ก.แรงงาน ยัน เยียวยาผู้ประกันตน ม.33 แน่นอน
ธนาคารต่างๆ และนักวิชาการ แห่ปรับประมาณการณ์เศรษฐกิจไทย หลังยังมีความเสี่ยงสูง ปีนี้เศรษฐกิจอาจโตต่ำกว่าเป้าหมาย หรือ แค่ 2 – 3 % ขณะที่กระทรวงแรงงาน ก็ออกมาย้ำว่า กำลังหามาตรการเยียวยาผู้ประกันตน มาตรา 33 กว่า 11 ล้านคน
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ยืนยันแรงงานผู้ประกันตนตามมาตรา 33 จำนวน 11 ล้านคน จะได้รับเงินเยียวยาผลกระทบโควิด-19 แน่นอน หลัง นายกรัฐมนตรี มีนโยบาย และสั่งการให้ไปดูมาตรการร่วมกับกระทรวงการคลัง เบื้องต้นวันนี้จะเข้าไปหารือกับเลขาธิการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม หรือ สภาพัฒน์ เพื่อพิจารณาเงื่อนไขและรูปแบบให้สอดคล้องการจ่ายเงินเยียวยาของกระทรวงการคลัง ส่วนจะช่วยเหลือในวงเงินเท่าใด จะต้องรอกระทรวงการคลังพิจารณาอีกครั้ง เพราะต้องใช้งบประมาณปกติ เนื่องจากกองทุนประกันสังคมไม่สามารถนำเงินออกมาใช้ได้
ขณะที่ ดร.ทิม ลีฬหะพันธ์ นักเศรษฐศาสตร์ ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) เปิดเผยว่า ยังประเมินเศรษฐกิจไทยไว้ที่ 3.1% ด้วยปัจจัยวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของไทย ซึ่งภายในสิ้นปีนี้จะฉีดได้ราว 30 ล้านคน รวมถึงหากเอกชนสามาาถเข้ามาช่วยได้อีกทางหนึ่ง ดังนั้นบรรยากาศการจับจ่ายในประเทศน่าจะเริ่มฟื้นตัวดีขึ้น ส่วนปีหน้า 2565 ยังต้องอยู่ในภาวะระมัดระวังจึงมองว่า เศรษฐกิจไทยยังเติบโตได้เพียงระดับ 2.5% เท่านั้น
สำหรับมาตรการช่วยเหลือของนโยบายการคลัง ยังอยากเห็นตัวเลขการช่วยเหลือมากขึ้น หลังมูลค่าการช่วยเหลือปีก่อน 5,000 บาท ระยะเวลา 3 เดือน มูลค่ารวม 4 แสนล้านบาท แต่โควิดรอบนี้ รัฐบาลเยียวยาเพียง 3,500 บาท เป็นเวลา 2 เดือน มีมูลค่ารวม 2 แสนล้านบาทเท่านั้น
อีกส่วนหนึ่งที่นักเศรษฐศาสตร์ หวังว่าให้เข้ามาเป็นตัวช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทย คือ พื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ที่มีเม็ดเงินจากภาคเอกชนเข้ามาช่วยลงทุน เช่น โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบิน มูลค่า 3 แสนล้านบาท, รถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน หากโครงการเหล่านี้เติบโตได้ต่อเนื่อง การลงทุนเอกชนจะเริ่มกลับมาเป็นบวกได้อีกครั้ง
ส่วน ดร.ยรรยง ไทยเจริญ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธ นาคารไทยพาณิชย์ หรือ EIC ที่ประเมินว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในปี 2564 ยังคงได้รับผลกระทบโดยตรงจากโควิด-19 การฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวที่ต่ำกว่าคาด การส่งออกยังติดปัญหา จึงปรับประมาณการ GDP ลงเหลือ 2.2% จากครั้งก่อนที่ 3.8% และมองว่าภาพรวมการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยยังมีแนวโน้มเป็นไปอย่างช้าๆ
ขณะที่มุมมองของ ดร.กิริฎา เภาพิจิตร ผู้อำนวยการโครงการ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ TDRI มองว่า เศรษฐกิจไทยปี 2564 ถือเป็นความเสี่ยง และความท้าทาย เพราะโควิด-19 จะยังอยู่ไปอีก 4-6 เดือน วัคซีนก็ยังต้องใช้เวลา ทำให้ผลกระทบอาจลากยาวไปถึงกลางปีหน้า การท่องเที่ยวจึงซึมตัวไปอีกนานอาจกินระยะเวลา 2-3 ปี ส่วนนักท่องเที่ยวไทยเองประเมินว่าน่าจะกลับมาได้ภายในช่วงปลายปีนี้ รวมถึงกำลังซื้อในประเทศยังไม่กลับมา ทำให้ภาพการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยปีนี้จะอยู่ในระดับ 2-3% เท่านั้น ทำให้เศรษฐกิจไทยปีนี้ ยังต้องเหนื่อยอยู่ โดยเฉพาะธุรกิจเอสเอ็มอี กลุ่มท่องเที่ยว
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB