คสรท. พอใจรัฐเยียวยา ม.33 จ่าย 4,000 บาท
สำหรับมาตรการเยียวยา ผู้ที่อยู่ในระบบประกันสังคม โดยเฉพาะในมาตรา 33 คาดว่าจะมีการสรุปจำนวนเงินที่ชัดเจนในสัปดาห์หน้า แต่เบื้องต้นคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย และ นักวิชาการ ก็ออกมาสนับสนุนการเยียวยากลุ่ม ม.33 แต่ยังติดที่เงื่อนไขของรายได้ต่อปีไม่เกิน 3 แสนบาท หรือ เฉลี่ยเดือนละไม่เกิน 25,000 บาท โดยเสนอให้รัฐควรพิจารณาค่าใช้จ่าย และเงินเหลือต่อเดือนมากกว่า ซึ่งเชื่อว่ารัฐสามารถตรวจสอบข้อมูลเหล่านี้ได้หมด
เมื่อวันที่ 29 ม.ค. 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังรัฐบาลเตรียมออกมาตรการเยียวยา ช่วยเหลือผู้ประกันตนในมาตรา 33 ที่มีอยู่กว่า 11 ล้านคน เบื้องต้นอาจจะให้เงินช่วยเหลือ 4,000 บาท แต่จะมีการสรุปตัวเลขที่ชัดเจนในสัปดาห์หน้า ส่วนเงื่อนไขเบื้องต้น จะมีความคล้ายคลึง กับ เงื่อนไข “เราชนะ” เช่น ต้องมีสัญชาติไทย ไม่ใช่แรงงานต่างด้าว , เงินฝากในบัญชีไม่เกิน 5 แสนบาท , รายได้ไม่เกิน 3 แสนบาทต่อปี หรือ เฉลี่ยรายได้ 25,000 บาทต่อเดือน ส่วนผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะไม่ได้รับสิทธินี้
นายชาลี ลอยสูง รองประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย หรือ คสรท. กล่าวในฐานะตัวแทนแรงงานในระบบประกันสังคม ที่เป็นผู้เดินเรื่องทำหนังสือขอรับเงินเยียวยาจากรัฐบาล จากการระบาดของโควิดรอบใหม่ตลอดช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ระบุว่า พอใจกับแนวทางรัฐบาลจะจ่ายเยียวยาให้กับ ผู้ที่อยู่ในระบบประกันสังคม มาตรา 33 ส่วนจะให้ในจำนวนเงิน 4,000 บาท หรือมากกว่า ก็อยู่ที่รัฐบาลพิจารณา แต่มองว่าหากสถานการณ์ยืดเยื้อเกิน 2 เดือนจากนี้ รัฐบาลอาจจะต้องพิจารณาช่วยเหลือ คนที่มีรายได้สูงกว่า 25,000 บาทต่อเดือน ให้ได้รับการเยียวยาด้วย
ด้าน ศาสตราภิชาน แล ดิลกวิทยรัตน์ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายว่า การเยียวยาเงินให้ ลูกจ้างในระบบประกันสังคม รัฐบาลควรจ่ายเยียวยาให้ มาตรา33 อย่างเท่าเทียมกับอาชีพอิสระ เนื่องจากทุกคนได้รับผลกระทบไม่ต่างกัน และทุกคนย่อมต้องเสียภาษีทางอ้อม หรือ Vat จากสินค้าที่ซื้อกิน-ใช้ ทุกวันๆ
ส่วนการที่รัฐบาลอธิบายว่า เงินกองทุนประกันสังคม จะถูกสามารถนำมาให้ประชาชนได้แค่ 7 กรณีที่ กฎหมายกำหนด เช่น ตกงาน และบำนาญตอนเกษียณอายุ ประเด็นนี้เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่การเยียวยา คือ การนำเงินงบประมาณรัฐ ซึ่งเป็นคนละส่วน จากกองทุนประกันสังคมมาให้ประชาชน เพื่อประทังชีวิตในช่วงโควิด-19 รัฐบาล จึงควรพิจารณาให้ แรงงานอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นแรงงาน ที่อยู่ในระบบหรือนอกระบบ และรูปแบบที่เหมาะสมที่จะทำให้เกิดสภาพคล่อง คือ ให้เป็นเงินสด
ศาสตราภิชาน กล่าวต่อว่า ถึงเงื่อนไขเบื้องต้นที่รัฐอาจจะให้สิทธิ์เยียวยาคนในระบบมาตรา 33 จะต้องมี เงินสดฝากไม่เกิน 500,000 บาท เงื่อนไขนี้ถือเป็นเกณฑ์ที่ยอมรับได้ เพราะแสดงถึงความมั่งคั่งได้ในระดับหนึ่ง แต่การใช้เกณฑ์รายได้ต่อปีไม่เกิน 300,000 บาท หรือราวๆไม่เกิน 25,000 บาทต่อเดือน ถือว่าไม่สมเหตุสมผล รัฐบาลควรพิจารณาค่าใช้จ่าย และเงินเหลือต่อเดือนมากกว่า โดยเชื่อว่ารัฐสามารถตรวจสอบข้อมูลเหล่านี้ได้หมด รวมถึง สร้างช่องทางส่งเรื่องอุทธรณ์ให้ง่ายและรวดเร็ว
ขณะที่ ประชาชนในอยู่ในระบบประกันสังคม มาตรา 33 ส่วนหนึ่งก็เห็นด้วยกับการที่ภาครัฐจ่ายเงินเยียวยาช่วยผู้ประกันตน ชี้อาจแบ่งเบาภาระได้ส่วนหนึ่ง ซึ่งบางคนเจอปัญหาบริษัทลดเงินเดือน หรือตกงานกะทันหัน รายได้ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย ก็อาจจะจำเป็นที่ต้องใช้เงินเยียวยาในส่วนนี้ แต่จำนวน 4,000 บาทที่รัฐจะให้แค่ 1 เดือน คนที่เขาเดือดร้อนจริง ๆ ก็อาจจะไม่พอสำหรับพวกเขา แต่ก็เข้าใจในงบประมาณที่จำกัด ที่ต้องนำไปช่วยเหลือภาคอื่น ๆ ด้วย
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB