกับนักท่องเที่ยวคนอื่น ๆ
สำหรับทริปนี้ เราเลือกนั่งเรือ Hacker-Craft ลำงามที่มีชื่อว่า “วาริช” เรือไม้คลาสสิกสไตล์ยุโรปที่โดดเด่นด้วยดีไซน์หรูหราและเอกลักษณ์เหนือกาลเวลา กัปตันเรือเล่าให้ฟังว่าเรือลำนี้ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากเครื่องดนตรีหลายชนิด เช่น พวงมาลัยที่ดีไซน์มาจากสายกีตาร์ แตรเรือที่มีลักษณะคล้ายกับทรัมเป็ต หรือแม้กระทั่งสีของตัวเรือจากไม้มะฮอกกานีที่นิยมนำไปใช้ทำเป็นเครื่องดนตรี
เรือออกจากท่า The Wonder Blue ก่อนจะค่อย ๆ แล่นไปตามแม่น้ำเจ้าพระยา ใช้เวลาประมาณ 45 นาที ตลอดเส้นทาง เราได้ชื่นชมความงดงามของวัดสำคัญหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น วัดกษัตราธิราชวรวิหาร วัดไชยวัฒนาราม วัดสนามไชย และวัดพุทไธสวรรย์ ที่เรียงรายอยู่ริมแม่น้ำ สะท้อนภาพความรุ่งเรืองของอดีตราชธานีไทยได้อย่างน่าภาคภูมิใจ
ไฮไลท์ที่ห้ามพลาด หน้าวัดไชยวัฒนาราม
หนึ่งในช่วงเวลาที่น่าประทับใจที่สุดของการเดินทางครั้งนี้ ก็คือบริเวณด้านหน้าวัดไชยวัฒนาราม ซึ่งถือเป็นจุดไฮไลท์ของทริป
เรือจะจอดหันท้ายลำให้เราเก็บภาพความสวยงามของวัดไชยวัฒนาราม โดยเฉพาะในช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า แสงสีทองที่ทอดลงบนองค์ปรางค์และเจดีย์อีกหลายองค์ สะท้อนกับผืนน้ำเจ้าพระยาในยามเย็น ช่างเป็นบรรยากาศที่งดงามราวกับภาพวาดที่ไม่สามารถได้แค่จากภาพถ่าย เป็นหนึ่งเหตุผลว่าทำไมต้องมาสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้ง
“เวนิสไทยแลนด์ แห่งดินแดนอโยธยา” ไม่ใช่เพียงแค่การล่องเรือชมวิว แต่เป็นการเดินทางย้อนรอยประวัติศาสตร์ผ่านสายน้ำสายเดียวกับที่เคยเป็นหัวใจของกรุงศรีอยุธยาในอดีต สำหรับใครที่กำลังมองหากิจกรรมท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ในพระนครศรีอยุธยา ที่ผสมผสานทั้งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และบรรยากาศสุดโรแมนติก การล่องเรือคลาสสิกกับ The Wonder Blue คืออีกหนึ่งประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาด