TDRI หนุนรัฐให้สิทธิ “คนละครึ่ง” เฟส 2 ครอบคลุม 23 ล้านคน
TDRI หนุนรัฐให้สิทธิ “คนละครึ่ง” เฟส 2 ทุกคนที่มีสิทธิ หรือ ครอบคลุมกลุ่มที่ยังตกหล่นอีก 13 ล้านคน เพราะกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริงและผู้มีรายได้น้อยเข้าถึงได้ พร้อมซัดไม่ควรมี "ช้อปดีมีคืน" เหตุสร้างความเหลื่อมล้ำ เอื้อทุนใหญ่ ไม่ได้กระตุ้นเศรษฐกิจ
ในสัปดาห์นี้ กระทรวงการคลัง จะมีการหารือ เพื่อวางกรอบแนวนโยบายโครงการ “คนละครึ่ง” ระยะที่ 2 หรือ เฟส 2 พร้อมดูแหล่งเงินทุนที่จะนำมาใช้เป็นงบประมาณในการดำเนินโครงการ โดยนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่า โครงการคนละครึ่ง เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดการใช้จ่ายของประชาชนที่มีการตอบรับเป็นอย่างดี ประชาชนเริ่มคุ้นเคยกับการใช้งานแอปพลิเคชันแล้ว และขอให้ประชาชนอดใจรอ “คนละครึ่ง” เฟส 2 อีกนิดหนึ่ง
ดร.นณริฏ พิศลยบุตร นักวิชาการอาวุโส สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศ หรือ TDRI ยอมรับว่า โครงการคนละครึ่งถือว่าออกมาได้ถูกที่-ถูกเวลา เพราะสามารถเกลี่ยคนที่เคยเข้าห้างใหญ่ๆ ลงมาช่วยร้านค้าขนาดเล็กได้บ้างจากสิทธิประโยชน์ที่รัฐบาลให้ รวมถึงเป็นการช่วยคนที่มีรายได้ปานกลางด้วย จึงเห็นด้วยกับการขยายให้มีเฟสที่ 2 ซึ่งควรครอบคลุมประชาชนอีกราว 13 ล้านคนที่ตกลงหล่นจากมาตรการนี้ กลับกันมองว่ามาตรการ “ช้อปดีมีคืน” ถือเป็นตัวสร้างความเหลื่อมล้ำ และไม่เท่าเทียมให้สังคมอย่างมาก เพราะกลุ่มคนรวยอีกกว่า 2 ล้านคน กลับได้สิทธิ์ทั้ง 100% แบบไม่ต้องลงทะเบียน
นอกจากนี้ ยังมีการประเมินว่า โครงการคนละครึ่ง หากใช้สิทธิครบ 10 ล้านสิทธิ์ คนละ 3,000 บาท ภาครัฐเสียงบประมาณเพียง 30,000 ล้านบาท กระตุ้นเศรษฐกิจได้ 55,000 ล้านบาท ขณะที่โครงการช้อปดีมีคืน ที่ได้สิทธิ์ราว 2 ล้านคน แต่ภาครัฐอาจต้องเสียภาษีไปกว่า 8,000-9,000 ล้านบาท แบบจำลองประเมินว่ากระตุ้นเศรษฐกิจได้จริงเพียง 5,000 ล้านบาทเท่านั้น เนื่องจากเงินที่เพิ่มขึ้นสำหรับคนรวยกับคนจนนั้นแตกต่างกัน
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผย อัตราขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของไทยในไตรมาส 3/63 หดตัว ติดลบ 6.4% ปรับตัวดีขึ้นจากที่หดตัว ติดลบ 12.1% ในไตรมาส 2 โดยได้รับแรงหนุนจากการบริโภคภาคเอกชนและการส่งออก คาดทั้งปีเศรษฐกิจติดลบน้อยลง หรือ อยู่ที่ ติดลบ 6% จากเดิมคาดติดลบสูงถึง 7.5% โดยเศรษฐกิจปีหน้า หรือ ปี 2564 จะกลับมาขยายตัวเป็นบวกที่ 3.5 ถึง4.5%
ขณะที่ อัตราการว่างงานไตรมาส 3 มีผู้ว่างงานทั้งสิ้น 7.4 แสนคน คิดเป็นอัตราการว่างงานเท่ากับ1.9% ใกล้เคียงกับไตรมาส 2 แต่พบว่าแรงงานอายุน้อยและการศึกษาสูงมีปัญหาการว่างงานมากกว่าคนกลุ่มอื่น ขณะที่แรงงานในระบบมีการว่างงานเพิ่มขึ้น โดยผู้ขอรับสิทธิว่างงานมีจำนวน 4.8 แสนคน คิดเป็นอัตราผู้รับสิทธิประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานต่อผู้ประกันตันภาคบังคับที่ 4.4% เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนที่ 3.5%
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB